เข้าสู่ระบบผ่าน

ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า นิยาย บท 130

บทที่ 130 ความตายของฉีหลิน

เซวียนหยวนอวี้เหิงบีบคอฉีหลิน แล้วยกร่างเขาจนลอยขึ้นเหนือพื้น ฉีหลินรู้สึกตื่นตระหนกเป็นอย่างยิ่ง กระบี่ทั้งยี่สิบสามเล่มที่ล้วนได้มาจากสุสานกระบี่ซึ่งเป็นแดนศักดิ์สิทธิ์ของโลกยุทธจักร กลับถูกทำลายลงได้อย่างง่ายดายด้วยพลังฝ่ามือของบุรุษที่อยู่ตรงหน้า

บุรุษผู้นี้เป็นใครกัน?

ช่วงแขนทรงพลังเต็มไปด้วยปราณกระบี่ หากเพียงแค่วาดฝ่ามือเท่านั้น ปราณกระบี่ที่อุดมไปด้วยพลังทำลายล้างน่าหวาดกลัวก็จะครอบคลุมไปทั้งผืนฟ้าทันที

ฉีหลินรู้สึกหายใจได้ยากลำบากมากขึ้น

“ข้าจะถามอีกเพียงครั้งเดียว กระบี่มังกรฟ้าอยู่ที่ใด?”

เซวียนหยวนอวี้เหิงยิ้มเล็กน้อย พลางค่อย ๆ เพิ่มแรงบีบที่มือของตนเอง

ใบหน้าของฉีหลินแดงก่ำมากขึ้นเรื่อย ๆ แววตาสั่นไหวเมื่อนึกถึงความเป็นไปได้ต่าง ๆ

บุรุษผู้นี้ยังไม่ได้ใช้กระบี่ อาศัยเพียงปราณกระบี่ก็มีอานุภาพทำลายล้างรุนแรงมากแล้ว ฉีหลินไม่เคยเห็นหน้าบุรุษผู้นี้มาก่อน แต่อยู่ดี ๆ บุรุษผู้นี้ก็มาถามหากระบี่มังกรฟ้า บุรุษผู้นี้ย่อมต้องเป็นบุรุษไร้หน้า ฆาตกรผู้สังหารมือกระบี่อันดับสองแห่งยุทธจักรอย่างแน่นอน!

“บุรุษ… ไร้หน้า…”

ใบหน้าของฉีหลินกลายเป็นสีม่วงคล้ำ ดวงตาถลนออกมาจากเบ้า เขาต้องใช้ความพยายามอย่างหนักทีเดียวจึงสามารถเค้นเสียงพูดออกมาได้

แต่ไม่ว่าอย่างไรเขาก็จะไม่ยอมบอกที่อยู่ของกระบี่มังกรฟ้า เพราะฉีหลินรู้ดีว่าหากบอกไปก็จะนำความตายไปสู่จ้าวอู่เจียงอย่างแน่นอน

แม้เขาจะไม่สามารถหลบหนีจากความตายได้อีก แต่ฉีหลินก็จะไม่ทำให้น้องชายต้องตายตกตามกันไปด้วยเด็ดขาด…

“สาม”

เซวียนหยวนอวี้เหิงยังคงมีสีหน้าไร้ความรู้สึก มือเพิ่มแรงบีบมากขึ้นเรื่อย ๆ

“สอง”

เสียงอะไรบางอย่างแตกหักที่ลำคอของฉีหลิน เขาจ้องมองไปที่เซวียนหยวนอวี้เหิง ไม่ทราบเลยว่าบุรุษไร้นามกำลังคิดจะทำสิ่งใด แต่ไม่ว่าอย่างไรก็คงไม่ใช่เรื่องดีอย่างแน่นอน ฉีหลินแค่นเสียงหัวเราะออกมาจากในลำคอด้วยความยากลำบาก แต่เขามีสิทธิ์ที่จะหัวเราะ ฉีหลินกำลังหัวเราะเยาะบุรุษผู้นี้ เพราะต่อให้ตนต้องตาย แต่ฉีหลินก็จะไม่มีวันบอกให้อีกฝ่ายได้รู้ถึงตำแหน่งของกระบี่มังกรฟ้าอย่างแน่นอน

“หนึ่ง”

กร๊อบ…

เซวียนหยวนอวี้เหิงออกแรงบีบที่มือเต็มกำลัง ลำคอของฉีหลินหักพับไปทันที

ในขณะนี้ ฉีหลิน อีกหนึ่งสุดยอดมือกระบี่แห่งยุคได้สิ้นชีวิตลงแล้ว

“ดื้อด้าน” เซวียนหยวนอวี้เหิงปล่อยมือ ร่างของฉีหลินร่วงตกลงไปกระแทกพื้น ไม่ต่างจากใบไม้แห้งที่ร่วงหล่น

เซียวเหยาอ๋องนำผ้าไหมออกมาเช็ดเลือดที่มือ ก่อนจะโยนผ้าผืนนั้นทิ้งไปอย่างไม่ใยดี หันกลับไปเหลือบมองฉีหลินผู้ไม่ยอมเปิดเผยสิ่งใดเลยแม้ตนเองจะต้องตกตายภายใต้ความเหยียดหยาม แล้วเซวียนหยวนอวี้เหิงก็หมุนตัวเดินกลับออกไป

“ถ่ายทอดคำสั่ง ให้คนของเราออกตามหากระบี่”

อันผิงยกมือกุมหน้าอกข่มความเจ็บปวด และรับคำด้วยความเคารพ

“รับทราบขอรับ!”

สมาชิกสำนักมังกรเงินได้แอบแฝงตัวเข้ามาอยู่ในนครหลวงเรียบร้อยแล้ว และบัดนี้ พวกเขาก็เตรียมพร้อมรอรับคำสั่งจากนายท่านอยู่ทุกเมื่อ

“มันเจ็บนะ!” ใบหน้างดงามของเจียงเมิ่งลี่แสดงออกถึงความโกรธแค้น จ้าวอู่เจียงนำผงสมุนไพรโปะลงไปบนหน้าอกของนาง และจัดการนวดเฟ้นเพื่อให้ตัวยาซึมประสานกันได้ดี แต่บัดนี้ชายหนุ่มกลับดูใจลอยชอบกล?

เขาใจลอยไปอยู่ที่ใดกัน? หรือว่าเขาไม่ได้สนใจนางอีกแล้ว? ดวงตาของเจียงเมิ่งลี่ทอประกายวาวโรจน์ จ้าวอู่เจียงเคยจ้องมองนางด้วยความสนใจมากกว่านี้มากนัก

จ้าวอู่เจียงสะดดุ้งเมื่อได้ยินเสียงตะโกนของเจียงเมิ่งลี่ ชายหนุ่มกลับมาได้สติอีกครั้ง เขาไม่ทราบเลยว่าด้วยเหตุใดตนเองถึงได้ใจลอยไปเช่นนี้ เหมือนกับมีมือที่มองไม่เห็นกำลังบีบคั้นหัวใจ ทำให้หายใจติดขัด และพลอยให้ทำอะไรไม่ถูก

“ขออภัย…”

จ้าวอู่เจียงดึงมือกลับ

เจียงเมิ่งลี่รีบสวมเสื้อชั้นในและเสื้อคลุม นางรู้สึกค้างคาสงสัยในหัวใจ แม้ว่านางจะไม่ได้สนิทสนมกับจ้าวอู่เจียง แต่ก็พอจะมองออกว่าคนผู้นี้ไม่ใช่คนที่จะยอมเอ่ยคำขอโทษออกมาอย่างง่ายดายแน่นอน

“ว่าแต่ว่า กระบี่มังกรฟ้าเก็บซ่อนความลับอันใดอยู่กันแน่หรือ?”

จ้าวอู่เจียงมีแววตาเยือกเย็น เดิมทีเขาไม่ได้คิดจะถามคำถามนี้เลย เพราะเจียงเมิ่งลี่เคยบอกมาแล้วว่า ความลับนั้นคือสิ่งที่พวกเขาคงไม่สามารถทนรับไหว

แต่ด้วยเหตุผลบางประการ อยู่ดี ๆ จ้างอู่เจียงก็รู้สึกอยากรู้ความลับนี้ขึ้นมาอีก และต้องการจะรู้ให้ได้อย่างเร่งด่วนเสียด้วย

“หา?” เจียงเมิ่งลี่ยกมือขึ้นปิดบาดแผลของตน นางลุกขึ้นยืน จ้องมองจ้าวอู่เจียงด้วยความสงสัยมากยิ่งขึ้น ก่อนจะส่ายศีรษะตอบ

“ความลับของกระบี่มังกรฟ้า ข้าเคยบอกแล้วนะว่ามันเป็นสิ่งที่เจ้าไม่สามารถ…”

“มันคืออะไร?” จ้าวอู่เจียงกดไหล่ของเจียงเมิ่งลี่ด้วยสองมือ และถามซ้ำด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ

เจียงเมิ่งลี่จ้องมองเข้าไปในดวงตาลึกล้ำของเขา ในนั้นมีอะไรบางอย่างที่ทำให้หัวใจของนางสั่นไหวขึ้นมา

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า