หัวอกธนพัต ดั่งมีกองเพลิงเป็นกลุ่มก้อนขนาดใหญ่กำลังลุกกระพือโหมแรงเต็มกำลัง!
เขาชูมือขึ้น และมองมาทางไรยาที่อยู่ด้านหน้า และเปล่งคำพูดออกมาจากไรฟันประโยคหนึ่ง “คุณเอารูปนี้มาให้ผมดู จุดประสงค์คืออะไรครับ?”
ไรยาตกใจกับความโกรธเคืองของธนพัต เธอไม่คิดเลยว่าเขาจะโมโหขนาดนี้
ไรยากล่าวทันที “ธนพัต นี่คุณตาบอดหรือไง? คุณมองไม่เห็นเหรอว่าสาริศากับธีภพกำลังเป็นชู้กันอยู่? สาริศาที่อยู่ในใจของคุณ คนที่เธอรักนั้นไม่ใช่คุณ แต่กลับเป็นว่าที่สามีของฉันแทน! ซึ่งเป็นคู่ขาเก่าของเธอ! ฉันก็แค่อยากจะให้คุณรู้ถึงหน้าตาที่แท้จริงของผู้หญิงคนนี้ อย่าโดนหลอกด้วยการแสดงความอ่อนแอที่ปรากฏให้เห็นจากภายนอกของเธอเลย สิ่งที่ทำลงไปทั้งหมดนี่ฉันหวังดีจริงๆ ค่ะ!”
“หวังดีเหรอ?” ธนพัตแสยะยิ้มให้อย่างเย็นชา น้ำเสียงเย็นชาโดยไม่แสดงความอ่อนโยนสักนิด “เช่นนั้นก็รบกวนคุณ หอบเอาความหวังดีของคุณ และรีบไสหัวออกไป”
ใบหน้าไรยาซีดเผือด
ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้?
เรื่องนี้กลับไม่ใช่สิ่งที่ไรยาต้องการให้บรรลุผลเป็นไปตามเป้าหมายของเธอเลย ทำไมธนพัตถึงได้มาระเบิดอารมณ์ใส่เธอล่ะ?
เธอเอารูปให้เขาดู โดยอยากจะให้ธนพัตเกรี้ยวกราดขึ้นมา และทอดทิ้งสาริศาไปซะ โดยการทรมานเธอ ทำลายเธอ ทำไมเรื่องมันถึงกลับตาลปัตรเธอโดนขู่คุกคามกลับมาได้ล่ะ?
ธนพัตคนนี้หลงใหลสาริศาหัวปักหัวปำจริงๆ ถึงขั้นหลงใหลหนักเอาการ จนไม่สามารถแยกแยะความผิดถูกชั่วดีได้เลย!
ไรยาเองก็กราดเกรี้ยวออกมา เธอกล่าวว่า “คุณพูดว่าให้ฉันไสหัวออกไปใช่มั้ย? นังสาริศามันสวมเขาให้คุณขนาดนี้ คุณกลับไม่สนใจเหรอ? นี่คุณยังเป็นผู้ชายอยู่มั้ย!”
ไรยากล่าวต่อ “ธนพัต ฉันรู้ว่าในใจคุณกำลังโกรธมากแน่ๆ ตอนที่ฉันเห็นรูปแล้วฉันยังโกรธมาก ฉันเกลียดจนต้องการสับสาริศาให้แหลกเป็นชิ้นๆ นางแต่งงานกับคุณ กลับไปยั่วใส่ผัวคนอื่น นังนี่มันเป็นตัวอะไร อีคนทรยศ!”
ธนพัตมองไรยาที่อยู่ด้านหน้า ความอดทนอดกลั้นเส้นขีดสุดที่อยู่ในแววตามันกลับถอยลงไปแล้ว
เขาโกรธขึ้นมามากจริงๆ
แต่ว่า ยังไม่ถึงขั้นที่ให้ไรยาออกมาบอกว่าเขาควรจะทำอย่างไร!
ถ้าไม่ใช่คำนึงถึงเรื่องที่ไรยาเป็นผู้หญิงคนหนึ่ง และเป็นน้องสาวแท้ๆ ของสาริศา เขาก็คงไม่ไว้หน้าเธอตั้งแต่แรกแล้ว แล้วจะให้โอกาสเธอได้ผรุสวาทสาดเสียเทเสียต่อหน้าเขาได้ตามอำเภอใจอีกมั้ย!
ธนพัตไม่มีเวลามาพูดไร้สาระกับไรยา ได้แต่เอ่ยปากพูดเสียงเคร่งขรึม ในน้ำเสียงนั้น เต็มไปด้วยรสชาติแห่งความอันตรายอย่างเต็มเปี่ยม “ไรยา เรื่องของผมกับสาริศา คงไม่ถึงขั้นให้คุณมาคอยวิจารณ์ชี้นิ้วสั่ง ผมขอเตือนคุณเป็นครั้งสุดท้าย ถ้าคุณกล้าตั้งแง่กับสาริศาอีก ผมจะให้คุณตายอย่างน่าเกลียดที่สุด”
ใครจะไปรู้ว่าไรยายังคงเชิดหน้าชูคอถือทิฐิ “ฉันก็แค่กำลังปกป้องความรักของฉัน และว่าที่สามีของฉัน! ถ้าสาริศากล้ามาให้ท่าธีภพอีกครั้ง ฉันตายเป็นผีก็ไม่มีวันปล่อยเธอไป!”
เมื่อพูดประโยคนี้จบแล้ว จึงมองเห็นกองเพลิงความโกรธเคืองที่อยู่ในนัยน์ตาอันเย็นชาของธนพัต ท้ายที่สุดไรยาเริ่มหวาดกลัวขึ้นมาเล็กน้อย พลางพูดกระชับคำอย่างรวดเร็ว “ช่างเถอะ ธนพัต สิ่งที่ควรจะพูดฉันก็พูดไปหมดแล้ว ขออวยพรให้พวกคุณมีความสุข บ๊ายบาย”
ไรยาเห็นว่าไม่สามารถใส่ร้ายป้ายสีได้ ดูเหมือนว่าการมาในครั้งนี้จะมาผิดเวลาเสียแล้ว เธอจำต้องถอยทัพออกไป
แต่เรื่องที่ใหญ่กว่านั้นคือ การที่เธอจะออกไปจากประตูห้องทำงานในชั่วขณะนั้น เธอหยุดฝีเท้าอย่างกะทันหัน พลางพูดออกมาประโยคหนึ่งด้วยเสียงทุ้มต่ำ “คุณคิดว่าสาริศารักคุณจริงๆ เหรอ? คุณธนพัต?”
ไรยาเดินออกมาจากห้องทำงาน อารมณ์ที่กำลังพลุกพล่านของธนพัตมันกลับไม่สามารถสงบสติอารมณ์ให้กลับมาเป็นปกติได้เลย
เขาเข็นรถเข็นมาทางด้านหน้ากระจก และมองภาพถนนยังด้านนอก ภาพด้านนอกของกระจกจรดพื้นเป็นภาพอันมีแต่ชีวิตชีวา ต่างเป็นภาพชายหนุ่มหญิงสาวเดินขวักไขว่ สวนกันไปมา การพบปะของผู้คนท่ามกลางฝูงชนมากหน้าหลายตา ซึ่งเป็นพรหมลิขิตอย่างหนึ่ง เพียงทว่าการประสบพบเจอของพวกเขามันไม่ใช่เพียงแค่คนคนเดียว แต่กลับเป็นคนแปลกหน้าไม่กี่คนท่ามกลางฝูงชนมากมายนับหมื่นนับพันคน
สาริศารักคุณจริงๆ เหรอ?
คำถามของไรยา ทำให้ธนพัตใช้เวลาครุ่นคิดอยู่นานมาก
เขากลับไม่มีคำตอบที่มั่นใจหรือวิธีการที่ให้คำตอบได้อย่างแน่ชัดสักอย่าง
ในทุกๆ เรื่องเขาไม่เคยสักครั้ง ที่กลับมีความรู้สึกที่ไม่มั่นใจเช่นนี้มาก่อนเลย ทว่าสาริศา กลับทำให้เขามีความรู้สึกไม่มั่นใจเกิดขึ้น
คืนนั้น ธนพัตกลับมาถึงบ้าน จึงเห็นสาริศากำลังจัดตู้เสื้อผ้าอยู่ในห้องนอน
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: หวานเย็น กรุ่นใจ
สวย แต่ โง่ดักดาน แล้วไงคุณนางเอก...
ทำไมนางเอกต้องเป็นควายตลอด...