บทที่ 1415 เหตุใดถึงยังมีเรือที่เดินทางไกลหลายหมื่นลี้
“จางเซ่าไป๋…จ้าวอู่เจียงเล่า?”
“เขาไปแล้ว…”
เคร้ง!
จานที่เต็มไปด้วยผลไม้และขนมหล่นลงบนพื้น รวมถึงเศษกระเบื้องสีขาวกระจายเต็มพื้น พลันให้หัวใจของหญิงสาวแตกสลายอย่างฉับพลัน
นางจึงรีบเผชิญหน้ากับพายุหิมะเพื่อไล่ตามลงเขาไป
……
ท้องฟ้าในเดือนสิบสองหนาวเย็นกว่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับเดือนสิบเอ็ด แม้พายุหิมะจะเริ่มซาลง แต่ความเย็นยะเยือกสุดขั้วยังคงเคลื่อนเข้ามาใกล้โลกที่ขาวโพลนนี้อย่างรวดเร็ว
วันที่สองของเดือนสิบสองเหมาะแก่การบูชา การเดินทาง และการชำระ
จ้าวอู่เจียงเงยหน้ามองไปยังเมืองหลวงของราชวงศ์เซียนต้าโจวบนเส้นทางอันยาวไกล
เมืองหลวงที่ผ่านกาลเวลามายาวนานได้รับการบูรณะซ่อมแซมครั้งแล้วครั้งเล่าตลอดหลายปี พลันให้อิฐกำแพงเมืองล้วนมีร่องรอยของประวัติศาสตร์
เมื่อข้ามประตูเมืองและผ่านตรอกซอย จ้าวอู่เจียงรู้สึกถึงความเร่งรีบอยากกลับบ้าน และมีความรู้สึกขลาดกลัวอยู่เล็กน้อย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเขากลับมาที่จวนอิ้นอ๋อง ความขลาดกลัวก็ติดตามเหมือนเงาจนเขารู้สึกกลัวอยู่บ้าง
หลังจากที่เขาได้รู้จากสำนักโหราศาสตร์แห่งราชวงศ์ต้าเฉียนว่าจิ้งเอ๋อร์จะต้องตายในดินแดนโบราณ
เขามองผ่านกำแพงสีแดงหลายชั้น ก่อนจะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความสนุกสนานและมีชีวิตชีวาภายในห้อง
เขาได้ยินเสียงเสี่ยวเนี่ยนเซี่ยจับพู่กันจุ่มหมึก จากนั้นก็ได้ยินเสียงพู่กันขีดเขียนวาดระบายบนกระดาษ
เขาได้ยินเสียงชิงเอ๋อร์ฝึกดาบ เสียงปราณกระบี่ตัดผ่านอากาศ และเสียงสั่นสะเทือนของอากาศ
เขาได้ยินเสียงของพลังวิเศษที่หมุนเวียนระหว่างการฝึกบำเพ็ญ
เขาได้ยินเสียงคนพูดถึงตัวเขาที่ยังไม่กลับมาเสียที
เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง และคิดจะผลักประตูเข้าไป
เอี๊ยด…
ขณะนั้นเสียงประตูถูกเปิดออกจากด้านใน จิ้งเอ๋อร์ยืนอยู่ข้างในและจ้องมองเขาด้วยสายตาตำหนิ
“ข้ารู้สึกได้ว่าเจ้ากลับมาแล้ว เหตุใดถึงได้ยืนอยู่หน้าประตูและไม่ยอมเข้ามาเล่า เจ้ากำลังคิดสิ่งใดอยู่หรือ?”
จ้าวอู่เจียงจ้องมองใบหน้างดงามราวกับภาพวาดของจิ้งเอ๋อร์ ก่อนจะยกยิ้ม
“เป็นอะไรไปเล่า?” เซวียนหยวนจิ้งก้าวเข้ามาคว้ามือของจ้าวอู่เจียงไว้ ด้วยดวงตางามดุจสายน้ำในฤดูใบไม้ร่วงเต็มไปด้วยความห่วงใยและความกังวล
หรือว่าการเดินทางครั้งนี้ไม่ราบรื่น…แววตาจ้าวอู่เจียงถึงได้หนักอึ้งเช่นนี้?
ราชวงศ์ที่ล่มสลาย บัณฑิตหนุ่มที่เหลวไหล ปัญญาอันเฉียบแหลม จิตใจที่ไม่ยอมแพ้ สุดท้ายแผ่นดินแตกสลายและผู้คนรอบข้างล้มตาย
เรื่องราวของจ้าวอู่เจียงนี้…ซูเสี่ยวเหยาได้อ่านซ้ำแล้วซ้ำเล่า
นางเพิ่งเข้าใจว่า…บุรุษผู้นี้มีแต่ความเสียดายเต็มหัวใจ
ยิ่งนางอ่าน นางก็ยิ่งจมลึกจนถอนตัวไม่ขึ้น ราวกับว่านางได้ตกลงไปในโลกที่เต็มไปด้วยบาดแผล
ทั้งได้ยินเสียงขลุ่ยของผู้ล่วงลับและเห็นธงของกองทัพที่พ่ายแพ้ จนรู้สึกถึงความเจ็บปวดของจ้าวอู่เจียง
ทว่ายิ่งอ่าน…ก็ยิ่งรู้ชัดว่าจ้าวอู่เจียงที่นางหลงรัก ในใจของเขากลับไม่มีที่ว่างที่จะเป็นของนางเสียด้วยซ้ำ
แม้ว่านางพยายามอย่างหนักในการเข้าหาก่อน จนถึงขั้นถามไปแล้วสองครั้ง แต่..ก็ไม่ได้คำตอบที่ต้องการ
นางรู้ว่าถ้าถามอีกก็จะไม่สุภาพ…แต่ถ้าถามอีกนางก็จะสูญเสียตัวเอง
เพราะความรักคือการชอบซึ่งกันและกัน…แม้ว่านางจะชอบ แต่จ้าวอู่เจียงไม่ชอบ เช่นนั้นนางจะบังคับหรือขอร้องก็ย่อมไม่ได้ผล
นางเข้าใจแล้ว…
ทว่าความเข้าใจนั้นกลับทำให้นางเจ็บปวด
นางอดคิดไม่ได้เสมอว่าหากพวกเขาได้พบกันเร็วกว่านี้…ทุกอย่างจะเป็นไปในทางที่แตกต่างหรือไม่?

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า