บทที่ 1243 ความประหม่าและความกังวล
จ้าวอู่เจียงยัดยื่นยันตร์อาคมสองแผ่นใส่อ้อมอกของตู๋กูหมิงเยว่และชิงเอ๋อร์พลางปลอบประโลมด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
ทั้งสามแยกจากกัน
จ้าวอู่เจียงย่อตัวลง มองเด็กหญิงตรงหน้า พยายามฝืนยิ้มบนใบหน้า
แต่ไม่ว่าเขาจะพยายามเท่าไร ก็รู้สึกว่ารอยยิ้มของตนยังไม่อ่อนโยนพอ
เขาถูนิ้วมือไปมา
ครั้งนี้ไม่ใช่การครุ่นคิด แต่เป็นความประหม่า
เขาไม่รู้ว่าควรเอ่ยปากอย่างไรดี
“นี่เจ้าหนูน้อย! ข้าคือพ่อของเจ้านะ!”
“เจ้าหนูน้อย… ข้าคือพ่อของเจ้าเอง”
เขาเล่าเรื่องตลกให้ตัวเองฟัง
เขายิ้มกว้าง พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนแปลกประหลาด ทั้งที่รู้คำตอบแต่ก็ถามว่า
“เจ้าชื่ออะไรหรือ”
“จ้าว… จ้าวเนี่ยนเซี่ย…” เสี่ยวเนี่ยนเซี่ยจ้องตาโตกลมแป๋ว อยากจะมองชายตรงหน้า แต่ก็ไม่กล้ามอง
จ้าวอู่เจียงจับมือเย็น ๆ ของเสี่ยวเนี่ยนเซี่ยอย่างอ่อนโยน พอรู้สึกสงสารจึงกำมือแน่นขึ้นอีกนิด
“ข้าชื่อจ้าวอู่เจียง”
“จ้าว เหมือนจ้าวในชื่อจ้าวเนี่ยนเซี่ย”
“อู่ แปลว่าไม่สามารถมาพบ”
“เจียง แปลว่าดินแดนที่อยู่ห่างไกล”
เสี่ยวเนี่ยนเซี่ยรู้ว่าท่านพ่อชื่อจ้าวอู่เจียง นางจึงมองด้วยดวงตาเปี่ยมความหวัง
“ท่านคือท่านพ่อใช่หรือไม่?”
จ้าวอู่เจียงได้ยินคำว่าท่านพ่อที่เอ่ยออกมาอย่างอ่อนหวาน หัวใจพลันอ่อนยวบ ราวกับหิมะในฤดูหนาวละลาย เขากอดเสี่ยวเนี่ยนเซี่ยแน่น รู้สึกว่าดวงตาเริ่มร้อนผ่าว
ไม่ไกลออกไป บนต้นอู๋ถง หลี่ซ่านฉุนที่แบกดาบคู่อยู่ จับปกเสื้อด้านหลังคอของหวังปิ่ง ก่อนพูดเสียงเย็นชา
“ไป ออกจากที่นี่ก่อน เยว่ปู้ฝานยังไม่มา อาจจะมีอะไรผิดพลาด”
“ไม่!” ใบหน้าของหวังปิ่งบิดเบี้ยว ความเจ็บปวดแล่นเข้าสู่กระดูก
บาดแผลตรงแขนที่ถูกตัดขาดไม่มีทางรักษาให้หาย ราวกับมีบางสิ่งฝังรากลึกในเนื้อและเลือดของเขา คอยดูดซับสารอาหารไปเรื่อย ๆ
ความเจ็บปวดนี้ทำให้เขาไม่อยากจากไปเช่นนี้
ยิ่งไม่พอใจกว่านั้นคือชายผู้ที่ทำร้ายเขา ตั้งแต่ต้นจนจบไม่เคยมองเขาด้วยซ้ำ ราวกับว่าเขาเป็นเพียงขยะ เป็นของไร้ค่า เป็นคนไร้ความสำคัญไม่มีน้ำยา!
สำหรับเขาแล้ว นี่คือความอัปยศที่ทนไม่ได้ที่สุด
หากเกี่ยวพันกับเทพอสูร จะง่ายดายเช่นนั้นได้อย่างไร?
หลี่ฉางเซิง หลี่ฉางโส่ว หลี่ฉางมิ่ง ทั้งสามคนต่างก็ตายระหว่างปฏิบัติภารกิจ ซึ่งในตอนนั้นจ้าวอู่เจียงยังไม่ถึงขั้นจักรพรรดิด้วยซ้ำ
แต่ตอนนี้เล่า? สามกัลป์!
นี่จะเป็นเพียงแค่ระดับสามกัลป์ธรรมดาได้อย่างไร?
หากเขาบุ่มบ่ามลงมือเพียงลำพัง วันนี้คงต้องทิ้งชีวิตไว้ที่นี่แน่
เว้นเสียแต่ว่าเยว่ปู้ฝานและผู้เฒ่าตระกูลอู๋จะมาถึง
อีกอย่างหนึ่ง เป้าหมายในวันนี้ไม่ใช่ภรรยาและบุตรสาวของจ้าวอู่เจียง
มีเพียงหวังปิ่งและเยว่ปู้ฝานที่คิดเช่นนั้นอย่างโง่เขลา
เป้าหมายในวันนี้ อาจเป็นตัวจ้าวอู่เจียงเอง
เพราะคนที่ส่งเขามายังราชวงศ์เซียนต้าโจวก็คือบรรพบุรุษเอง
เหตุใดบรรพบุรุษถึงต้องลงมือด้วยตัวเอง
นอกจากตัวจ้าวอู่เจียงแล้ว เขาคิดไม่ออกว่ามีเหตุผลอื่นใดที่จะทำให้บรรพบุรุษต้องลงมือด้วยตัวเอง
บางทีเขาอาจจะโง่และไร้เดียงสาจนไม่สามารถอธิบายอะไรได้
แต่เขารู้อยู่อย่างหนึ่ง นั่นคือชีวิตเป็นของตัวเอง เขาไม่ใช่หัวหน้าตระกูลและไม่ใช่ผู้อาวุโส เขาเป็นเพียงสมาชิกตระกูลหลี่ที่ไม่มีชื่อเสียง เขาจะเอาชีวิตไปเสี่ยงทำไม

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า