เข้าสู่ระบบผ่าน

ข้ามมิติรักขุนนางกังฉิน นิยาย บท 118

หลิวอวิ๋นเซียงส่ายหน้า “ท่านรับไปเถิด”

ขอทานมองชามใบใหม่แล้วถอนหายใจ “ของใหม่สู้ของเก่าไม่ได้หรอก”

จิ่นเยียนพูดไม่ออก “ชามใบนี้ทั้งใหม่ ทั้งดี ทำไมจะสู้ชามใบเก่าของท่านไม่ได้เล่า?”

“ชามใบเก่านั้นอยู่กับข้ามาสิบกว่าปี มีความผูกพันกันแล้ว”

หลิวอวิ๋นเซียงพยักหน้า “แต่ว่ามันแตกไปแล้ว และท่านก็สู้เขาไม่ได้”

“ก็จริงอย่างว่า”

หลิวอวิ๋นเซียงให้จิ่นเยียนเติมเหรียญทองแดงลงในชามอีกสองสามเหรียญ “ข้าขออวยพรให้ท่านเงินทองไหลมาด้วยชามใบใหม่นี้”

ขอทานหัวเราะชอบใจ “พิธีรีตองดีจริง ๆ!”

เขาลุกขึ้นพร้อมกับชามในมือ หันกลับไปมองเหยียนมู่ด้วยสายตาเคียดแค้น ก่อนจะจากไปก็หันมาพูดกับหลิวอวิ๋นเซียงว่า “แม่นางช่างมีมารยาทดี แต่ต่อไปอย่าเรียกข้าว่าท่านลุงเลย ข้าเพิ่งจะอายุยี่สิบแปด ยังไม่ได้แต่งงาน ยังหนุ่มยังแน่นอยู่”

“จริง...จริงหรือ”

มองดูผมหงอกบนหัวเขา แต่เพราะใบหน้าเปรอะเปื้อนจนมองไม่เห็นรูปร่างหน้าตาชัดเจน ประกอบกับหลังค่อม ทำให้ใคร ๆ ก็เข้าใจผิดคิดว่าเป็นชายชราอายุห้าหกสิบปี

หลังจากไล่ขอทานไปแล้ว หลิวอวิ๋นเซียงให้จิ่นเยียนรออยู่ห่าง ๆ นางจึงเดินตรงไปหาเหยียนมู่

ก่อนหน้านี้เหยียนมู่มองนางด้วยแววตาขุ่นเคือง แต่ตอนนี้กลับทำท่าทีไม่ใส่ใจ นอนแผ่หลาอยู่ที่เดิม

“จากผู้บัญชาค่ายใหญ่ชานเมือง จนมาถึงยามเฝ้าประตู ใต้เท้าเหยียนล้วนดำรงตำแหน่งสำคัญ ความสงบสุขของเมืองหลวงล้วนขึ้นอยู่กับท่าน” หลิวอวิ๋นเซียงกล่าวด้วยรอยยิ้มจาง ๆ

เหยียนมู่หรี่ตาลง “เหตุใดข้าจึงรู้สึกว่าคำนี้กำลังเสียดสีข้าอยู่?”

“ข้าบอกกับสุนัขที่จวนว่า เจ้าต้องเฝ้าประตูให้ดี นี่เรียกว่าเสียดสีหรือ?”

“ไม่เชิงหรอก ข้าก็ควรเป็นสุนัขอยู่แล้ว”

“ลองเห่าดูสิ”

“อยากฟังหรือ?”

หลิวอวิ๋นเซียงขมวดคิ้ว “ถ้าเห่าได้ดี ข้าจะให้เงินรางวัลท่าน”

เหยียนมู่หัวเราะในลำคอ ก่อนจะลุกขึ้น ดึงหลิวอวิ๋นเซียงไปซ่อนหลังต้นไหวใหญ่ แล้วก้มลงจูบนาง

“ท่าน...”

“โฮ่ง ๆ!”

หลิวอวิ๋นเซียงที่กำลังจะยกมือขึ้นตี ถูกท่าทางอันหน้าด้านไร้ยางอายของเขาทำให้ชะงักค้าง

เหยียนมู่ใช้นิ้วโป้งเช็ดริมฝีปากของหลิวอวิ๋นเซียง “เมื่อครู่ถือว่าเป็นเงินรางวัลแล้ว”

“ปล่อยข้านะ!”

“จะให้ข้าเห่าอีกไหม?”

“อย่า... ข้าไม่อยากฟังแล้ว”

เหยียนมู่ยกยิ้มมุมปาก มือลูบท้องของหลิวอวิ๋นเซียง “เขาดิ้นไหม?”

“ใครหรือ?”

เหยียนมู่ส่งเสียงหึ “ยังไงข้าก็ทำเพื่อปกป้องเจ้ากับลูก จะถามมากมายทำไมกัน”

“แล้วข่าวดีจากชายแดนเหนือเล่า เกิดอะไรขึ้น?”

“บังเอิญน่ะสิ”

หลิวอวิ๋นเซียงแค่นเสียง “บนโลกนี้ไม่มีเรื่องบังเอิญหรอก มีแต่คนที่วางแผนมาเป็นเวลานานแล้วต่างหาก”

เหยียนมู่หาวหวอด “ข้าไม่เข้าใจที่เจ้าพูดเลย”

“สงครามเริ่มไปนานแล้ว แถมยังปิดบังราชสำนักอีกต่างหาก ท่านก็รู้เรื่องนี้มาตั้งแต่แรกแล้ว จดหมายรายงานชัยชนะก็คงไม่บังเอิญมาถึงพอดีขนาดนั้น คิดดูแล้วท่านคงแกล้งถ่วงเวลาไว้หลายวัน รอจนกว่าราชโองการของไทเฮาจะมาถึงจวนโหว จากนั้นเจ้าก็เลยถือโอกาสใช้เรื่องพยัคฆ์ขาวกลับชาติมาเกิด ทำให้ฝ่าบาทและขุนนางทั้งหลายเชื่อว่าต้าหรงกำลังมีโชค คิดว่าจดหมายรายงานชัยชนะครั้งนี้เป็นเรื่องสวรรค์บันดาล ทำให้ฝ่าบาทไม่เอาผิดเรื่องที่ด่านเจิ้นเป่ยยกทัพออกรบโดยพลการ”

ถึงจะพูดแบบนั้น แต่ในใจนางก็ยังไม่อยากจะเชื่อว่าเหยี่ยนมู่จะบังอาจถึงเพียงนี้ กล้าปิดบังสถานการณ์ศึกชายแดน กล้าปิดบังข่าวกรองทหาร

เขาคงคิดว่าตระกูลเหยียนถูกประหารเก้าชั่วโคตร เหลือแค่เขาคนเดียวสินะ!

คิดได้ดังนั้น หลิวอวิ๋นเซียงก็โมโหจนต้องเตะเหยียนมู่ไปหนึ่งที “ท่านเอาลูกมาใช้ประโยชน์แบบนี้ได้ยังไง!”

“ข้ากับลูกชายต่างก็ได้ประโยชน์ซึ่งกันและกัน”

“ถ้าเกิดเป็นลูกสาวเล่า?”

“ลูกสาว?” เหยียนมู่หัวเราะ “ข้าจะให้ลูกสาวข้าสุขสบายไปทั้งชีวิต”

หลิวอวิ๋นเซียงเลิกคิ้ว “ก่อนหน้านี้ท่านไม่เคยคิดจะรับเด็กคนนี้มิใช่หรือ?”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้ามมิติรักขุนนางกังฉิน