เข้าสู่ระบบผ่าน

ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า นิยาย บท 124

บทที่ 124 ค่อยเป็นค่อยไป

“แล้วกระหม่อมจะปลดปล่อยด้วยตนเองได้อย่างไร?” จ้าวอู่เจียงเลิกคิ้วขึ้นสูง ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม

“เป็นฝ่าบาทช่วยกระหม่อมปลดปล่อยดีหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?”

“ข้าจะไปช่วยเจ้าเรื่องนี้ได้อย่างไร?”

“แล้วฝ่าบาทคิดว่าอย่างไรล่ะพ่ะย่ะค่ะ?”

เซวียนหยวนจิ้งหน้าแดงขึ้นมาในทันใด “ไม่มีทาง ข้ามอบร่างกายให้เจ้าไม่ได้หรอก!”

จ้าวอู่เจียงย่อมรู้ดีว่าการเอาชนะใจฮ่องเต้หญิงไม่ใช่เรื่องง่าย

ทุกอย่างต้องค่อยเป็นค่อยไป

“ถึงฝ่าบาทจะมอบร่างกายให้กระหม่อมไม่ได้ แต่ฝ่าบาทยังช่วยเหลือในรูปแบบอื่นได้พ่ะย่ะค่ะ”

ยามราตรี

ได้เวลาที่องค์หญิงแห่งแคว้นไป๋เยว่จะเข้ามารับใช้ฮ่องเต้

เซวียนหยวนจิ้งยังคงทำทุกอย่างตามปกติต่อไป นางจัดการใช้ผ้าปิดตาองค์หญิงแห่งแคว้นไป๋เยว่

“ไม่จำเป็นต้องพูดสิ่งใดอีกแล้ว คืนนี้ข้าจะรักเจ้าให้มากที่สุด”

เมื่อสลับตำแหน่งกันเสร็จเรียบร้อย ฮ่องเต้หญิงก็ไปนั่งเขินอายอยู่บนเก้าอี้ เฝ้ามองจ้าวอู่เจียงประคององค์หญิงแห่งแคว้นไป๋เยว่ตรงไปยังแท่นบรรทม บัดนี้ นางยังคงได้กลิ่นน้ำคาวของขันทีหนุ่มบนมือของตนเอง ซึ่งทำให้นางทั้งรู้สึกอับอายและโกรธแค้นในเวลาเดียวกัน

เป็นเวลากว่าหนึ่งชั่วยาม เซวียนหยวนจิ้งรู้สึกปวดไปทั้งแขน

แต่เพื่อความมั่นคงของราชบัลลังก์ นางก็ต้องยอมทน

“เจ้าตัวบัดซบ หากมันทำให้ผู้ใดตั้งครรภ์อีก รับรองว่าได้เห็นดีกันแน่!”

ในเวลาเดียวกันนี้ จ้าวอู่เจียงก็กำลังลูบไล้องค์หญิงแห่งแคว้นไป๋เยว่ผู้สวมใส่ชุดเจ้าสาวสีแดง ในห้องมีแสงไฟสลัว เขาจึงมองเห็นใบหน้าเขินอายขององค์หญิงแห่งแคว้นไป๋เยว่ได้อย่างชัดเจน…

หญิงต่างชาติมีความงดงามเช่นนี้นี่เอง!

มิน่าเล่า บรรพบุรุษชาวจีนถึงอยากจะบุกต่างชาตินัก

จ้าวอู่เจียงเริ่มต้นการเดินทางของตนเอง ในช่วงแรกองค์หญิงแห่งแคว้นไป๋เยว่ยังมีทีท่าขัดขืนอยู่เล็กน้อย

แต่การฝึกฝนให้ผลลัพธ์ที่สมบูรณ์แบบสำหรับจ้าวอู่เจียง

สองชั่วยามผ่านไป สมองขององค์หญิงแห่งแคว้นไป๋เยว่ก็ปลอดโปร่ง ในที่สุดนางก็เข้าใจคำพูดของจ้าวอู่เจียงที่ว่า ฮ่องเต้เป็นบุรุษที่กล้าหาญอย่างถึงที่สุด

เซวียนหยวนจิ้งนั่งอยู่บนเก้าอี้ใกล้ ๆ กัน ใบหน้าของนางแดงก่ำ กำลังนึกถึงภาพที่ตนเองกำดาบประจำกายของจ้าวอู่เจียง นางทั้งรู้สึกอับอายและโกรธแค้น ปรารถนาจะสังหารจ้าวอู่เจียงให้ถึงแก่ความตายเสียเดี๋ยวนั้น

“เป็นอย่างไร? ข้าไม่ได้โกหกท่านจริงหรือไม่ ฝ่าบาท?” จ้าวอู่เจียงก้าวลงมาจากเตียง พลางก้มกระซิบข้างหู

ในขณะที่จ้าวอู่เจียงเข้ามาประชิดตัว ฮ่องเต้หญิงก็ได้กลิ่นนั้นของขันทีปลอมอีกครั้ง นางทุบหน้าอกจ้าวอู่เจียงอย่างแรง จนชายหนุ่มร้องครางออกมาเบา ๆ ก่อนจะเซถอยหลังไปทำทีราวกับได้รับบาดเจ็บสาหัส

“เจ้าเป็นอะไรหรือไม่?” ฮ่องเต้หญิงรีบเดินเข้าไปหาอย่างตื่นตระหนก

โดยไม่คาดคิด จ้าวอู่เจียงหัวเราะในลำคอ ก่อนจะคว้าแขนของนางไว้ และดึงเข้าไปในอ้อมกอด

“ปล่อยนะ!”

ฮ่องเต้หญิงกัดฟันพลางส่งเสียงกระซิบ ก่อนจะผลักจ้าวอู่เจียงอย่างแรง หัวใจของนางเต้นระรัวเหมือนกับจะทะลุออกมานอกหน้าอก

นางจ้องมองผ่านความมือไปที่จ้าวอู่เจียงด้วยความโกรธแค้น

แต่เขากลับส่งยิ้มตอบกลับมาหน้าตาเฉย

เช่นนี้เขาสามารถหึงหวงตนเองได้หรือไม่?

“แหม จ้าวอู่เจียง ข้าไม่ได้จะดูหมิ่นเจ้าสักหน่อย” องค์หญิงอวี้เซวียนเห็นสีหน้าผิดปกติของจ้าวอู่เจียงจึงทำปากยื่น

“เพียงแต่ฮ่องเต้ของเจ้าเป็นบุรุษที่แท้จริง…”

ก็ได้!

ฝากไว้ก่อนเถอะ!

มาคอยดูกันว่าครั้งต่อไปข้าจะลงโทษท่านอย่างไร… จ้าวอู่เจียงคาดโทษในใจ พลางจิบน้ำชา ไม่รู้เลยว่าตนเองสมควรดีใจหรือเสียใจมากกว่ากัน

ย่านเจียงตู่ ฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือ

ณ จวนที่พักขนาดใหญ่

เดิมทีจวนแห่งนี้เป็นขุนนางผู้หนึ่งซื้อทิ้งเอาไว้ แต่บัดนี้เมื่อเซียวเหยาอ๋องเสด็จกลับมานครหลวง ที่นี่จึงถูกใช้เป็นที่ประทับชั่วคราวของพระองค์

ในขณะนี้ เซียวเหยาอ๋องกำลังนั่งจดบันทึกอะไรบางอย่าง ม้วนกระดาษที่เขียนอยู่นั้นเมื่อคลี่ออกแล้วก็จะมีความยาวเท่ากับความสูงของคนคนหนึ่งเลยทีเดียว

ท่าทางของเซียวเหยาอ๋องยังคงสงบสุขุมและสง่างามยิ่ง ทุกท่วงท่าการตวัดพู่กันล้วนมีความหนักหน่วงและทรงพลัง

ข้ารับใช้หน้าตาธรรมดาที่สวมใส่ชุดสีน้ำเงินผู้หนึ่งยืนรอคอยอยู่ด้านนอกประตูด้วยความเคารพ หลังจากนั้นไม่กี่ลมหายใจ เมื่อเซียวเหยาอ๋องตวัดมือครั้งสุดท้าย และบันทึกทุกอย่างเสร็จสิ้น ข้ารับใช้ก็โค้งคำนับและกล่าวว่า

“นายท่าน มีข่าวมาจากในวังหลวงว่าเครือข่ายของเราในโรงหมอหลวงถูกทำลายเกือบหมดสิ้นแล้ว ซุนอี้ขู่หายสาบสูญ เกรงว่าเขาคงจะเสียชีวิตอยู่ในโรงหมอหลวงนั่นแล้วขอรับ…”

“อันผิง เจ้าว่าอักษรนี้เป็นอย่างไร?” เซียวเหยาอ๋องประคองแผ่นกระดาษด้วยสองมืออย่างนุ่มนวล ราวกับว่าไม่ได้ยินการรายงานจากบ่าวผู้สวมใส่ชุดสีน้ำเงินที่เพิ่งถูกเรียกว่าอันผิงแม้แต่คำเดียว

บนกระดาษเขียนเป็นตัวอักษรคัดลายมือคำว่า ‘ปรารถนาให้ใต้หล้าสงบสุข’

นายท่านไม่ได้สนใจเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับซุนอี้ขู่ นี่จึงหมายความว่าซุนอี้ขู่ไม่ได้อยู่ในสายตาของนายท่านเลยแม้แต่น้อย…

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า