เข้าสู่ระบบผ่าน

ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า นิยาย บท 122

บทที่ 122 เมื่อคนเรามีอายุถึงหกสิบปี ก็ต้องวางแผนสำหรับอนาคตแล้ว

“ท่านลุง…”

สังหรณ์อัปมงคลบางอย่างปรากฏขึ้นในหัวใจของจ้าวอู่เจียง

“ครั้งก่อนที่เจ้าให้ข้าช่วยสืบข้อมูล ข้าใช้เส้นสายของตระกูลตู๋กูที่มีทั้งในราชสำนักและในยุทธจักรติดตามเบาะแสไปจนพบตัวเขา…” ตู๋กูอี้เหอดื่มสุราจนหมดจอกและถอนหายใจออกมา

“ในโลกนี้ มีเพียงไม่กี่คนที่สามารถควบคุมผู้ดูแลโรงหมอหลวงและเสนาบดีกรมคลังให้ทำงานให้แก่ตนเองได้สำเร็จ ทั้งยังมีเรื่องของกลุ่มผู้รอดชีวิตแห่งโหลวหลานซึ่งเป็นเพียงกลุ่มกองกำลังเล็ก ๆ กลับไปร่วมมือกับบรรดาคนเถื่อนจากแดนใต้ และเซวียนหยวนอวี้เหิงก็มีความสัมพันธ์อันดีกับคนเถื่อนจากแดนใต้เหล่านั้น…”

“ความขัดแย้งระหว่างฮ่องเต้องค์ก่อนกับเซวียนหยวนอวี้เหิงที่ทำให้ราชสำนักต้องวุ่นวายก็มาจากสาเหตุนี้นั่นแหละ!” หลิวเจ๋อรินสุราใส่จอกใหม่ กระดกดื่มและร่วมวงสนทนาด้วยความกลมกลืน

“แล้วก็ดูเหมือนจะทะเลาะกันด้วยเรื่องสตรีอีกต่างหาก… แต่ให้ตายเถอะ ข้าแก่แล้วจำอะไรไม่ค่อยได้…”

เมื่อคนเรามีอายุถึงหกสิบปี ก็ต้องวางแผนสำหรับอนาคตแล้วสินะ… จ้าวอู่เจียงจมอยู่ในความเงียบ ทันใดนั้น เขาก็นึกอะไรได้บางอย่าง ชายหนุุ่มนึกถึงข้อความในจดหมายที่ถูกไฟไหม้ซึ่งเขาพบในโรงหมอหลวง

หรือว่าเซียวเหยาอ๋องจะเป็นคนที่คิดก่อกบฏ? หัวใจของจ้าวอู่เจียงเต้นรัวเร็วด้วยความระทึก เขานำข้อมูลทุกอย่างที่ตนเองได้รู้มาก่อนหน้านี้นำมาประมวลผลเข้าด้วยกัน เมื่อประกอบกับความสั่นคลอนของราชบัลลังก์ในปัจจุบัน ถ้าเซียวเหยาอ๋องต้องการจะก่อกบฏในตอนนี้จริง ๆ ก็เป็นเรื่องยากมากที่ฮ่องเต้จะสามารถต้านทานได้

และถ้าเกิดการก่อกบฏขึ้นจริง ฮ่องเต้ก็ต้องถูกสังหาร เช่นเดียวกับบรรดานางสนมในตำหนัก รวมไปถึงทารกในครรภ์ของตู๋กูหมิงเยว่ที่ยังไม่ได้คลอดออกมา…

จ้าวอู่เจียงค่อย ๆ ถอนหายใจ

หลิวเจ๋อจิบสุรา และพูดพร้อมกับยิ้มกว้าง

“ไม่ทราบว่าท่านถอนหายใจด้วยเหตุใด? เคยมีคนกล่าวไว้ว่าต่อให้ฟ้าถล่ม ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนก็มักจะเป็นผู้มีอำนาจระดับสูงเท่านั้น ตัวท่านเป็นแค่คนในหอคัมภีร์หลวง ไม่มีอันใดให้ต้องเป็นกังวลเลย”

จ้าวอู่เจียงสั่นศีรษะ หลิวเจ๋อกับตู๋กูอี้เหอไม่เข้าใจว่าเรื่องราวในครั้งนี้เกี่ยวพันถึงชีวิตลูกน้อยของเขา เช่นเดียวกับชีวิตของฮองเฮาและนางสนมคนอื่น ๆ แล้วจะไม่ให้เขาวิตกกังวลได้อย่างไร

“การที่ซุนอี้ขู่วางแผนร้ายคิดลอบสังหารฮ่องเต้กับหมิงเยว่ ข้ามั่นใจว่าเขาคงรับคำสั่งมาจากเซวียนหยวนอวี้เหิงอย่างแน่นอน” ตู๋กูอี้เหอพูดด้วยสีหน้าเศร้าโศก

“หากหมิงเยว่ยังอยู่ในวังหลวงต่อไป ข้าเกรงว่านางอาจจะตกอยู่ในอันตราย…”

“เซวียนหยวนอวี้เหิงกลับสู่นครหลวงทั้ง ๆ ที่ไม่มีการเรียกตัว หมายความว่าเขาคงเตรียมตัวมาเป็นอย่างดี แต่อย่างไรก็ตาม บัดนี้ เขายังไม่ได้เปิดเผยโฉมหน้าที่แท้จริง แสดงว่ายังมีบางอย่างที่ติดขัดไม่สามารถดำเนินการได้…” หลิวเจ๋อจิบสุราต่อไปพร้อมกับส่ายศีรษะ ก่อนจะถอนหายใจออกมา

“ข้าไม่ทราบเลยว่าสถานการณ์จะเปลี่ยนแปลงเมื่อไหร่…”

จ้าวอู่เจียงมีดวงตาเป็นประกายระยิบระยับ สุดท้ายก็พูดออกไปเสียแผ่วเบา

“ปีเจี๋ยจื่อ…”

เคร้ง…

ตู๋กูอี้เหอกระแทกจอกสุราในมือลงบนโต๊ะอย่างแรง หัวใจของเขาร้อนรนปั่นป่วน หากความเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นในปีเจี๋ยจื่อจริง ๆ นั่นก็หมายความว่าพวกเขาเหลือเวลาอีกไม่ถึงหนึ่งร้อยวันแล้ว

การเตรียมตัวรับมือการก่อกบฏครั้งใหญ่โดยที่มีเวลาเพียงหนึ่งร้อยวัน นับเป็นเรื่องที่ยากลำบากยิ่งในสถานการณ์ที่กำลังมีคลื่นใต้น้ำรุนแรงเช่นนี้…

หากเซวียนหยวนจิ้งไม่รับสั่งให้องค์หญิงแห่งแคว้นไป๋เยว่เข้ามารับใช้ นางก็เกรงว่าองค์หญิงแห่งแคว้นไป๋เยว่อาจจะดูถูกดูแคลนและเหยียดหยามชายชาติบุรุษแห่งแคว้นต้าเซี่ยก็เป็นได้ แต่ถึงอย่างนั้นถ้าเซวียนหยวนจิ้งยังปล่อยให้จ้าวอู่เจียงทำหน้าที่ต่อไป นางก็อดกังวลไม่ได้จริง ๆ

ยิ่งฮ่องเต้หญิงคิดถึงเรื่องนี้มากเท่าใด นางก็ยิ่งรู้สึกอึดอัดใจมากขึ้นเท่านั้น แม้ว่าฤทธิ์ของสุราจะสลายหายไปมากแล้ว แต่นางกลับเกิดความรู้สึกวิงเวียนศีรษะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เลย

นางและจ้าวอู่เจียงพากันเดินตรงไปที่ตำหนักซีเยว่ด้วยความเร่งรีบ

ตำหนักซีเยว่คือตำหนักประจำตำแหน่งที่องค์หญิงแห่งแคว้นไป๋เยว่ได้รับพระราชทานหลังการอภิเษกสมรส

ในเวลานี้องค์หญิงแห่งแคว้นไป๋เยว่แอบยกผ้าคลุมหน้าขึ้นสำรวจดูรอบกายอยู่หลายครั้ง นางนั่งอยู่บนเตียงหลังม่านสีชมพูที่กางกั้น แววตาเต็มไปด้วยความอดทน ความเสียใจ และความคาดหวังอยู่ในเวลาเดียวกัน

น่าเสียดายที่นางไม่ได้พบสหายอย่างจ้าวอู่เจียง แต่นางก็กำลังเฝ้ารอสิ่งที่อีกฝ่ายเคยบอกกับตนเอาไว้

จ้าวอู่เจียงบอกว่าฮ่องเต้แห่งแคว้นต้าเซี่ยเป็นชายชาติบุรุษที่มีความกล้าหาญมาก

เมื่อนึกถึงความกล้าหาญที่เป็นความหมายแฝงนัยที่จ้าวอู่เจียงเอ่ยถึง สองแก้มของอวี้เซวียน องค์หญิงแห่งแคว้นไป๋เยว่ก็แดงปลั่งขึ้นมาทันที

แม้องค์หญิงแห่งแคว้นไป๋เยว่จะเติบโตภายใต้การดูแลอย่างเข้มงวด แต่นางก็ได้รับการอบรมสั่งสอนจากบรรดาแม่นมเป็นอย่างดีถึงความสัมพันธ์ระหว่างบุรุษกับสตรีที่แท้จริง

เพราะฉะนั้นแล้ว อวี้เซวียนจึงเฝ้ารอที่จะได้พบกับบุรุษผู้มีความกล้าหาญอย่างใจเย็น

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า