บทที่ 1380 วิธีทดสอบแบบพวกจูนิเบียว
แสงดาวอันเจิดจ้าในชั่วขณะที่เข้าใกล้จ้าวอู่เจียงก็พลันหรี่หายและอันตรธานไปในทันที
องค์ชายอวิ๋นเจิงเบิกตากว้างด้วยความโกรธา ก่อนจะถอยหลังไปสองก้าวอย่างตกตะลึง ด้วยความไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง
ทางช้างเผือกหมื่นลี้เป็นวิชาของสำนักโหราศาสตร์ เขาฝึกฝนจนถึงขั้นสูงสุดมานานแล้ว และยังไม่เคยพลาดพลั้งกับผู้ที่อยู่ต่ำกว่าขั้นสามภัยพิบัติเบื้องบนเลย แต่บัดนี้กลับพลาดไปเสียแล้ว
อย่างไรก็ตาม อิ้นอ๋องผู้นี้กลับไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย หรือแม้แต่การป้องกันก็ยังไม่เปิดใช้
“ท่านผู้ควบคุมดวงดาว ท่านต้องการจะทำสิ่งใด?” จ้าวอู่เจียงเหลือบมององค์ชายอวิ๋นเจิงอย่างเรียบเฉย
ทหารเฝ้าประตูเมืองอื่น ๆ ต่างตกใจกลัวจนถอยกลับไปที่ปากประตูเมืองไปนานแล้ว
ถ้าหากรัชทายาททั้งสองต่อสู้กัน พวกเขาไม่กล้าเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วยเลย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคนหนึ่งมาจากราชวงศ์เซียนต้าโจว และอีกคนก็เป็นรัชทายาทของราชวงศ์ต้าเฉียนของพวกเขา
“ฮึ…” องค์ชายอวิ๋นเจิงพยักหน้าพลางแสยะยิ้มอย่างพอใจ อิ้นอ๋องแห่งราชวงศ์เซียนต้าโจวเรียกเขาว่าท่านผู้ควบคุมดวงดาว ทำให้เขารู้สึกพอใจอย่างยิ่ง
นี่แสดงว่าอิ้นอ๋องรับฟังคำพูดก่อนหน้าของเขา ไม่เหมือนคนอื่นๆ ในเมืองหลวงที่เรียกเขาว่าฝ่าบาท หรือองค์ชายหกวันแล้ววันเล่า ซึ่งหากเป็นในวังหลวงก็พอเข้าใจได้ แต่ในที่อื่น ๆ ก็ยังเรียกเช่นนั้น นั่นทำให้เขาไม่ชอบใจนัก
องค์ชายหกเป็นเพียงหนึ่งในตัวตนของเขา ซึ่งเขาไม่มีทางเลือก แต่การเป็นศิษย์คนที่หกของสำนักโหราศาสตร์นั้นเป็นสิ่งที่เขาเลือกเอง
จ้าวอู่เจียงยิ่งรู้สึกสงสัย หรือว่าองค์ชายอวิ๋นเจิงแห่งราชวงศ์ต้าเฉียนผู้นี้จะเป็นพวกเย่อหยิ่ง แต่ขี้อาย?
“ข้าเพียงแค่ทดสอบวิชาของเจ้าเท่านั้น” องค์ชายอวิ๋นเจิงก้าวไปข้างหน้าสองสามก้าว ก่อนจะหยุดยืนอยู่ตรงหน้าจ้าวอู่เจียง และเหลือบตามองบุรุษตรงหน้าด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มอันแสนโหดร้ายและประหลาด
“เจ้าไม่ใช่จีปอฉางจริง ๆ ด้วย!”
จ้าวอู่เจียงหรี่ตาลง เขาสงสัยว่าตัวตนของเขาถูกมองทะลุปรุโปร่งแล้วหรือ?
“เจ้าคือจีปอฉางผู้มีพรสวรรค์เหนือคนธรรมดา!” องค์ชายอวิ๋นเจิงยืนในท่าทางประหลาดด้วยความสูงส่งโดดเดี่ยว ทั้งยังมีบุคลิกที่แฝงความเศร้าโศกอาลัยอาวรณ์
ทว่าในตอนนี้รอยยิ้มของเขาเปลี่ยนจากความประหลาดเป็นความหยิ่งผยอง อีกทั้งดวงตาเต็มไปด้วยความคาดหวังแฝงอยู่ราวกับว่าเขาได้ล่วงรู้ความจริงและต้องการให้มีคนเห็นด้วยกับเขา
จ้าวอู่เจียงถึงกับพูดไม่ออก จึงค่อย ๆ พยักหน้า
ดวงตาขององค์ชายอวิ๋นเจิงเปล่งประกายด้วยความยินดี แต่แล้วเขาก็ส่ายหน้าราวกับว่าทุกอย่างช่างจืดชืด เสียงของเขากลายเป็นเสียงแหบแห้ง ประหนึ่งผ่านกาลเวลาอันยาวนาน
“คนที่สามารถมองทะลุความจริงในโลกนี้เหลือน้อยเต็มทีแล้ว และข้า… ก็เป็นหนึ่งในนั้น”
“ฝ่าบาทไม่ต้องกังวลพระทัย สวรรค์ต้องคุ้มครองต้าเฉียนของพวกเรา” ขันทีอาวุโสปลอบใจ
เพราะเขาอยู่เคียงข้างฮ่องเต้มาหลายปี และเป็นหนึ่งในไม่กี่คนในราชสำนักที่กล้าพูดต่อหน้าฮ่องเต้
“หวังว่าจะเป็นเช่นนั้น…” อวิ๋นเหวินจ้องมองสองคนในกระจกทองเหลืองอย่างเอาเป็นเอาตาย
ที่ประตูเมือง จ้าวอู่เจียงถูกองค์ชายหกอวิ๋นเจิงยื่นมือมาขวางไว้พร้อมกับสายตาที่เหลือบมองมาอย่างจริงจัง
“วรยุทธ์ของเจ้าไม่ธรรมดา แต่กลับซ่อนเร้นมานานเช่นนี้ ราวกับไม่กล้าออกมาเผชิญแสงตะวัน ช่างไม่เปิดเผยอย่างตรงไปตรงมา เจ้าช่าง… เจ้าช่าง…เป็นแมลงสาบในท่อระบายน้ำ!”
สีหน้าจ้าวอู่เจียงที่ยังคงเย็นชา มองไปทางอวิ๋นเจิงด้วยแววตาที่มีความจนใจอยู่เล็กน้อย
“ดีมาก” อวิ๋นเจิงพยักหน้าเบา ๆ ก่อนเผยรอยยิ้มพึงพอใจแบบผู้อาวุโส
“ข้าด่าทอเจ้าเช่นนี้ เจ้ากลับไม่อับอาย ไม่โกรธเคือง ดูเหมือนจิตใจของเจ้าไม่เลว เกือบจะเหนือกว่าข้าแล้ว”
จ้าวอู่เจียงยกมือกุมหน้าผากอย่างฉับพลันเพราะเขาเข้าใจแล้ว
องค์ชายหกผู้นี้คงเป็นคนที่ฮ่องเต้ส่งมาทดสอบตน เพียงแต่วิธีการช่างคาดไม่ถึง และดูแปลกประหลาดไปเสียหน่อย

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า