หมอเทวะหัตถาศักดิ์สิทธ นิยาย บท 12

ตอนที่ 12 เธอไปโรงแรมกับคนอื่น?

ทั้งสามคนในบ้านมองหน้ากัน สวี่เจี้ยนกงกัดฟันพลันลุกขึ้นจากพื้น เขามองหลินมั่วด้วยสายตาที่โกรธเคือง “ไอ้แซ่หลิน แกพอใจแล้วใช่ไหม!” สวี่เจี้ยนกงกล่าวด้วยความโมโห “แกทำให้ครอบครัวของเราตกอยู่ในสถานภาพนี้ แกคงดีใจสินะ!” หลินมั่วก้มหน้าและเงียบขรึม “ช่างเถอะ คุณพูดแบบนี้กับเขาจะมีประโยชน์อะไร ถ้าเขามีความรู้สึกผิดชอบชั่วดีสักนิด เขาก็จะไม่เป็นแบบนี้” ฟังฮุ่ยโบกมืออย่างโมโห “รีบไปทำกับข้าวซะ!” หลินมั่วกัดฟันเพื่อระงับความเดือดดาลที่อยู่ในใจ จากนั้นก็เดินเข้าไปในห้องครัวทันที ผ่านไปเพียงครู่เดียว ก็มีเสียงเปิดประตูดังเข้ามา หลิวมั่นรีบวิ่งไปทันที จากนั้นก็พบว่าคนที่มาก็คือน้องสะใภ้สวี่ตงเสวี่ย สวี่ตงเสวี่ยเป็นน้องสาวแท้ๆ ของสวี่ปั้นซย่า แต่ว่าหน้าตาของเธอกลับสวยไม่เท่าสวี่ปั้นซย่า ไม่เช่นนั้น เธอคงไม่แต่งงานกับคนที่ด้อยกว่าอย่างหวงเหลียง แม้ว่าเธอจะเป็นเช่นนี้ แต่สวี่ตงเสวี่ยก็ยังดูถูกหลินมั่วมาโดยตลอด ในสายตาของเธอ ต่อให้ผู้ชายทั้งโลกตายกันหมด เธอก็ไม่มีทางเลิกดูถูกหลินมั่วอย่างแน่นอน เมื่อหลินมั่วทำกับข้าวเสร็จแล้ว เขาก็นำอาหารมาเสิร์ฟบนโต๊ะ แต่สวี่ปั้นซย่าก็ยังไม่กลับมาสักที ทันใดนั้นสวี่ตงเสวี่ยก็กล่าวว่า “หลินมั่ว ไปที่ห้องของพี่สาวฉัน แล้วหยิบโทรศัพท์มาให้ฉันที!” น้ำเสียงนี้ เหมือนกับน้ำเสียงที่ออกคำสั่งกับคนรับใช้ หลินมั่วไม่พูดอะไร พลันเดินเข้าไปในห้องทันที บนโต๊ะมีโทรศัพท์มือถือวางอยู่สองเครื่อง เครื่องแรกเป็นของสวี่ปั้นซย่า ส่วนอีกเครื่องหนึ่งเป็นของสวี่ตงเสวี่ย ดูเหมือนตอนที่สวี่ปั้นซย่าเดินออกไป เธอจะไม่ได้พกโทรศัพท์ไปด้วย หลินมั่วหยิบโทรศัพท์ของสวี่ตงเสวี่ยขึ้นมา แต่ในขณะที่จะเดินออกไป โทรศัพท์มือถือของสวี่ปั้นซย่ากลับสว่างขึ้นและมีข้อความปรากฏขึ้นมาหนึ่งข้อความ “ที่รัก ในที่สุดคุณก็คิดได้แล้วสินะ ดีมากเลย โรงแรมแมริออท หมายเลขห้อง 2018 บ่ายสามโมง รอเธอนะ จุ๊บๆ!” ตอนนี้หลินมั่วรู้สึกเหมือนมีอ่างน้ำเย็นเทลงมาจากบนหัว สุดท้ายสวี่ปั้นซย่าก็ยังหักหลังเขางั้นเหรอ เธอ...เธอนัดกับผู้ชายคนอื่นที่โรงแรม! ไม่รู้ว่ายืนอึ้งอยู่ตรงนี้มานานเท่าไหร่แล้ว หลินมั่วรู้สึกว่าหัวใจของตัวเองกำลังจะแตกเป็นเสี่ยงๆ นึกไม่ถึงเลยว่าผู้หญิงที่เขารักที่สุด ผู้หญิงที่เขาเชื่อใจมากที่สุด จะทรยศต่อตัวเขา? หลังจากวิงเวียนมาพักใหญ่ หลินมั่วก็ได้สติกลับคืนมา จากนั้นเขาก็หยิบโทรศัพท์มือถือและออกไปจากห้องอย่างงุนงง เขาไม่รู้ว่าตัวเองจะกินอาหารมื้อนี้ให้เสร็จได้อย่างไร ตอนนี้ข้อความนั้นกำลังดังกึกก้องอยู่ในหัวของเขา บ่ายสองโมง สวี่ปั้นซย่าถึงกลับมาจากด้านนอก จากนั้นหลินมั่วก็ค่อยๆ ได้สติ สีหน้าของสวี่ปั้นซย่าดูเยือกเย็น เธอไม่คุยกับหลินมั่วเลยสักนิด เธอหยิบโทรศัพท์มือถือกับกระเป๋าเป้และออกจากบ้านไปทันที “คุณจะไปไหน” หลินมั่วถาม สวี่ปั้นซย่าหันมามองเขาและกล่าวด้วยเสียงที่เย็นชา “ไม่ใช่เรื่องของคุณ คุณจัดการเรื่องของตัวเองก่อนเถอะ อย่าทำให้คนอื่นด่าคุณว่าไร้ประโยชน์อีกได้ไหม!” “คุณ...” หลินมั่วเกือบจะบันดาลโทสะ แต่สุดท้ายเขาก็ระงับความโกรธไว้ในใจ หรือว่าสวี่ปั้นซย่าไม่เคยรักเขาเลย การแต่งงานในครั้งนี ไม่ถูกต้องตั้งแต่แรก ในเมื่อเป็นแบบนี้ ก็จบมันซะเถอะ! แต่ว่าหลินมั่วยังคงอาลัยอาวรณ์อยู่เล็กน้อย เมื่อเห็นสวี่ปั้นซย่าเดินจากไป เขาก็เดินตามเธอไปอย่างไม่รู้ตัว สวี่ปั้นซย่ามาที่โรงแรมแมริออท หมายเลขห้อง 2018 จริงๆ เธอยืนอยู่หน้าประตูห้อง หลังจากลังเลใจอยู่สักพัก เธอก็เคาะประตู ไม่นานประตูห้องก็เปิดออก มีชายอ้วนพุงพลุ้ยเปิดประตูออกมาด้วยสายตาที่ลามก จากนั้นเขาก็ให้สวี่ปั้นซย่าเข้าไปในห้อง ผู้ชายคนนี้ไม่ใช่ชุยอี้ฟาน หรือว่าชายอื่นที่สวี่ปั้นซย่าคบอยู่ จะไม่ได้มีเพียงคนเดียว หัวใจของหลินมั่วเต้นแรงจนจะหลุดออกมาจากคอ ตอนนี้เขาอยากเข้าไปห้ามสวี่ปั้นซย่ามากจริงๆ แต่สุดท้ายเขาก็ไม่ทำแบบนั้น หัวใจของเขามันตายไปแล้ว แต่ว่าเขาก็ยังไม่อยากทำเรื่องที่กลับไปแก้ไขไม่ได้ หรือจะเป็นเหมือนที่สวี่เจี้ยนกงพูด หลายปีมานี้เขากำลังทำให้สวี่ปั้นซย่าเสียเวลา ในเมื่อเป็นแบบนี้ ก็ขอให้จากกันด้วยดีเถอะ! หลินมั่วถอนหายใจและค่อยๆ เดินลงมาด้านล่าง แต่เมื่อมองไปยังห้องด้านบน เขาก็รู้สึกอาลัยอาวรณ์ใจเล็กน้อย ถ้าเกิดเขาเข้าใจสวี่ปั้นซย่าผิด เขาจะทำอย่างไร? เมื่อครุ่นคิดอยู่สักพัก หลินมั่วก็รีบไปเปิดห้อง ห้องของเขาอยู่ถัดจากห้องหมายเลข 2018 พอดี เมื่อขึ้นไปด้านบนแล้ว หลินมั่วก็รีบเข้าไปในห้องทันที เขาเข้าไปใกล้ๆ ผนังและตั้งใจฟังอย่างละเอียด ถึงแม้ประสิทธิภาพการเก็บเสียงของห้องจะไม่เลว แต่หลินมั่วได้ฝึกฝนเคล็ดลับที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ การได้ยินของเขาล้ำกว่าคนปกติมาก เมื่อแนบตัวเข้ากับผนัง หลินมั่วก็ได้ยินเสียงครวญครางดังมาจากห้องข้างๆ อย่างเลือนราง ชัดเจนว่าเป็นเสียงคนกำลังมั่วโลกีย์อยู่! ตอนนี้ หลินมั่วรู้สึกว่าหัวของเขากำลังอื้ออึง จนเกือบจะระเบิดออกมาเป็นเสี่ยงๆ สวี่ปั้นซย่า เธอทรยศเขาจริงๆ! หลินมั่วกำมือทั้งสองข้างไว้แน่น เล็บของเขาค่อยๆ จิกเข้าไปในเนื้อ แต่เขาไม่รู้สึกเจ็บปวดเลยแม้แต่น้อย ตอนนี้ความเจ็บปวดใจ ได้กลืนกินเขาไปทั้งตัวแล้ว สามปี! สามปีเลยนะ! หลินมั่วทำทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาทำได้ แต่สุดท้ายเขาก็โดนคนอื่นด่าว่าไร้ประโยชน์และยังโดนคนอื่นดูหมิ่น ถึงอย่างไรเขาก็ไม่เคยสนใจคำพูดดูถูกดูแคลนของทุกคนเลยแม้แต่น้อย เขารักเธอ ถึงแม้เขาจะไม่เคยได้แตะแม้แต่เส้นผมของเธอ แต่เขาก็ไม่สนใจเลยสักนิด เขาเชื่อว่าวันหนึ่ง ความจริงใจของเขาทำให้หัวใจของเธอละลายได้! แต่ว่าตอนนี้ ทุกความเชื่อมั่น ทุกความรู้สึก มันกลายเป็นความหวังที่สูญสลายไปแล้ว! การสูญเสีย มักจะเกิดขึ้นในชั่วพริบตา หลินมั่วไม่รู้ว่าตัวเองออกมาจากโรงแรมแห่งนี้ได้อย่างไร แต่เมื่อได้นั่งอยู่ริมแม่น้ำก่วงหยางจนท้องฟ้ามืด จิตใจของเขาก็สงบลงเล็กน้อย หรือมันถึงเวลาสิ้นสุดแล้ว! เมื่อเจอกันด้วยดีก็ขอให้จากกันด้วยดีเถอะ เมื่อเขาถึงบ้าน สวี่ปั้นซย่าก็กลับมาบ้านนานแล้ว สวี่ตงเสวี่ยก็ไม่ได้ไปไหน “แกยังหาทางกลับบ้านเจออยู่นี่ กี่โมงกี่ยามกันแล้วทำไมถึงยังไม่ทำกับข้าวอีก” ฟังฮุ่ยตวาดเสียงดัง หลินมั่วไม่สนใจเธอและกลับไปที่ห้องทันที เสียงฝักบัวอาบน้ำดังมาจากห้องน้ำ สวี่ปั้นซย่ากำลังอาบน้ำอยู่ หลินมั่วนั่งรออยู่ที่เตียง เขาบังเอิญเห็นกระเป๋าเป้ของสวี่ปั้นซย่า ทันใดนั้นเขาก็อึ้งไปทันที กระเป๋าของสวี่ปั้นซย่าเปิดอยู่ครึ่งหนึ่ง บังเอิญมีกล่องกล่องหนึ่งโผล่ออกมาจากด้านในเล็กน้อย หลินมั่วรีบหยิบกล่องกล่องนั้นออกมาทันที นึกไม่ถึงเลยว่ามันจะเป็นกล่องดูเร็กซ์ ด้านในมีซองที่ถูกฉีกแล้วอยู่หลายอัน ดูเหมือนว่ามันจะมีคนใช้ไปแล้ว ตอนนี้ในหัวของหลินมั่วเกิดเสียงดังอีกครั้ง มันเกือบจะระเบิดออกมาแล้ว นึกไม่ถึงเลยว่าสวี่ปั้นซย่าจะพกของพวกนี้ไว้กับตัว เธอ...เธอทำเรื่องที่แย่ต่อตัวเองไปมากแค่ไหนกันนะ! เขายังโง่คิดว่าเธอสูงส่งและบริสุทธ์มาโดยตลอด แต่ลับหลังเธอทำเรื่องที่สกปรกไปมากแค่ไหนกันนะ? ทันใดนั้น เสียงของสวี่ตงเสวี่ยก็ดังมาจากประตู ทันใดนั้นหลินมั่วก็เปลี่ยนสีหน้า เขารีบเอากล่องดูเร็กซ์ใส่เข้าไปในกระเป๋าด้วยความตื่นตระหนก เมื่อสวี่ตงเสวี่ยเข้ามาในห้อง เธอก็หยิบกระเป๋าใบนั้นออกไปทันที ในใจของหลินมั่วรู้สึกเย็นชาอีกครั้ง ดูเหมือนว่าสวี่ตงเสวี่ยก็รู้เรื่องนี้เหมือนกัน หรือว่าเธอกำลังช่วยสวี่ปั้นซย่าปกปิดเรื่องแย่ๆ คนในครอบครัวนี้ เห็นเขาเป็นอะไรกันแน่นะ เมื่อประตูห้องน้ำเปิดออก สวี่ปั้นซย่าก็ออกมา เมื่อเห็นว่าหลินมั่วอยู่ในห้อง สวี่ปั้นซย่าก็ตกใจ “คุณ...คุณกลับมาเมื่อไหร่” หลินมั่วเงียบขรึมและมองสวี่ปั้นซย่าอย่างเยือกเย็น สวี่ปั้นซย่าขนลุกเล็กน้อย พลันกล่าวด้วยน้ำเสียงโมโห “คุณจะทำอะไรน่ะ” ความจริงแล้ว ตอนที่เห็นกล่องดูเร็กซ์เมื่อครู่นี้ หลินมั่วอยากบันดาลโทษะมากจริงๆ แต่พอเขาเห็นสวี่ปั้นซย่าเดินออกมา จิตใจของเขาก็สงบลงไม่น้อย จริงๆ แล้วผู้หญิงคนนี้ไม่เคยเป็นของเขาเลย ทำไมเขาจะต้องตวาดใส่เธอด้วย “ปั้นซย่า...” หลินมั่วครุ่นคิดอยู่นาน จากนั้นเขาก็กล่าวด้วยเสียงต่ำ “พวกเรา หย่ากันเถอะ!” สวี่ปั้นซย่ากำลังเช็ดผมอยู่ แต่เมื่อได้ยินคำพูดของเขาเธอก็ตะลึงจนผ้าขนหนูที่อยู่ในมือหล่นลงบนพื้น เธอหันกลับไปและมองหลินมั่ว เพราะไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน “คุณ...คุณพูดอะไรนะ” “พวกเราหย่ากันเถอะ...” หลินมั่วกล่าวเบาๆ สวี่ปั้นซย่ามองหลินมั่วอย่างขุ่นเคือง “คุณ...คุณพูดอีกทีสิ!” “พวกเราหย่ากันเถอะ!” สีหน้าของหลินมั่วสงบนิ่ง “แบบนี้ไม่ดีต่อพวกเราทั้งสองคน คุณ...คุณสมควรได้รับสิ่งที่ดีมากกว่านี้...” หลินมั่วอยากระบายความโกรธที่อยู่ในใจของตัวเองมาก แต่สุดท้ายเขาก็ไม่ทำแบบนั้น ในเมื่อสามีภรรยาไม่มีความรักต่อกัน ก็ควรจะจากกันด้วยดี อย่างน้อย ในตอนที่เขาต้องการความช่วยเหลือจากตระกูลสวี่มากที่สุด พวกเขาก็ให้เงินเขามาหนึ่งแสน เพื่อให้เขาเอาไปช่วยหลินซี “เรื่องนี้คุณไม่ต้องยุ่ง!” สวี่ปั้นซย่ากรีดร้อง เธอชี้นิ้วไปที่หลินมั่วและตะโกนด้วยความโมโห “หลินมั่ว คุณฟังฉันให้ดีนะ ถ้าอยากจะหย่ากัน ฉันควรต้องเป็นฝ่ายพูดคำนี้กับคุณ คุณไม่มีสิทธิ์พูดคำนี้กับฉัน!” สวี่ปั้นซย่าร้องไห้และวิ่งออกไปทันที หลินมั่วทรุดตัวลงบนเตียง เขาก็รู้สึกเสียใจเช่นกัน แต่ว่าเรื่องของความรักความผูกพัน ต้องรีบตัดให้ขาดทันที เพราะยิ่งยืดเวลาออกไปนานเท่าไหร่ ก็จะยิ่งเสียใจมากยิ่งขึ้น ครั้งนี้ พ่อแม่ของสวี่ปั้นซย่า ไม่เข้ามาตำหนิหลินมั่วเลยสักนิด มันชัดเจนมาก ว่าพวกเขาก็อยากให้หลินมั่วกับสวี่ปั้นซย่าหย่ากัน

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: หมอเทวะหัตถาศักดิ์สิทธ