เข้าสู่ระบบผ่าน

ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า นิยาย บท 1373

บทที่ 1373 กลิ่นอายความเป็นมนุษย์

แม้ว่าหิมะยังไม่หยุดตก แต่จ้าวอู่เจียงกลับมาที่จวนอิ้นอ๋อง

เมื่อเข้าไปในลานเล็ก ๆ กลิ่นอายของชีวิตผู้คนโชยมาปะทะใบหน้า แม้เขาจะยืนอยู่นอกห้อง แต่ก็สัมผัสได้ถึงบรรยากาศอบอุ่นภายในห้อง

สำหรับการเดินทางครั้งนี้นั้น เขาได้พาหลินหลางกลับมาจากเผ่าจิ้งจอกชิงชิว ทำให้ที่พักในตอนนี้มีสมาชิกครอบครัวเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคน

หลินหลางกับเซวียนหยวนจิ้งรู้จักกันตั้งแต่อยู่ในดินแดนลับเต๋อเหลียน ทั้งสองคนเรียกกันอย่างสนิทสนมว่าน้องหลินและพี่จิ้ง

เพราะพวกนางเคยร่วมกันวางแผน ‘ตัดไฟแต่ต้นลม’ เพื่อแก้ปัญหา ‘ราคะมากเกินไปเป็นภัยพิบัติ’

ยิ่งไปกว่านั้น พวกนางยังเคยร่วมกันรีดเค้นจ้าวอู่เจียงอีกด้วย

บัดนี้เมื่อได้พบกันอีกครั้งหลังจากไม่ได้พบกันมานาน ความสนิทสนมก็ยิ่งเพิ่มขึ้นอีกหลายส่วน

เซวียนหยวนจิ้งแนะนำหลินหลางและตู๋กูหมิงเยว่ให้รู้จักกัน

สตรีทั้งสามพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน ชิงเอ๋อร์กลอกดวงตากลมโตไปมา คอยฟังอยู่ข้าง ๆ เพื่อเรียนรู้ประสบการณ์

เสี่ยวเนี่ยนเซี่ยนั่งอยู่บนเก้าอี้สูง ทั้งวาดเขียนบนกระดาษและตำราโบราณต่าง ๆ ทั้งยังส่งเสียงอ้อแอ้และจมอยู่ในโลกเล็ก ๆ ของตัวเอง โดยที่ไม่เข้าใจเลยว่าท่านแม่ ท่านป้าใหญ่ ท่านน้า และท่านน้าอีกคนที่ปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหันกำลังพูดอะไรกัน

หากเวลาหยุดนิ่งอยู่ ณ ที่นี้ได้ก็คงดีเหลือเกิน

จ้าวอู่เจียงยืนอยู่นอกห้อง บนไหล่และศีรษะเต็มไปด้วยเกล็ดหิมะ อีกทั้งปลายจมูกของเขาแดงก่ำ ขนตายาวเกาะด้วยน้ำค้างแข็งสีขาว มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มอ่อนโยน

เขายืนนิ่งอยู่อย่างนั้นโดยที่ไม่ได้เคาะประตูในทันที

เขาไม่อยากเคาะประตูเพราะเกรงว่าจะทำลายบรรยากาศภายในห้อง เขาอยากมองดูให้นานขึ้นและอยากรู้สึกให้มากขึ้น

ภายในห้อง เซวียนหยวนจิ้งที่กำลังพูดคุยหัวเราะกับน้องสาวหันหน้ามามองประตูห้องแวบหนึ่ง ก่อนที่นางจะลุกขึ้นเดินไปเปิดประตู

ด้านนอกห้องนั้นมีหิมะขาวโพลน ลมหนาวพัดกระโชก และจ้าวอู่เจียงที่มีหิมะเต็มตัวกำลังยิ้มให้นาง

“เจ้ายืนอยู่ทำไม?” เซวียนหยวนจิ้งคว้ามือของจ้าวอู่เจียงดึงเข้ามาในห้อง แล้วปิดประตูตามหลัง ก่อนตำหนิออกไปว่า

“ไม่ใช้วิชากำลังภายในป้องกันความหนาวด้วย คนอื่นล้วนลืมไปว่าตนเองเป็นคนธรรมดา แต่ข้าเห็นเจ้ากลับตรงกันข้ามที่ลืมไปว่าตนเองเป็นนักพรต…”

“ท่านพ่อ!” เสี่ยวเนี่ยนเซี่ยที่งดงามประณีตราวกับตุ๊กตาชูกระดาษวาดภาพขึ้นมาและรอคอยคำชมจากพ่อ

บนกระดาษวาดภาพมีทั้งหมึกดำและสีสันมากมาย แม้จะดูไม่รู้ว่าเจ้าตัวน้อยวาดอะไร เพราะทุกอย่างดูยุ่งเหยิงไปหมด แต่กลับทำให้คนที่เห็นรู้สึกสงบลงทันที

จ้าวอู่เจียงสลายความหนาวเย็นบนร่างกายก่อนอุ้มลูกสาวขึ้นมา

……

ชีวิตแบบนี้เขาเคยผ่านมาแล้ว และเขาไม่อยากให้ลูกเป็นเช่นนั้น

ซิ่วเหนียงที่เพิ่งตั้งครรภ์ยังมีรูปร่างอ้อนแอ้น นางทุบหลี่ฉวนจวินสองครั้ง พลางบ่นอย่างงอน ๆ

“ถ้าเป็นลูกชาย เจ้าก็จะไม่รักเขาแล้วหรือ?”

“ข้าก็ชอบเช่นกัน” หลี่ฉวนจวินกอดซิ่วเหนียงแน่น

“แต่ว่า… บุรุษย่อมต้องออกไปรบราฆ่าฟัน ชอบทำให้เป็นห่วง เจ้าเคยเป็นห่วงข้า ต่อไปก็ต้องเป็นห่วงบุตรชายอีก เช่นนั้นไม่ดีเลย”

“แล้วถ้าบุตรสาวออกเรือนไปในอนาคต ท่านจะไม่ร้องไห้หรือ? หากนางแต่งไปไกล ท่านจะไม่เป็นห่วง ไม่กังวลหรือ?” ซิ่วเหนียงเชิดริมฝีปากแดง

“แล้วถ้าลูกสาวถูกรังแก ท่านจะไม่กลุ้มใจจนแย่หรือ?”

หลี่ฉวนจวินทำหน้าเคร่งขรึมทันที

“ใครกล้ารังแกลูกสาวข้า ข้าจะชักกระบี่ฟันมันทันที”

“พอเด็ก ๆ โตขึ้น บางทีกระบี่ของท่านอาจจะทื่อแล้วก็ได้” ซิ่วเหนียงพิงอยู่ในอ้อมกอดของหลี่ฉวนจวินพลางพูดหยอกล้อ

“บางทีตอนนี้กระบี่ของท่านอาจจะทื่อแล้วก็เป็นได้…”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า