เข้าสู่ระบบผ่าน

ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า นิยาย บท 113

บทที่ 113 เริ่มต้นกวาดล้างโรงหมอหลวง

จ้าวอู่เจียงโดยสารรถม้ากลับเข้าวังหลวง ในระหว่างนี้เขาส่งเจี๋ยเอ้อร์ซานที่ซ่อนตัวอยู่ในความมืดกลับไปที่ห้องตำราของเฉินอันปัง และสั่งให้เจี๋ยเอ้อร์ซานทำการขนย้ายหีบไม้ทุกใบออกมาจากห้องลับของจวนตระกูลเฉิน

ทางด้านเสนาบดีกรมคลังและเสนาบดีกรมมหาดไทยต่างก็เฝ้ารอฟังข่าวด้วยความร้อนรน โดยเฉพาะเสนาบดีกรมคลังที่ตอนนี้รู้สึกเหมือนกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ตะปูอย่างไรอย่างนั้น

สุดท้าย พวกเขาก็ได้รับการรายงานว่า การบุกตรวจค้นจวนที่พักจบลงแล้ว ทรัพย์สินทุกอย่างถูกส่งมอบให้แก่ท้องพระคลัง และจ้าวอู่เจียงก็เดินทางกลับเข้าสู่วังหลวงอย่างราบรื่นแล้วเช่นกัน

นี่คือสิ่งที่พวกเขาคิดไม่ถึงจริง ๆ

เพราะรายงานที่ได้รับทราบมาก็คือ จ้าวอู่เจียงไม่ได้แสดงออกถึงความโลภ หรือการอยากครอบครองทรัพย์สมบัติเหล่านั้นเลยแม้แต่น้อย

นี่จึงเป็นเรื่องที่ยากต่อความเข้าใจอย่างยิ่ง มีขุนนางที่ไม่คิดโกงกินบ้านเมืองอยู่ด้วยหรือ?

แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ประเด็นสำคัญที่สุดก็คือ พวกเขาได้รับรายงานว่าจ้าวอู่เจียงใช้เวลาตรวจค้นห้องตำราของเฉินอันปังไม่น้อยเลยทีเดียว และไม่มีใครรู้เลยว่าจ้าวอู่เจียงค้นพบอะไรข้างในนั้นบ้าง

เพราะจ้าวอู่เจียงไม่ได้เปิดเผยข้อมูลอะไรออกมาเลย

ในขณะที่เสนาบดีกรมคลังและคนอื่น ๆ กำลังใช้ความคิดกันอย่างวุ่นวายวกวน ชายหนุ่มก็เดินทางกลับมาถึงวังหลวงแล้ว

สิ่งแรกที่เขาค้นพบเมื่อกลับถึงวังหลวงก็คือ ทหารเวรยามดูจะมีความเข้มงวดมากกว่าเดิมหลายเท่า ซึ่งทำให้ขันทีหนุ่มรู้สึกพิศวงเล็กน้อย

เมื่อจ้าวอู่เจียงกลับไปถึงตำหนักหย่างซิน ยังไม่ทันได้รายงานให้ฮ่องเต้หญิงรับทราบถึงผลการตรวจค้นห้องตำราของเฉินอันปัง นางก็เป็นฝ่ายบอกข่าวแก่เขาก่อน

“พวกเราพบเบาะแสของคนร้ายเมื่อวานนี้แล้ว” ดวงตาของฮ่องเต้หญิงเป็นประกายวาวโรจน์ ภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวานยังคงชัดเจนอยู่ในหัวใจ และทำให้นางรู้สึกโกรธแค้นยิ่งนัก

จ้าวอู่เจียงขมวดคิ้วมุ่น

“เกี่ยวพันถึงโรงหมอหลวงหรือไม่?”

“เจ้าคงรู้อยู่แล้วสินะ” ฮ่องเต้หญิงพยักหน้ารับ

“ตระกูลตู๋กูช่วยสืบเรื่องนี้ และพบว่าผู้ที่ส่งมือสังหารมาก็คือซุนอี้ขู่ เป้าหมายของมันคือข้ากับฮองเฮา”

“ฝ่าบาทพร้อมที่จะถอนรากถอนโคนพวกมันหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?” จ้าวอู่เจียงถูนิ้วมืออย่างใช้ความคิด ก่อนเข้ามาในวังหลวง เขาสังเกตเห็นว่าทุกทางเข้าออกมีกองกำลังรักษาความปลอดภัยคุมเข้มอย่างแน่นหนา นี่หมายความว่าฮ่องเต้หญิงกำลังป้องกันไม่ให้พวกของซุนอี้ขู่หลบหนีออกไปได้

“พร้อมแล้ว” ฮ่องเต้หญิงทอดถอนหายใจ

“วันพรุ่งนี้ข้าก็ต้องแต่งงานกับองค์หญิงแห่งแคว้นไป๋เยว่แล้ว ข้าคงปล่อยให้คนร้ายลอยนวลต่อไปไม่ได้!”

จ้าวอู่เจียงถามขึ้นว่า

“ถ้าอย่างนั้นเราจะเริ่มลงมือกันเมื่อไหร่ดีพ่ะย่ะค่ะ?”

พวกเขาเดินขบวนเข้าไปใกล้โรงหมอหลวงอย่างช้า ๆ ในอากาศเต็มไปด้วยกลิ่นของยาสมุนไพรลอยคลุ้ง

จ้าวอู่เจียงหรี่ตาลงเล็กน้อย เขารู้สึกว่าบรรยากาศเงียบสงบมากเกินไป หรือว่ากลุ่มคนร้ายในโรงหมอหลวงจะรู้ตัวว่าพวกเขากำลังจะมาเข้าแล้ว

จ้าวอู่เจียงยกมือส่งสัญญาณให้ทุกคนหยุดเท้า

ทันใดนั้น ถุงผ้าที่บรรจุสมุนไพรสี่ใบก็ลอยออกมาจากโรงหมอหลวง พุ่งเข้ามาหาพวกเขาอย่างไม่มีสัญญาณเตือน

บรรดานายทหารชักกระบี่ออกมาหมายฟันถุงสมุนไพรเหล่านั้นให้ขาดออกจากกัน แต่ก็ยังช้ากว่าคนผู้หนึ่งอยู่ครึ่งก้าว จ้าวอู่เจียงสะบัดมือออกไป เข็มเงินพุ่งออกจากมือของเขาปักเข้าที่ถุงสมุนไพรทั้งสี่ถุง จนถุงสมุนไพรลอยกระเด็นกลับไปทางเดิม

สมุนไพรที่บรรจุอยู่ในถุงผ้าระเบิดกลางอากาศ ปรากฏเป็นหมอกฝุ่นสีม่วงปนสีเขียวลอยฟุ้ง จ้าวอู่เจียงยังไม่ทันได้ร้องตะโกนห้าม นายทหารจากราชองครักษ์สามคนที่วิ่งถลาออกไปข้างหน้าก็สัมผัสเข้ากับผงพิษเหล่านั้น พลันก็ต้องส่งเสียงร้องโหยหวนออกมา

คนอื่น ๆ เข้าใจได้โดยทันทีว่าฝุ่นจากสมุนไพรเหล่านี้เป็นพิษ!

เซียวเฟิงผู้เป็นรองหัวหน้ากองกำลังรักษาพระองค์รีบกระโจนออกไปข้างหน้า และกระแทกฝ่ามือขับไล่ฝุ่นผงพิษเหล่านั้นให้กระจายตัวออก

เมื่อเห็นผงพิษยังคงลอยอยู่ไม่ไปไหน บรรดานายทหารคนอื่น ๆ ก็ไม่กล้าทำอะไรทั้งสิ้น

จ้าวอู่เจียงรีบเข้าไปดูอาการนายทหารที่ได้รับบาดเจ็บทั้งสามคน หลังจากจับชีพจร ไม่ช้าก็ค้นพบวิธีการรักษา เข็มเงินปรากฏขึ้นในมือ จ้างอู่เจียงฝังเข็มลงไปตามตำแหน่งที่ต้องการอย่างแม่นยำ อาการบาดเจ็บของนายทหารทั้งสามก็ทุเลาลงทันที เนื่องจากจ้าวอู่เจียงสกัดพิษไม่ให้แล่นไปยังส่วนอื่น ๆ ของร่างกายได้สำเร็จ

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า