บทที่ 1335 หน้าตางุนงง
“ท่านนี่มันฉวยโอกาสคนตกทุกข์ได้ยาก” ชิงเอ๋อร์ดิ้นไม่หลุด เมื่อรู้สึกถึงกลิ่นอายความเป็นชายอันแข็งแกร่งของจ้าวอู่เจียง หัวใจนางเต้นระรัวราวกับกวางน้อย ความอายแล่นปราดขึ้นมาไม่หยุด
ในขณะเดียวกัน ในใจก็แอบมีความคาดหวังเล็ก ๆ แฝงอยู่
“มาถึงแล้วนี่” จ้าวอู่เจียงโอบเอวบางของชิงเอ๋อร์
“อาบด้วยกันเถอะ”
“การประหยัดน้ำเป็นคุณธรรมอันดีงามตามประเพณี”
ชิงเอ๋อร์ไม่ส่งเสียง เพราะอายจนไม่กล้าสบตากับจ้าวอู่เจียง นางพูดเสียงอู้อี้
“อาบกันสองคนคงใช้เวลานานมาก…”
“เสื้อผ้าเปียกติดตัวถ้าไม่รีบถอดออก จะทำให้เป็นหวัดได้ง่าย” จ้าวอู่เจียงหาข้ออ้างอันสง่างาม แล้วเริ่มไล่ตามมือเรียวงามของชิงเอ๋อร์เข้าไปในเสื้อผ้า ช่วยนางถอดอาภรณ์
เพราะนางอาย เขาเลยช่วยถอดเสื้อผ้านาง
จ้าวอู่เจียงผู้ชำนาญการถอดเสื้อผ้าคนอื่น ถอดกระโปรงยาวเปียกชื้นของชิงเอ๋อร์ออกอย่างรวดเร็ว
ระหว่างนั้น ชิงเอ๋อร์เพียงแค่ดิ้นขัดขืนเล็กน้อยเป็นพิธี
จนกระทั่งเหลือเพียงเอี๊ยมผ้าโปร่งสีเขียวบางราวกับปีกจักจั่น ชิงเอ๋อร์หน้าแดงก่ำด้วยความอาย กุมมือของจ้าวอู่เจียงไว้
“ห้ามได้ใจเกินไปอีกแล้ว!”
ฮวบ! เสียงน้ำดังซ่า
จ้าวอู่เจียงลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว ชิงเอ๋อร์ร้องด้วยความตกใจ มือเรียวบางรีบเกี่ยวคอเขาไว้ ขายาวทั้งสองข้างก็รัดเอวของจ้าวอู่เจียง
“ท่านลุกขึ้นกะทันหันทำไม?” ชิงเอ๋อร์ถามอย่างเขินอาย การเคลื่อนไหวของจ้าวอู่เจียงรุนแรงมาก นางคิดว่าเขากำลังจะปล่อยสัญชาตญาณดิบและทำอะไรรุนแรงกับนาง
จ้าวอู่เจียงปล่อยให้ชิงเอ๋อร์เกาะอยู่บนตัวเขาในท่านี้ เขาไม่ได้เช็ดน้ำบนตัว แต่เดินตรงไปที่เตียง เขาก้มตัวลง ร่างเปียกชุ่มของชิงเอ๋อร์ก็ล้มลงบนเตียง
เขาพูดอย่างจริงจัง
“ก็แน่นอนว่าต้องแบ่งน้ำค้างให้ทั่วถึง และรังแกเจ้าบ้างสิ”
“ข้า… ข้าแค่พูดเล่น…” ชิงเอ๋อร์เม้มปาก หันหน้าไปทางอื่น ใบหน้าแดงระเรื่อ เปียกชุ่ม เส้นผมติดอยู่ที่ใบหน้าด้านข้าง ดูบริสุทธิ์แต่แฝงไว้ด้วยเสน่ห์
“ข้าจริงใจกับเจ้าขนาดนี้ เจ้ากลับแค่พูดเล่น?” จ้าวอู่เจียงแกล้งโกรธ
“เจ้าต้องขอโทษข้า”
ชิงเอ๋อร์ไม่มองหน้าจ้าวอู่เจียง ดวงตากลอกไปมา มือและขาทั้งสองยังคงเกี่ยวรัดจ้าวอู่เจียงไว้
“ความถูกผิด ความดีหรือความชั่ว ล้วนเป็นเพียงคำพูดจากปากผู้อื่น”
“ความมั่งคั่งร่ำรวย อำนาจและตำแหน่งสูงส่ง ล้วนไม่สำคัญ”
“เหตุและผล คือรากฐานของตระกูลหลี่ คือหลักการที่ตระกูลหลี่ยึดมั่นมานับไม่ถ้วนปี…” เสียงของหลี่เว่ยยางแหบแห้งและแหลมบาดหู ทั้งยังแฝงความเหนื่อยล้า
“การทรยศหรือการรู้จักโอนอ่อนตามสถานการณ์ ล้วนเป็นการพนันครั้งใหญ่”
“เป็นนักพนัน ก็ต้องแพ้”
“แต่ข้าผู้เป็นบรรพบุรุษของเจ้า จะไม่มีวันยอมแพ้!”
“อย่าว่าแต่เสียสละคนเดียว แม้ต้องเสียสละทุกคน…”
หลี่เว่ยยางถอนหายใจยาว ไม่ได้พูดจนจบ
แต่เสียงทุ้มหนักของคนด้านหลังค้อมกายคำนับ แล้วหายวับไป
ในศาลบรรพชนอันกว้างใหญ่ของตระกูลหลี่ แสงเทียนสลัวเหลืองอ่อน หลี่เว่ยยางลุกขึ้นอย่างโงนเงน พลางเปล่งเสียงหัวเราะอันมืดมนออกมา
“จ้าวอู่เจียงเอ๋ย…”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า