เข้าสู่ระบบผ่าน

ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า นิยาย บท 1196

บทที่ 1196 หากมีคนอยากอวดดี

จ้าวอู่เจียงและซูเสี่ยวเหยาใช้วิธีเดียวกัน

พูดอ้อมแอ้มไปมา

หลังจากที่ซูเสี่ยวเหยาได้เตือนสติทั้งสามคนที่กำลังโต้เถียงกันอยู่ จ้าวอู่เจียงก็รู้ว่าไม่ควรปล่อยให้หัวข้อสนทนานี้พาดพิงมาถึงตน

แม้ทุกคนจะรู้ว่าเขาเป็นคนยุยงปลุกปั่น

แต่รู้ก็แค่รู้ ไม่มีใครกล้าพูดออกมาตรง ๆ เพราะไม่มีใครทำอะไรเขาได้

เป้าหมายของเขาก็บรรลุแล้ว นั่นคือการทำให้ความขัดแย้งระหว่างทั้งสามคนขยายวงกว้างขึ้น

ความขัดแย้งนั้นเป็นหนึ่งในเมล็ดพันธุ์แห่งความเกลียดชัง เมื่อขยายใหญ่ขึ้น มันก็จะหยั่งรากและแตกหน่อเอง

แต่เพื่อยุติหัวข้อสนทนานี้ จ้าวอู่เจียงจึงเลือกที่จะแสร้งทำตัวเจ้าชู้ ถามหญิงสาวผู้ฉลาดหลักแหลมคนนี้ว่าอายุเท่าไรแล้ว

ส่วนหญิงสาวที่ไม่อยากตอบก็ใช้วิธีเดียวกัน สั่งให้นักดนตรีบรรเลงเพลงดังก้องท้องพระโรง แล้วแสร้งถามอย่างงุนงงว่าไม่ได้ยินว่าจ้าวอู่เจียงพูดอะไร

คำพูดของจ้าวอู่เจียงนั้น ขุนนางที่เหลือต่างได้ยินชัดเจน พวกเขาพากันมองมาด้วยความประหลาดใจ เสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังขึ้นทันที

แต่เสียงดนตรีกลบเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของพวกเขา จนทำให้ในท้องพระโรงเกิดความสงบที่แปลกประหลาดขึ้นชั่วขณะ

ซูเสี่ยวเหยาแค่นเสียงเย็นชาอยู่ในใจ องค์ชายสี่มีฝีมืออยู่บ้าง ทั้งเข้าใจกลยุทธ์แบบเปิดเผยและชำนาญการวางแผนลับ ๆ แต่เจ้าชู้เกินไป ทั้งยังไร้ซึ่งความสามารถ นางจึงไม่อยากสนใจเขาเลยจริง ๆ

นางโบกมือซ้ายเบา ๆ พวกนักดนตรีค่อย ๆ หยุดเล่น ภายในท้องพระโรงก็กลับมาวุ่นวายอีกครั้ง

ซูอวิ๋นเหยาสบตากับซูเสี่ยวเหยา เขาเข้าใจความหมายของนาง จึงกระซิบถามรัชทายาทจีปออิงด้วยเสียงที่ได้ยินกันแค่สองคน

จีปออิงมองจีปอฉางที่กำลังดื่มสุราอย่างเก้อเขินหลังจากถามคำถามแต่ไม่ได้คำตอบ แล้วพยักหน้าช้า ๆ

ซูอวิ๋นเหยาได้รับคำตอบแล้วก็รู้สึกเยาะหยันในใจ

ไม่ได้เยาะหยันรัชทายาท แต่เป็นอิ้นอ๋อง

เมื่อครู่เขาได้ยินชัดเจน จีปอฉางคิดจะเกี้ยวน้องสาวของเขาหรือ?

ช่างเป็นคางคกอยากกินเนื้อหงส์!

ต่อไปจีปอฉางจะต้องได้อับอายแน่!

รัชทายาทจีปออิงมองซูเสี่ยวเหยา หลังจากซูเสี่ยวเหยาพยักหน้า จีปออิงก็กระแอมเบา ๆ ยังคงยิ้มอย่างอ่อนโยนพลางกล่าว

“ฤดูหนาวอากาศเย็น การดื่มสุราช่วยให้ร่างกายอบอุ่น แต่ข้ารู้สึกว่ายังขาดอะไรบางอย่าง”

“การดื่มสุราและถกเถียงเรื่องราวเช่นนี้ ย่อมน่าเบื่อ ขาดความสนุกสนาน”

“ไม่ทราบว่าทุกท่านมีข้อเสนอแนะดี ๆ ที่จะช่วยให้พวกเราคลายฤทธิ์สุราและสนุกสนานกันบ้างหรือไม่?”

แขกเหรื่อทั้งหลายต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์

“ฝ่าบาท ข้ามีข้อเสนอแนะเล็กน้อย” ซูอวิ๋นเหยาหยัดอกขึ้นพลางเอ่ยแทรก

“…”

จีปออิงยิ้มอย่างเต็มที่ เรื่องบทกวีนั้นเขาเตรียมพร้อมมานานแล้ว ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณน้องสาวผู้เป็นลูกพี่ลูกน้องซูเสี่ยวเหยา

เขามองน้องชายที่ยืนนิ่งเฉยอยู่ข้างกาย แล้วถามด้วยรอยยิ้ม

“ปอฉางคิดเห็นอย่างไร?”

เขาคิดเห็นอย่างไรงั้นหรือ? จ้าวอู่เจียงบ่นในใจ เขาจะคิดเห็นอย่างไรได้? มันก็เหมือนกับหลี่หยวนฟางถามตี๋เหรินเจี๋ยว่า ‘ท่านคิดเห็นอย่างไร’

ถ้าตี๋เหรินเจี๋ยถามหลี่หยวนฟางว่าเรื่องนี้เจ้าคิดเห็นอย่างไร หลี่หยวนฟางก็จะตอบแค่ว่าเรื่องนี้ต้องมีพิรุธแน่

แต่ถ้าหลี่หยวนฟางถามตี๋เหรินเจี๋ยว่าเรื่องนี้ท่านคิดเห็นอย่างไร ตี๋เหรินเจี๋ยจะต้องอธิบายได้อย่างละเอียดแน่นอน

นี่เรียกว่าอะไร?

นี่เรียกว่าถ้ามีคนอยากจะอวดดี แต่บังเอิญไปอวดในเรื่องที่เจ้าถนัดที่สุด เจ้าจะรู้สึกอย่างไร?

จ้าวอู่เจียงแกล้งถอนหายใจ สีหน้าแสดงความจำยอม กล่าวว่า

“อืม… ก็ดี…”

“ตามที่ท่านพี่ต้องการ”

จีปออิงได้ยินดังนั้น ก็ดีใจจนเห็นได้ชัด ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มจากใจจริง

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า