บทที่ 1239 เลือดที่ติดอยู่ล้างไม่ออก
หมอกยามเช้าค่อย ๆ จางลง สายลมหนาวในฤดูหนาวพัดโชย
หน้าโรงเรียน
แม้ตู๋กูหมิงเยว่จะไม่อยากปล่อยมือ แต่ก็ยังคงสั่นเทาปล่อยมือออก
มู่เชียนเชียนเคลื่อนไหวอย่างนุ่มนวล พยายามจะรับเด็กน้อยเนี่ยนเซี่ย
ทันใดนั้น นางก็ยกมือขึ้นฟาดฝ่ามือไปยังตำแหน่งห่างจากตัวหนึ่งชุ่น
ปัง!
ลำแสงสายหนึ่งผ่านไปในชั่วพริบตา ระเบิดกลายเป็นดอกไม้ไฟที่มองไม่เห็น อากาศสั่นสะเทือน
มู่เชียนเชียนลุกขึ้นยืน ปกป้องทั้งสามชีวิตไว้ด้านหลัง มองไปยังทิศทางที่ลำแสงโจมตีมา
ชิงเอ๋อร์ก็ชักกระบี่ยาวออกมาแล้ว สีหน้าเคร่งเครียดมองไปรอบ ๆ
“มู่เชียนเชียน ข้าขอเตือนเจ้าอย่าเข้าใกล้เด็กคนนี้!”
เสียงที่ผ่อนคลายและเป็นธรรมชาติดังมา ตามด้วยทิศทางที่มู่เชียนเชียนจ้องมองอย่างโกรธเกรี้ยว ความว่างเปล่าถูกฉีกออกราวกับม้วนภาพ จากม้วนภาพนั้นมีบุรุษในอาภรณ์ยาวสีดำสนิทเดินออกมา
อาภรณ์ยาวของบุรุษผู้นั้นมีรูปแบบเรียบง่าย ปักลายเมฆสีเงินที่พบเห็นได้ทั่วไป
ดวงตาของมู่เชียนเชียนฉายแววโกรธในทันที นางจำได้ว่าผู้มาเยือนเป็นใคร
“ธิดาแห่งพิษแห่งสำนักสามพิษจะลงมือกับเด็กน้อยเช่นนี้ ช่างไร้มารยาทเกินไปแล้ว”
ชายชุดดำผมสยาย มือข้างหนึ่งไพล่หลัง ดวงตาเต็มไปด้วยแววเย้ยหยัน เขาลอยลงมาแตะพื้นเบา ๆ ก่อนค่อย ๆ ก้าวเข้ามาใกล้
เมื่อได้ยินคำพูดของชายผู้นั้น ชิงเอ๋อร์และตู๋กูหมิงเยว่ต่างแสดงสีหน้าตื่นตระหนก
ตู๋กูหมิงเยว่รีบกอดเสี่ยวเนี่ยนเซี่ยแน่น พลางถอยหลังไปสองก้าวอย่างงุนงง มองไปทางอาจารย์หญิงแห่งหมู่บ้านตระกูลหลินด้วยความหวาดกลัว
ชิงเอ๋อร์หายใจถี่ขึ้น นางถือกระบี่ไว้ แต่ไม่รู้ว่าควรชี้ไปทางใคร ได้แต่กำไว้แน่น ค่อย ๆ เขยิบเข้าใกล้พี่สาวและเสี่ยวเนี่ยนเซี่ย
มู่เชียนเชียนสังเกตเห็นการเคลื่อนไหวของพี่น้องทั้งสอง นางไม่ได้ขยับตัวมากนัก และไม่ได้อธิบายอะไร แต่จ้องมองชายชุดดำที่เดินเข้ามาใกล้ด้วยความโกรธ ก่อนตวาดว่า
“จูกัดเซี่ยวไป๋เจ้ามาที่นี่ทำไม หรือว่าเจ้าคือศัตรูของพวกนางที่ตามล่าพวกนางมาถึงที่นี่!”
มู่เชียนเชียนจำได้แน่นอนว่าชายที่ชื่อจูกัดเซี่ยวไป๋ผู้นี้เป็นใคร
ตระกูลจูเก๋อแห่งหอวันเป่าการค้าขายกับสำนักต่าง ๆ ทั่วใต้หล้า อีกทั้งจูกัดเซี่ยวไป๋ก็ชอบสร้างกระแสต่าง ๆ นานา
“เจ้านั่นแหละคือศัตรูของพวกนาง!”
“มือของเจ้าเปื้อนเลือดจนล้างไม่ออก!”
“หึ…” มู่เชียนเชียนรู้สึกใจสั่นขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ นางมั่นใจว่าไม่เคยพบสตรีทั้งสามแม่ลูกพี่น้องนี้มาก่อน
อีกอย่างหนึ่ง จูกัดเซี่ยวไป๋เก่งเรื่องพูดจาหลอกลวงคนที่สุด ทำให้จิตใจคนสับสน นางจะไม่เชื่อคำพูดของจูกัดเซี่ยวไป๋
ลูกเต๋าแก้วลูกหนึ่งร่วงลงพื้น
ในช่วงเวลาสั้น ๆ ที่จูกัดเซี่ยวไป๋เห็นมู่เชียนเชียนเสียสมาธิ เขาก็กลิ้งลูกเต๋าไปยังที่ภรรยาและลูกสาวของจ้าวอู่เจียง
ลูกเต๋าเปลี่ยนเป็นโดมแสงสีหยก ปกป้องทั้งสามคนไว้ภายใน
เขาถึงได้ถอนหายใจด้วยความโล่งอก แล้วเข้าใกล้มู่เชียนเชียนอีกครั้ง ก่อนพูดทีละคำว่า
“เด็กคนนี้มีนามว่าจ้าวเนี่ยนเซี่ย”
“‘จ้าว’ มาจากแซ่ของจ้าวอู่เจียง ‘เนี่ยน’ น่าจะมาจากคำว่าระลึกถึงไม่เลือน ส่วน ‘เซี่ย’ มาจากเซี่ยในราชวงค์ต้าเซี่ย”
มู่เชียนเชียนแข็งค้างกับที่ทันที

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า