เข้าสู่ระบบผ่าน

ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า นิยาย บท 137

บทที่ 137 ความเกลียดชังและความเยือกเย็น

การประชุมในท้องพระโรงจบลงแล้ว แต่บรรดาขุนนางยังคงตัวสั่นเทาอยู่ไม่หาย

หลายคนไม่อยากเชื่อเลยจริง ๆ ว่า เสนาบดีกรมคลังที่ยื่นจดหมายร้องเรียนจ้าวอู่เจียงอยู่เมื่อสักครู่นี้ สุดท้ายกลับกลายเป็นผู้ที่ถูกโยนเข้าสู่คุกของกรมยุติธรรมเสียเอง

แม้พวกเขาจะยังไม่รู้ถึงต้นสายปลายเหตุที่แท้จริง แต่ดูจากการที่ตู๋กูอี้เหอซึ่งเป็นประมุขตระกูลตู๋กูออกหน้าช่วยเหลือจ้าวอู่เจียง ทำการยื่นจดหมายร้องเรียนเสนาบดีกรมคลังต่อองค์ฮ่องเต้เช่นนี้ พวกเขาก็คิดว่ามีความเป็นไปได้มากมายเหลือเกิน

ขุนนางจำนวนไม่น้อยต่างก็เฝ้ารอที่จะให้มีการประกาศแต่งตั้งเสนาบดีกรมคลัง และเสนาบดีกรมกลาโหมคนใหม่

เสนาบดีประจำทั้งสองกรมนี้มีลำดับยศเป็นขุนนางขั้นสามแห่งแคว้นต้าเซี่ย ผู้ใดก็ตามที่ได้ครอบครองตำแหน่งนี้ย่อมมีอำนาจและสามารถบงการชีวิตผู้คนได้มากมาย

ไม่มีใครคิดว่าจางทุยจะสามารถรอดพ้นชะตากรรมได้อีกแล้ว เพราะนอกจากผู้ร้องเรียนเขาจะเป็นตู๋กูอี้เหอ จดหมายร้องเรียนฉบับนั้นยังมีความหนามากนัก แสดงว่าหลักฐานค่อนข้างรัดกุมทีเดียว

เมื่อพวกเขาพากันเดินออกมาจากท้องพระโรง จ้าวอู่เจียงก็ได้รับการห้อมล้อมจากขุนนางเป็นจำนวนมาก ทุกคนต่างก็พากันมาประจบสอพลอ ราวกับว่าไม่เคยเห็นขุนนางผู้ใดมีความเก่งกาจถึงขั้นนี้มาก่อน

จ้าวอู่เจียงกลับไปยังตำหนักนางสนม เขาตรงไปที่ตำหนักฉีเฟิงก่อนเป็นลำดับแรก จ้าวอู่เจียงเริ่มต้นด้วยการตรวจสอบยาและอาหารของตู๋กูหมิงเยว่ แล้วจึงตรวจดูชีพจร

หลังจากนั้น เขาก็ปฏิเสธคำเชิญจากพระสนมสองนางอย่างเซียวว่านจวินกับหลิวเหม่ยเอ๋อร์ ก่อนที่จะเดินมุ่งหน้าออกจากส่วนวังหลังไป

เกือบทุกคนในวังหลวงต่างก็รู้จักหัวหน้าขันทีผู้นี้ ไม่ว่าผู้ใดต่างก็ต้องทำความเคารพจ้าวอู่เจียง

แม้แต่นายทหารหน่วยราชองครักษ์ก็ยังต้องพยักหน้าทักทายเมื่อเขาเดินผ่าน

และทันทีที่ออกมาจากประตูวังหลวง จ้าวอู่เจียงก็พบร่างสูงใหญ่ของหลี่หยวนเจิ่งยืนรอคอยอยู่ก่อนแล้ว

หลี่หยวนเจิ่งสวมใส่ชุดสีเทา ยืนห่างออกไปไม่ไกลนัก

จ้าวอู่เจียงพลันรู้สึกสงสัยอยู่ในใจ หลี่หยวนเจิ่งมีปัญหาอะไรอีกแล้วใช่หรือไม่? มิฉะนั้น คนผู้นี้จะมารอเขาอยู่ที่นี่เพื่ออะไร?

หลี่หยวนเจิ่งถือกระบี่ด้วยสองมือ เมื่อเห็นจ้าวอู่เจียงเดินเข้ามาหา เขาก็รีบก้าวเท้าออกมาข้างหน้าทันที

“น้องจ้าว”

“พี่หยวนเจิ่ง ท่านมาทำอะไรที่นี่หรือ? แล้วเจียงเมิ่งลี่เล่าอยู่ที่ใด?” จ้าวอู่เจียงยิ้มแย้ม

“เจียงเมิ่งลี่กำลังพักฟื้นจากอาการบาดเจ็บ…” หลี่หยวนเจิ่งตอบออกมาด้วยท่าทางลังเล เหมือนมีเรื่องบางอย่าง แต่ไม่รู้ว่าจะพูดกับจ้าวอู่เจียงอย่างไรดี

หลังจากได้รับทราบข่าวเมื่อวานนี้ หลี่หยวนเจิ่งก็ค่อนข้างตกใจมากทีเดียว แต่นั่นเป็นตอนที่จ้าวอู่เจียงกลับเข้าวังหลวงไปแล้ว มือกระบี่อันดับที่สิบหกไม่ทราบว่าจะไปหาตัวจ้าวอู่เจียงได้อย่างไร ดังนั้น เขาจึงมารอจ้าวอู่เจียงอยู่ที่นี่ตั้งแต่เช้าตรู่

จ้าวอู่เจียงยิ้มออกมาเล็กน้อย

“เกิดอะไรขึ้นหรือ?”

จ้าวอู่เจียงรู้สึกพิศวงสงสัยมากขึ้นเรื่อย ๆ ความเกลียดชังยิ่งบ่มเพาะอยู่ในหัวใจ แรงกดดันมหาศาลเพิ่มขึ้นทวีคูณ

เขารู้แล้วว่าตัวตนที่แท้จริงของเซียวเหยาอ๋องเป็นบุคคลหน้าไหว้หลังหลอก และถึงกับคิดจะยึดครองบัลลังก์ไปจากเซวียนหยวนจิ้ง แม้ว่าทั้งสองฝ่ายจะไม่ได้เผชิญหน้ากันอย่างเป็นทางการ แต่จ้าวอู่เจียงก็รู้ดีว่าเซียวเหยาอ๋องคงไม่ปล่อยให้เซวียนหยวนจิ้งได้ครองบัลลังก์ต่ออีกนานนักเป็นแน่ เช่นเดียวกับทารกในครรภ์ของตู๋กูหมิงเยว่ เซียวเหยาอ๋องก็คงจะปล่อยให้คลอดออกมาไม่ได้

บัดนี้ เซียวเหยาอ๋องยังมามีส่วนเกี่ยวข้องกับความตายของฉีหลินอีก…

จ้าวอู่เจียงมีจิตใจที่ว้าวุ่นเป็นอย่างยิ่ง ขณะที่เขาเดินขึ้นบันไดหินกำลังจะเข้าสู่จวนซิงชิงหยวน

“น้องจ้าว…” เสียงกรีดร้องแหลมสูงดังขึ้น จ้าวอู่เจียงเบิกตาโต และหันไปมอง ก่อนจะพบว่าเป็นฮั่วหรูอี้ภรรยาของฉีหลิน

ฮั่วหรูอี้ติดตามจ้าวอู่เจียงไปที่หอการค้าเจียงตู่เมื่อวานนี้เพื่อซื้อเครื่องประทินโฉม แต่นางต้องกลับล่าช้าเพราะถูกเจ้าของร้านขายเสื้อผ้าถ่วงเวลาเอาไว้ ฮั่วหรูอี้จึงรอดพ้นความตายมาได้อย่างหวุดหวิด

ตอนที่หลี่หยวนเจิ่งไปยังสำนักมังกรเกล็ดศิลา เขาพบว่าฮั่วหรูอี้กำลังนอนกอดศพสามีร้องไห้ไม่หยุด หลังจากนั้น เขาจึงพานางมาพักที่จวนของจ้าวอู่เจียงก่อน

ฮั่วหรูอี้มีดวงตาบวมแดง เมื่อคืนนี้นางคงร่ำไห้มาตลอดทั้งคืน และเมื่อนางได้เห็นหน้าจ้าวอู่เจียง นางก็ยิ่งนึกถึงสามีของตนเองมากยิ่งกว่าเดิม หญิงสาวรู้สึกเศร้าเสียใจสุดขีด นางโถมตัวเข้าไปในอ้อมแขนของจ้าวอู่เจียง และร้องไห้ออกมาปานจะขาดใจ

“น้องจ้าว ท่าน… ท่านต้องแก้แค้นให้สามีของข้าด้วย…”

จ้าวอู่เจียงไม่ทราบเลยว่าควรจะวางมือของตนเองลงบนตำแหน่งใด ดวงตาของเขาเบิกโต ได้แต่พูดปลอบใจออกไปด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

“พี่สะใภ้ ท่านไม่ต้องเป็นกังวล…”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า