บทที่ 1411 พลังแห่งศรัทธา
ทว่าเรื่องราวในอดีตที่ราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานยังฉายชัดอยู่ตรงหน้าของนักพรตชราผู้นี้ยิ่งนัก
“ข้ารู้ว่าเขาเกลียดข้า” จางซวีไป๋หัวเราะอย่างขมขื่นออกมา
“มีอยู่ปีหนึ่ง..ข้าฝากศิษย์พี่น้องร่วมสำนักไปสืบข่าวคราวของเขาดู”
“พวกเขากลับมาบอกข้าว่า…ให้ข้าไปให้พ้น และไปให้ไกลที่สุด…”
“ข้าไร้ทางเลือก จึงได้แต่ขอร้องท่าน”
“ข้ารู้ว่าหากท่านพูด เขาน่าจะฟัง…”
จ้าวอู่เจียงขมวดคิ้วเรียว ถอนหายใจพลางกล่าว
“ข้าไม่ต้องการอะไรจากเจ้า ส่วนเรื่องนี้ข้าจะไปปรึกษากับเขาเอง”
“เขาน่าจะยินยอม”
จางซวีไป๋โค้งคำนับอย่างหนักแน่น เพราะฉากในอนาคตที่เขาได้ล่วงรู้เพียงเลือนราง ทำให้เขาต้องส่งศิษย์ของตนไปให้ได้
“ลุกขึ้นเถิด” จ้าวอู่เจียงยื่นมือไปประคอง จางซวีไป๋จึงลุกขึ้นด้วยแววตาเต็มไปด้วยความเคารพ
เพราะปกติเขาอาศัยอยู่ในสำนัก นอกจากทำนายโชคชะตาได้ดีแล้วก็ไม่มีความสามารถอื่นใดที่โดดเด่น
เรื่องของเทพปีศาจ เขาก็เคยอ่านพบในคัมภีร์ของสำนัก และการที่ได้พบกับเทพปีศาจก็ถือเป็นหนึ่งในการทำนายที่น่าพอใจที่สุดของเขาในช่วงหลายปีมานี้
จ้าวอู่เจียงจิบชาหนึ่งอึก แล้วถามจางซวีไป๋ถึงความสงสัยบางอย่างของตนเกี่ยวกับภูเขาสู่เต๋าของเล่าจื๊อ และเกี่ยวกับพลังลึกลับ
“อันที่จริงรูปปั้นเทพปีศาจก็สามารถทำได้เช่นกัน” จางซวีไป๋ฟังคำถามจบ ครุ่นคิดอย่างจริงจัง ก่อนจะกล่าวด้วยสำเนียงเมืองสู่หวัง
“ในคัมภีร์ของสำนักมีบันทึกถึงวิธีการเพิ่มพลังวิเศษสองวิธี เป็นการยกระดับจากขั้นสูงสุดไปสู่อีกขั้นที่ลึกลับยิ่งกว่า..อาจเป็นเซียนหรืออาจเป็นเทพ”
“ภูเขาสู่เต๋าของเล่าจื๊อก็ใช้วิธีการคล้ายกันนี้มอบพลังให้แก่ทุกคน”
“วิธีเป็นเทพด้วยแรงศรัทธา? วิถีของเซียน?” จ้าวอู่เจียงมองด้วยดวงตาที่ลึกล้ำ เพราะว่าสองวิธีนี้เมื่อครั้งที่เขาเพิ่งมาถึงราชวงศ์เซียนต้าโจว ราชครูจางซวีคุนเคยกล่าวถึงกับเขา
แม้จะมีคนเคยพยายามทำเช่นนี้มาก่อน โดยการเรียกนามของเทพปีศาจ หวังจะเสริมพลังให้ร่างกาย แต่สิ่งที่เสริมก็ไม่ใช่พลังแห่ง ‘ศรัทธา’ ทว่ากลับเป็นพลังวิเศษของสวรรค์และพิภพที่อยู่รอบข้างในขณะนั้น
“ตามหลักการแล้ว วิหารเทพปีศาจควรทำได้” จางซวีไป๋ก็รู้สึกสงสัยและไม่เข้าใจ
“บางทีอาจเป็นเพราะวิหารในโลกมีมากจนกระจัดกระจายเกินไป?”
“แต่วิหารของพุทธและเต๋าที่กระจายอยู่ทั่วโลกก็มีมากและกระจัดกระจายเช่นกัน แต่ศาสนิกชนเหล่านี้ก็ยังคงสามารถยืมพลังอันลึกลับแห่ง ‘ศรัทธา’ เหล่านี้ได้”
“เหตุผลที่แท้จริงคืออะไรกันแน่? เรื่องนี้ช่างทำให้คนไม่เข้าใจจริง ๆ…”
จ้าวอู่เจียงมีแววตาลึกล้ำ เพราะเขานึกถึงเนื้อหาในจดหมายที่ซือคงตั้งใจส่งมาให้ก่อนหน้านี้
แต่คนที่เขียนจดหมายก็คือเขาในยุคโบราณกาล เพราะเนื้อหาในจดหมายเกี่ยวข้องกับรูปปั้นเทพปีศาจที่แพร่กระจายอยู่ทั่วโลก
เขามอบหมายให้จางซวีคุนไปจัดการ แต่ไม่รู้ว่าจางซวีคุนจัดการเรียบร้อยแล้วหรือไม่?
เพราะความจริงน่าจะซ่อนอยู่ในนั้น

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า