บทที่ 1008 สายลมพัดมา เมฆลอย
ดวงตากลมโตของเหมาเหม่าเบิกกว้าง เปลวไฟสีม่วงพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า และร่างของพี่ใหญ่ราชาหมาป่าในสระปีศาจสวรรค์ก็หายไปแล้ว
ราวกับว่าเสียงระเบิดของน้ำในสระเมื่อครู่ทำให้เขาสลายไปทั้งร่างและวิญญาณ
เหมาเหม่าตกตะลึงงัน ทรุดลงกับพื้น จบแล้ว เหมือนพี่ใหญ่ขององค์ราชาจะล้มเหลวจนร่างสลายหายไปแล้ว
แม่ทัพเสือพุ่งตัวไปยังสระปีศาจสวรรค์ มองไปรอบ ๆ แต่ไม่พบร่องรอยของจ้าวอู่หยาง
แม่ทัพหมีก็ตกใจกลัว กวาดตามองไปด้านล่าง
“ขอบคุณที่คอยปกป้อง”
เสียงอ่อนโยนดังขึ้นข้างหูของแม่ทัพหมี มันรีบหันมอตามทิศทางของเสียง แต่กลับไม่เห็นใครเลย
อึดใจต่อมาเห็นกองเพลิงสีม่วงแดงปรากฏ ปลวไฟงดงาม แล้วในพริบตาก็รวมตัวกันเป็นร่างของจ้าวอู่หยาง
แม่ทัพหมีถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ส่วนแม่ทัพเสือที่อยู่ด้านล่างก็ถอนหายใจยาว โชคดีที่จ้าวอู่หยางปลอดภัยดี
หากจ้าวอู่หยางล้มเหลวในการข้ามผ่านขั้น แม้จะไม่เกี่ยวข้องกับพวกมัน แต่พวกมันที่ได้รับคำสั่งให้คุ้มครองจ้าวอู่หยางก็ยากที่จะปฏิเสธความรับผิดชอบ
แม่ทัพเสือกับแม่ทัพหมีมองไปที่จ้าวอู่หยางด้วยความตกใจ
พลังลมปราณของจ้าวอู่หยางตอนนี้เป็นพลังลมปราณของขั้นจักรพรรดิ พลังวิญญาณลุกโชนแรงกล้า บริสุทธิ์และแฝงไปด้วยพลังกดดัน
สิ่งนี้ทำให้จิตใจของพวกมันสั่นสะท้านโดยไม่รู้ตัว การข้ามผ่านจากขั้นก้าวสูจักรพรรดิสู่ขั้นจักรพรรดิ พวกมันต้องใช้เวลาสองถึงสามวันเต็มในการบำเพ็ญเพียรอย่างสงบจึงสำเร็จ
แต่จ้าวอู่หยางใช้เวลาเท่าใด?
ตั้งแต่พวกมันสัมผัสพลังได้จนจ้าวอู่เจียงก้าวข้ามสำเร็จยังไม่ทันจะผ่านไปสักถ้วยชาก็ทำได้แล้ว?
ต้องมีรากฐานในขั้นก้าวสู่จักรพรรดิแข็งแกร่งเพียงใด?
แม่ทัพหมีจ้องมองจ้าวอู่หยางตรงหน้าไม่วางตา ดวงตาเล็ก ๆ เต็มไปด้วยความตะลึง ตอนนี้จ้าวอู่หยางเหมือนจะไม่มีอะไรแตกต่างจากก่อนหน้า แต่สัญชาตญาณของมันกลับบอกว่า จ้าวอู่หยางตอนนี้อันตรายเหลือเกิน
ไม่ใช่ว่าจ้าวอู่หยางกำลังตกอยู่ในอันตราย แต่เป็นจ้าวอู่หยางที่สามารถก่อให้เกิดอันตรายต่อมันได้
สัญชาตญาณเช่นนี้ทำให้มันสั่นสะท้าน
บ้างก็เพิ่งก้าวเข้าสู่ขั้นจักรพรรดิ พลังยังไม่แข็งแกร่งนัก
แต่ราชาหมาป่าอยากจะเอาชนะ เลยให้มันมาดูที่นี่ แม่ทัพเสือได้ยินว่าราชาเสือลมดำส่งคนมาขอประลองฝีมือก็แค่นเสียงเย็นชา แล้วคำนับไปทางจ้าวอู่เจียงและแม่ทัพหมี
“พี่ชายจ้าว หมีรอง ข้าขอไปก่อนแล้ว!”
มันมีความบาดหมางกับราชาเสือลมดำ สถานการณ์เช่นนี้ที่เหมือนการประลอง แท้จริงคือการต่อสู้ มันต้องไปดูให้เห็นกับตาแน่นอน
“จ้าวอู่เจียงยิ้มบาง ๆ “ไปด้วยกันเถิด”
แม่ทัพหมีเอ่ยเสียงทุ้ม “อย่าเร่งรีบเกินไป”
จ้าวอู่หยางเพิ่งก้าวเข้าสู่ขั้นจักรพรรดิ เขาอยากลองทดสอบว่าตอนนี้ตนเองมีพลังอยู่ในระดับใด
เยว่ปู้ฟานอยู่ขั้นจักรพรรดิ ระดับสี่
เขาอยากคำนวณระยะห่าง และอยากรู้ว่าอีกแค่ไหนตนเองจึงจะไปปะทะกับเยว่ปู้ฟานได้
มีบางเรื่องที่เขาต้องจัดการทีละอย่างหลังจากก้าวเข้าสู่ขั้นจักรพรรดิ

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า