บทที่ 1371 ชะมดที่พบแตงโม
ภายในอารามอู๋เหวยที่เงียบสงัด มีเพียงควันสีเขียวลอยขึ้นเป็นสาย
จ้าวอู่เจียงได้ยินคำถามนี้ จึงตอบอย่างหนักแน่น
“ไม่มีทาง! ข้าจะทำในสิ่งที่ข้าต้องการด้วยวิธีของข้าเอง” จางซวีคุนได้ยินดังนั้นก็ยิ้มบาง
“บางครั้งคนคนเดียวกัน เรื่องเดียวกัน เมื่ออยู่ในสถานการณ์และอยู่นอกสถานการณ์ ความคิดก็อาจแตกต่างกัน”
“เจ้ากำลังพูดเป็นนัยหรือ?” จ้าวอู่เจียงมองจางซวีคุนอย่างลึกซึ้ง และดวงตาเต็มไปด้วยความคิดคำนึง
จางซวีคุนส่ายหน้า
“ไม่มีอะไรหรอก ข้าแค่พูดถึงคนส่วนใหญ่ในโลกนี้ ก็เหมือนผู้คนมากมายในใต้หล้า”
“ดูเหมือนเจ้าจะรู้เรื่องมากมาย แต่กลับไม่ยอมพูด” จ้าวอู่เจียงถอนหายใจอย่างจนปัญญา
เขาคงไม่อาจบังคับให้จางซวีคุนเปิดเผยเรื่องในอนาคตได้กระมัง?
“ในตอนนั้นพี่หลินต้าวก็รู้เรื่องมากมาย แต่ก็ยังปิดบังซ่อนเร้น” แต่จางซวีคุนกลับไม่ได้ใส่ใจ
“อย่างน้อยก็ต้องหาอะไรบางอย่างให้ชิงหลิง เพื่อให้นางได้อยู่อย่างสงบ ข้าถึงจะหลับตาได้อย่างสบายใจไม่ใช่หรือ?”
พูดจบ จางซวีคุนก็รู้สึกใจหายวาบ
แย่แล้ว… เขาพลั้งปากพูดถึงชิงหลิงออกไปได้อย่างไร?
“ชิงหลิง?” จ้าวอู่เจียงเหลือบมองไป เขารู้สึกว่าชื่อนี้ดูคุ้นหูราวกับเคยปรากฏในความทรงจำของเขาที่ไหนสักแห่ง
“แค่ก… ข้าอยากใช้กระดิ่งซานชิงทำพิธีเป็นครั้งสุดท้าย เพื่อสวดให้ตัวเองได้พักผ่อนอย่างสงบ” จางซวีคุนรีบพูด
แต่จ้าวอู่เจียงกลับหรี่ตาลงเหมือนเสือร้ายที่กำลังดมกลิ่นกุหลาบอย่างละเอียด ไม่มีสตรีงามคนใดหลุดพ้นจากการค้นหาในความทรงจำของเขาได้
ดวงตาของเขาเปล่งประกายวาบขึ้น
“เว่ยชิงหลิงหรือ?”
“เมื่อก่อนเว่ยชิงหลิงจากสำนักศรัทธาปฐพีเคยไปอารามหลานรั่วพร้อมกับเมียวเจิ้น”
“เจ้าเป็นคนของสำนักศรัทธาปฐพี…เช่นนั้นนางเป็นศิษย์ของเจ้า?”
“ไม่ใช่” จางซวีคุนปฏิเสธทันที ความรู้สึกตึงเครียดเหมือนแตงที่เลี้ยงมาหลายปีถูกสัตว์ร้ายค้นพบ เขาแสร้งทำเป็นใจเย็นพูดว่า
“นักพรตในสำนักศรัทธาปฐพีมีมากมาย อีกอย่างข้าก็อายุมากแล้ว จะมีเวลาว่างรับศิษย์ได้อย่างไร?”
“เว่ยชิงหลิง” แต่จ้าวอู่เจียงไม่เชื่อคำพูดของชายชราเลยสักนิด เขาสำรวจข้าวของในวิหารแล้วตะโกนเสียงดัง
จางซวีคุนกระโดดขึ้นเอามือหนึ่งปิดปากจ้าวอู่เจียงไว้ทันที ไม่มีท่าทีอ่อนแอเหมือนคนใกล้สิ้นอายุขัยอีกต่อไป
“เร็วเข้า!” จางซวีคุนรีบสั่งลูกศิษย์
“หา?” เว่ยชิงหลิงและจ้าวอู่เจียงอุทานพร้อมกัน
“ข้าเพิ่งกลับมาเอง” จ้าวอู่เจียงมองจางซวีคุนอย่างสงสัยราวกับสังเกตเห็นบางอย่าง
“ข้าก็เพิ่งออกมา…” เว่ยชิงหลิงบ่นพึมพำ
“เฮอะ…” จางซวีคุนทำสีหน้าเคร่งขรึม
“การชักช้าไม่ใช่เรื่องดีเลย ทำอะไรต้องรวดเร็วเด็ดขาด ไม่ควรล่าช้า รีบไปเถอะ ชิงหลิง”
“โอ้…”
“โอ้…”
เว่ยชิงหลิงทำหน้าไม่เต็มใจ ลากเสียงยาว ทำปากเบ้ใส่อาจารย์ ก่อนจะเหยียบกระบี่ไม้ท้อ และโบยบินจากไปอย่างช้า ๆ
“จ้าวอู่เจียงมองเงาร่างของเว่ยชิงหลิงที่เดินห่างออกไปแวบหนึ่ง แล้วเข้าไปใกล้จางซวีคุน
“เจ้ากำลังระวังตัวจากข้าอยู่ใช่หรือไม่?”
“หืม?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า