บทที่ 1369 ยิ่งรู้มาก ยิ่งตายเร็ว
“ผู้ที่จะไปราชวงศ์ต้าเฉียนได้ตัดสินใจแล้วหรือไม่? เป็นข้าใช่หรือไม่?”
จ้าวอู่เจียงกลอกตาไปมา
ตามหลักการ…ในช่วงห้าหกวันนี้ หากได้ตัดสินใจเลือกผู้แทนแล้วก็คงเดินทางไปราชวงศ์ต้าเฉียนแล้ว แต่จางซวีคุนไม่ได้บอกว่าใครถูกส่งไปต้าเฉียน
ดังนั้นโอกาสสูงที่ผู้ที่ถูกเลือก ก็คือเขานั่นเอง
“ยังไม่ได้ตัดสินใจ” จางซวีคุนส่ายหัว
“คนที่เหมาะสมนั้นมีไม่มาก แต่ว่า… น่าจะเป็นเจ้า…”
เขาก็รู้อยู่แล้ว เขาเป็นแค่ตัวประกอบ เป็นตัวละครที่ไม่ใช่ตัวหลักอีกแล้ว… จ้าวอู่เจียงเหนื่อยเกินกว่าจะบ่น
“เจ้าเป็นอะไรไปถึงกลายเป็นเช่นนี้?” จ้าวอู่เจียงมองผมเหี่ยวแห้งของจางซวีคุน
แต่จางซวีคุนพูดอย่างเรียบ ๆ ออกมา
“ข้าทำนายดวงมาหลายครั้ง”
“อนาคตไม่ค่อยดีหรือ?” จ้าวอู่เจียงขมวดคิ้ว
“อีกหนึ่งปี…” จางซวีคุนค่อย ๆ ยื่นนิ้วออกมาหนึ่งนิ้ว
“ข้าเห็นเพียงแค่ปีกว่าเท่านั้น…”
การเปิดคัมภีร์ดูลิขิตฟ้า ยากที่จะมองเห็นอนาคตอันไกลโพ้น จนเกือบจะมองเห็นได้เพียงแค่ช่วงเวลาที่ชีวิตของตนเองจะขาดสะบั้น
อาจเป็นเพราะว่า อนาคตที่ไม่มีข้าอยู่ ย่อมไร้ความหมาย
เมื่ออนาคตไม่มีเขาแล้ว เขาจึงมองไม่เห็น
นี่คือทางเลือกของจางซวีคุน
เขาสามารถมีชีวิตอยู่ได้อีกสองปีครึ่ง แต่เมื่อเขาตัดสินใจเปิดคัมภีร์และใช้คัมภีร์สอดส่องดู อายุขัยของเขาก็ถูกลดทอนลงเรื่อย ๆ จนเหลือเพียงปีกว่าในตอนนี้
นี่คือสิ่งที่เรียกว่า ‘ยิ่งรู้มาก ยิ่งตายเร็ว’
ดังนั้นคนที่โง่เขลาเบาปัญญามักจะมีชีวิตอยู่ได้นานกว่า
“หนึ่งปีก็เพียงพอแล้ว…” จางซวีคุนโบกนิ้วมือเบา ๆ
“ในปีต่อจากนี้ ฟ้าจะพลิกแผ่นดินจะคว่ำ…”
“เจ้าเคยพูดไว้ว่า ยามเช้าได้ฟังวิถีธรรม ยามเย็นตายก็ไม่เสียดาย มิใช่หรือ?” จ้าวอู่เจียงขมวดคิ้วเล็กน้อย
“ข่าวดีหรือ?”
“ข่าวร้าย” จางซวีคุนปฏิเสธ พลางกล่าวอย่างรำพึงรำพัน
“ช่างทุกข์ทรมานเหลือเกิน”
“เพียงแค่ไม่ได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น บางทีอาจยังมีความหวังอยู่ หากมีความหวัง ก็ไม่ถือว่าเป็นเรื่องเลวร้ายโดยสิ้นเชิง”
“คำพูดนั้นกว้างเกินไป มีรายละเอียดอะไรบ้างหรือไม่?” จ้าวอู่เจียงจ้องมองจางซวีคุน
“มีสิ แต่ยิ่งเป็นเรื่องสำคัญ เรื่องที่สามารถเปลี่ยนแปลงชะตากรรมได้ในระดับหนึ่ง ยิ่งไม่อาจเปิดเผย” จางซวีคุนส่ายหน้าพลางกล่าวว่า
“ในเมื่อเจ้าเป็นคนของอารามเต๋า เจ้าลองคำนวณดูสิว่า ในวันข้างหน้านี้ วันไหนเหมาะสำหรับการฝังศพ”
จ้าวอู่เจียงสงสัย
จ้าวอู่เจียงกระแอมเบา ๆ
“เช่นอย่างเจ้านี่” จางซวีคุนถอนหายใจ
“ปัญหาที่เจ้าพบในการเดินทางครั้งนี้ ก็คือท่านอาวุโสเต่าศักดิ์สิทธิ์นั่นเอง”
“ปัญหานี้ไม่ถือว่ามีผลกระทบมากนัก… แทบจะไม่มีผลกระทบเลย”
“เพราะความจริงแล้ว ถึงข้าไม่บอก หลังจากนั้นเจ้าก็จะค่อย ๆ รู้เอง หรือแม้แต่เจ้าก็สามารถคาดเดาได้”
“พวกเขาพยายามรบกวนท่านอาวุโสเต่าศักดิ์สิทธิ์เพื่อจุดประสงค์เพียงอย่างเดียว”
“ตระกูลหวัง ตระกูลหลี่ สำนักเมตตาธรรมของตระกูลเยว่?” ดวงตาของจ้าวอู่เจียงสว่างวาบ ในชั่วขณะที่เขาคิดถึงจุดสำคัญได้
จางซวีคุนพยักหน้า จ้าวอู่เจียงช่างฉลาดจริง ๆ เพียงแค่บอกใบ้เพียงเล็กน้อยก็เข้าใจ
จ้าวอู่เจียงหรี่ตาลงด้วยสายตาลึกล้ำ
“เหมือนในยุคโบราณ เป็นการเลือกข้างรอบใหม่อีกครั้ง…”
“ภัยพิบัติหรือเทพปีศาจ”
“เผ่าพยัคฆ์คำรามและเผ่าหมาป่าสวรรค์ต้องการรบกวนเต่าศักดิ์สิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นการบีบบังคับ ปรึกษาหารือ หรือให้คำมั่นสัญญาอันยิ่งใหญ่ ล้วนต้องการให้เลือกข้าง”
“และสิ่งนี้…”
จางซวีคุนยิ้มขื่น
“และนี่ คือเหตุผลว่าทำไมในโลกนี้จึงมีผู้ทรยศ มีผู้ประนีประนอม และมีผู้หลงทาง”
“นี่คือการเลือกที่ส่งผลกระทบต่อทุกคน…”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า