ตอนที่ 766 เขาควรต้องตายไปแล้ว !
“อยากให้ข้าสวามิภักดิ์ต่อผู้แข็งแกร่งคนหนึ่ง ของสิบสองแดนเซียนโบราณงั้นหรือ ? ”
ชายชราเกราะดำหัวเราะเสียงเย็น ดวงตาสีเทาคู่นั้นมีรอยตราสีม่วงสองรอยปรากฎขึ้นมา
รอยตราสีม่วงแต่ละรอยส่องประกายออกมา ราวกับแฝงพลังมารบางอย่างเอาไว้
เพียงแค่มองแวบเดียวก็ทำให้คนอดมิได้ที่จะเกิดมารในใจ จากนั้นพลังเซียนภายในกายก็จะมิสามารถควบคุมได้ เลือดลมพลุ่งพล่าน
“ข้าจะบอกความจริงกับเจ้าก็ได้ ! ”
ชายชราเกราะดำสบตากับเย่ฉางชิง พลางเอ่ยดวยความหยิ่งทะนงว่า “ข้าเป็นเจ้ามารของเผ่ามารทมิฬ อีกทั้งเผ่ามารทมิฬของข้าสันทัดที่สุดในเรื่องควบคุมจิตใจผู้อื่น จากนั้นก็ปลุกมารภายในใจ ให้กลายเป็นทาสศึกของตนเอง”
“ตอนนี้เจ้าคงรู้สึกได้แล้วกระมัง ? ”
เมื่อเอ่ยถึงตรงนี้ ชายชราเกราะดำก็ท่องเคล็ดวิชาลับโบราณบางอย่าง จากนั้นมิกี่อึดใจก็ตะคอกใส่เย่ฉางชิงว่า “ทาสศึกช่างบังอาจนัก ยังมิคุกเข่าลงอีก ! ”
เย่ฉางชิงนิ่งงัน ก่อนจะเอ่ยถามด้วยความสงสัยว่า “นี่เจ้าใช้เคล็ดวิชาลับกับข้าแล้วอย่างนั้นหรือ ? ”
ชายชราเกราะดำมีสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย “หรือว่า……เจ้ามิรู้สึกอะไรเลยอย่างนั้นหรือ ? ”
เย่ฉางชิงหัวเราะออกมา “รู้สึกสิ ! ”
ยังมิทันสิ้นเสียง ไอกระบี่สีทองที่ลอยอยู่ตรงหน้าของเย่ฉางชิงพลันพุ่งออกไป ก่อนจะทะลวงผ่านหน้าอกของชายชราเกราะดำอย่างง่ายดาย
เผ่ามารทมิฬถนัดเรื่องการควบคุมจิตใจของศัตรู ทว่ากายเนื้อกลับแข็งแกร่งสู้เผ่ามารอื่น ๆ มิได้
ส่วนเกราะดำนี้ถูกขนานนามในเผ่ามารทมิฬว่าเป็นเกราะเทพ มีเพียงผู้ที่กลายเป็นเจ้ามารของเผ่ามารทมิฬเท่านั้น จึงจะได้รับการยอมรับจากเกราะเทพ
ในเมื่อถูกขนานนามว่าเป็นเกราะเทพ เช่นนั้นพลังป้องกันและความล้ำค่าของของเกราะเทพก็คงมิต้องพูดถึง
ทว่าบัดนี้เย่ฉางชิงกลับทำลายเกราะเทพได้อย่างง่ายกาย เจ้ามารของเผ่ามารทมิฬผู้นี้ย่อมปวดใจอย่างแสนสาหัส
เดิมคิดว่าผู้แข็งแกร่งวิถีเซียนจากสิบสองแดนเซียนโบราณผู้นี้อาจมีฝีมืออยู่บ้าง เช่นนั้นต่อให้เกราะเทพจะเสียหายไปบ้าง แต่หากได้ทาสศึกที่แข็งแกร่งเช่นนี้มาก็ถือว่าคุ้มค่าแล้ว
แต่สิ่งที่เขาคาดมิถึงก็คือ อีกฝ่ายกลับมิได้รับผลกระทบใด ๆ จากเคล็ดวิชาเทพของเผ่ามารทมิฬแม้แต่น้อย
เจ้าคนนี้ต้องมีปัญหาแน่นอน !
“ท่านเป็นใครกันแน่ ? ”
ชายชราเกราะดำถูกไอกระบี่สีทองซัดออกไปไกลนับพันจั้งกว่าจะฝืนกายหยุดลงได้ ก่อนเอ่ยถามด้วยความฉงน “สิบสองแดนเซียนโบราณมิมีทางที่จะมีผู้แข็งแกร่งเช่นท่านได้”
“ข้ามาจากสิบสองแดนเซียนโบราณจริง แต่ก็เหมือนมิได้มาจากสิบสองแดนเซียน……”
เย่ฉางชิงพูดไปพลางครุ่นคิด และลองคัดลอกรอยตราสีม่วงสองรอย ที่อยู่ในดวงตาของชายชราเกราะดำ
รอยตราสีม่วงนี้แปลกประหลาดยิ่งนัก เมื่อครู่นี้แม้แต่เขาเองก็ยังอดมิได้ที่จะใจลอยขึ้นมา
ตามที่เจ้ามารของเผ่ามารทมิฬผู้นี้กล่าวเอาไว้ อิทธิฤทธิ์นี้ของเผ่ามารทมิฬสามารถควบคุมผู้อื่นได้อย่างง่ายดาย เพื่อให้กลายเป็นทาสศึกของตนเอง
ในเมื่อเป็นเช่นนั้น หากเขาสามารถคัดลอกรอยตรานี้ได้สำเร็จ ก็จะสามารถควบคุมผู้อื่นได้งั้นหรือ ?
เวลาผ่านไปมิกี่อึดใจ
“ยามพูดให้มองตาข้า ! ”
เย่ฉางชิงจึงเปลี่ยนเรื่อง พลางคำรามเสียงเย็น ทว่าภายในดวงตาเรียวยาวคู่งามนั้น เวลานี้กลับมีรอยตราสีม่วงที่แฝงพลังมารปรากฎขึ้นมา
ขณะเดียวกันบนท้องฟ้าก็ปรากฏรอยตราสีม่วงสองรอย ราวกับดวงจันทร์สีม่วงสองดวง ที่ส่องมายังโลกใบนี้รวมถึงดาวเคราะห์อีกหลาย ๆ ดวง
และในตอนนั้นเอง ทุกสิ่งตรงหน้าของชายชราเกราะดำก็เริ่มเปลี่ยนไป
เพียงพริบตาก็มิใช่ดินแดนที่เต็มไปด้วยหิมะอีกแล้ว แต่กลายเป็นมหาสมุทรสีเลือดที่กว้างใหญ่และไร้ขอบเขต
มหาสมุทรสีเลือดนี้พิสดารยิ่งนัก ไอพลังมรรคาอันโกลาหลแผ่กระจาย ไปทั่ว ทำให้ความว่างเปล่าแตกร้าวมิหยุด
ส่วนบนท้องฟ้าพระจันทร์สีเลือดดวงหนึ่งลอยเด่น โดยรอบมีไอพลังโกลาหลมหาศาลพลุ่งพล่าน ฟ้าแลบแปลบปลาบ
ขณะเดียวกันก็มีพลานุภาพอันน่ากลัวยิ่งกลุ่มหนึ่ง ปกคลุมบนมหาสมุทรสีเลือดอันไร้ขอบเขตแห่งนี้เอาไว้
ชายชราเกราะดำแม้จะเป็นเจ้ามารแห่งยุค แต่เมื่ออยู่ในมหาสมุทรสีเลือดแห่งนี้กลับมิต่างอะไรจากมดปลวก ร่างกายสั่นเทามิหยุด
จนเวลาผ่านไปประมาณหนึ่งเค่อ
อ๊าก !
ชายชราเกราะดำจู่ ๆ ก็แหงนหน้าคำรามขึ้นฟ้า จากนั้นก็หมอบลงกับพื้น
ทาสศึก ?
แค่นี้ก็กลายเป็นทาสศึกแล้วงั้นหรือ ?
เย่ฉางชิงลังเลเล็กน้อย จากนั้นก็เอ่ยเสียงเรียบว่า “เจ้าจงมานี่ ! ”
ชายชราเกราะดำที่หมอบอยู่บนพื้นน้ำแข็ง ราวกับได้รับคำสั่งบางอย่างก็มิปาน ร่างพลันปรากฎขึ้นที่เบื้องหน้าของเย่ฉางชิง
เย่ฉางชิงจึงออกคำสั่งอีกครั้งว่า “พาข้าไปหาเจ้ามารคนนั้นของเผ่ามารรัตติกาลหน่อยสิ ? ”

VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน