บทที่ 129 มือกระบี่อันดับที่สิบเอ็ด สุดท้ายก็ใช้การไม่ได้
เซียวเหยาอ๋องและองครักษ์ข้างกายอย่างอันผิงไปถึงหน้าประตูห้องตำราของฉีหลินอย่างรวดเร็ว
เซวียนหยวนอวี้เหิงผลักประตูเปิดเข้าไป อันผิงกวาดสายตามองรอบตัวพบว่าไม่มีพิรุธใด ๆ จึงติดตามนายของตน ก้าวเข้าไปด้านในห้อง และปิดประตูตามหลัง
ฉีหลินกำลังเช็ดกระบี่ เมื่อเห็นผู้มาเยือนคิ้วของเขาก็เลิกขึ้นสูง ก่อนที่จะวางผ้าเช็ดกระบี่ในมือลงช้า ๆ
เขาได้กลิ่นอายอันชั่วร้าย ลางสังหรณ์ร้องเตือนว่าผู้มาเยือนไม่ได้มาดี
“พี่ชาย ไม่ทราบว่าท่านมาหาข้าด้วยเหตุอันใด?” ฉีหลินค่อย ๆ เสียบกระบี่กลับคืนฝัก
เซวียนหยวนอวี้เหิงยิ้มออกมาเล็กน้อย เดินไปนั่งลงบนเก้าอี้ที่ตั้งอยู่ไม่ไกล กวาดสายตามองห้องตำราที่เต็มไปด้วยกระบี่ แล้วจึงถอนหายใจออกมา
“เป็นกระบี่ที่ดีเยี่ยม”
ฉีหลินขมวดคิ้ว บุคคลที่อยู่ตรงหน้ามีลักษณะเหมือนหนอนตำรา แต่การพูดกลับวางท่าใหญ่โต ซ้ำยังไม่ตอบคำถามของเขาอีก
“เรียนท่านเจ้าสำนัก พวกเรามาที่นี่เพื่อตามหากระบี่มังกรฟ้า” อันผิงประสานมือคำนับให้แก่ฉีหลิน จากนั้นจึงชักกระบี่อ่อนออกมาจากรอบเอว คมกระบี่สะท้อนประกายเย็นเฉียบดูน่ากลัว
“เจ้าสำนักฉี อย่าทำให้เรื่องราวมันยุ่งยากเลย ได้โปรดส่งมอบกระบี่มังกรฟ้ามาซะ!”
หัวใจของฉีหลินเต้นรัวเร็วด้วยความโกรธแค้น บัณฑิตที่อยู่ตรงหน้ามีความยโสโอหังมากเกินไป นอกจากไม่สนใจตอบคำถามแล้ว ยังถึงกับให้ข้ารับใช้มาพูดแทนอีกด้วย
เพียงฉีหลินยกมือโบกสะบัด กระบี่ที่แขวนอยู่ภายในห้องก็สั่นไหวขึ้นมาทันที
“บังอาจ!”
กระบี่ยาวเล่มหนึ่งปรากฏขึ้นในมือของฉีหลินในเวลาเพียงพริบตาเดียว เขาเอ่ยเสียงเย็น “เจ้ามีนามว่าอะไร? จงบอกชื่อของเจ้ามา!”
“อันผิง ข้ามีนามว่าอันผิง เป็นอันผิงที่แปลว่าสุขสงบ!” อันผิงยกกระบี่ขึ้นด้วยสีหน้าเคร่งขรึม แม้ว่าบัดนี้เขาจะมีขอบเขตพลังอยู่ในขั้นยอดยุทธ์ แต่ด้วยได้รับการชี้แนะแนวทางจากนายท่านมาโดยตลอดจึงมีความมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าตนเองสามารถเอาชนะมือกระบี่อันดับที่สิบเอ็ดแห่งยุทธจักรได้อย่างแน่นอน
ตอนที่ได้ยินนายท่านกล่าวว่าเจ้าสำนักมังกรเกล็ดศิลาเป็นมือกระบี่อันดับที่สิบเอ็ดแห่งยุทธจักร อันผิงก็พร้อมที่จะต่อสู้แล้ว
ระหว่างที่เดินทางมาที่นี่ เขาได้ขอร้องให้นายท่านมอบโอกาสนี้ให้แก่ตน
บัดนี้ ดวงตาของข้ารับใช้หนุ่มจึงเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น เขายกมือขวาขึ้น และแทงกระบี่ออกไปอย่างรวดเร็ว
ฟุ่บ!
ฉีหลินหลบเลี่ยงการโจมตีได้อย่างง่ายดาย และเพียงเขาหมุนตัวฟันกระบี่กลับคืน แขนเสื้อของอันผิงซึ่งเป็นข้างที่ถือกระบี่อยู่ก็ขาดวิ่นไปในพริบตา
นั่นเป็นกระบวนท่าที่เรียบง่าย แต่ในระดับยอดฝีมือ แค่กระบวนท่าเดียวก็สามารถรู้ผลแพ้ชนะได้แล้ว
อันผิงตกตะลึงและไม่อยากเชื่อ เขาไม่เข้าใจเลยว่าตนเองพ่ายแพ้ได้อย่างไร ทำไมเขาถึงพ่ายแพ้ตั้งแต่กระบวนท่าแรกเช่นนี้
หากฉีหลินไม่ยั้งมือไว้ ป่านนี้แขนของอันผิงคงขาดสะบั้นไปแล้ว
และโลหิตก็คงไหลนองเต็มห้องนี้
อันผิงจำได้ดีว่ามือกระบี่สิบอันดับแรกแห่งยุทธจักรส่วนใหญ่ต่างก็มีพลังอยู่ในขอบเขตยอดยุทธ์ด้วยกันทั้งสิ้น แล้วเหตุใดฉีหลินถึงได้แข็งแกร่งถึงเพียงนี้?
คนผู้นี้สามารถเอาชนะการชี้แนะแนวทางของนายท่านได้อย่างไร?
“เจ้าแพ้แล้ว อันผิง…” ฉีหลินนำกระบี่ในมือเสียบคืนฝักอย่างเงียบสงบ
สำนักมังกรเงิน!
ฉีหลินหรี่ตาลงเล็กน้อย รู้ดีว่านั่นเป็นชื่อสำนักยุทธ์ชื่อดังในยุทธจักร ไม่ได้มีความอ่อนด้อยไปกว่าพรรคกระยาจกเลยด้วย เรียกได้ว่าเป็นสำนักที่ใหญ่ที่สุดแห่งโลกยุทธจักรก็ว่าได้
“กระบี่มังกรฟ้าอยู่ที่ใด?” เซวียนหยวนอวี้เหิงเดินตรงเข้าไปหาฉีหลินช้า ๆ
ในขณะนี้ ฉีหลินระเบิดพลังลมปราณออกมาจากร่างกายอย่างแรงกล้า เขารู้ดีว่าตนเองพลาดท่าเสียทีเข้าเสียแล้ว บุรุษท่าทางคงแก่เรียนผู้นี้ แท้จริงแล้วกลับเป็นนายใหญ่ผู้ร้ายกาจและอำมหิต
เซวียนหยวนอวี้เหิงยื่นมือข้างหนึ่งออกไปคว้าลำคอฉีหลิน ฉีหลินยกสองมือขึ้นจับแขนของอีกฝ่ายไว้แน่นไม่ต่างจากกำลังจับกระบี่ ทันใดนั้น ภายในห้องตำราพลันเต็มไปด้วยปราณกระบี่พลุ่งพล่าน กระบี่ทุกเล่มที่แขวนอยู่บนผนังสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
“ยี่สิบสามกระบี่!”
เมื่อฉีหลินใช้สองมือของตนเองกดลงไปที่แขนขวาของเซวียนหยวนอวี้เหิง เขาก็สัมผัสได้ถึงปราณกระบี่ที่หนาแน่น แขนข้างนั้นไม่เหมือนแขนคน แต่มันเหมือนสุดยอดกระบี่ที่ยังไม่ถูกชักออกมาจากฝัก!
ฉีหลินไม่มีเวลาคิดถึงเรื่องอื่นใดมากมาย เขาระเบิดเสียงคำรามด้วยความโกรธแค้น และใช้ท่าไม้ตายประจำตัวออกมา
เมื่อฉีหลินระเบิดเสียงคำรามคำว่า ‘ยี่สิบสามกระบี่’ กระบี่ทุกเล่มที่แขวนอยู่ในห้องก็พุ่งออกมาจากฝัก และพุ่งเข้าหาเซวียนหยวนอวี้เหิงพร้อมกับรัศมีที่แรงกล้า
เซวียนหยวนอวี้เหิงยิ้มออกมาเล็กน้อย ยกแขนซ้ายขึ้นช้า ๆ ก่อนจะปลดปล่อยปราณกระบี่เพื่อรับมือกระบี่ทั้งยี่สิบสามเล่มของฉีหลิน
ตู้ม!
สิ้นเสียงระเบิด ปราณกระบี่ก็ทำให้โต๊ะ เก้าอี้ ม้านั่ง เสาไม้และทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ภายในห้องแห่งนี้แหลกสลายกระจัดกระจายไปในพริบตาเดียว
เซวียนหยวนอวี้เหิงยังคงค้างมืออยู่ในตำแหน่งเดิม ไม่ว่าฉีหลินพยายามจะกดแขนอีกฝ่ายลงสักเท่าไร แขนของเซวียนหยวนอวี้เหิงก็ไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่น้อย แววตาของอ๋องหนุ่มเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม
“ฝีมือกระบี่ของเจ้ามันใช้การไม่ได้!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า