เข้าสู่ระบบผ่าน

ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า นิยาย บท 1422

บทที่ 1422 ชิงเอ๋อร์นักบรรยายมืออาชีพ

ณ ห้องอาบน้ำใหญ่

ซ่า!

ขณะนั้นมีเสียงน้ำดังคลอเคล้ากับไอน้ำที่ลอยฟุ้งไปทั่ว บรรยากาศในแสงเงาของหมอกพร่ามัวเผยให้เห็นเงาร่างสองร่างที่ค่อย ๆ เคลื่อนเข้าหากันอย่างเงียบงัน คล้ายกำลังทำบางสิ่งบางอย่างที่ทำให้น้ำกระเพื่อมเบา ๆ ทว่าไม่อาจมองเห็นได้ชัดเจนในสายตา

“ไอน้ำพวกนี้…ทำตาข้าพร่าเลือนไปหมด ข้ามองไม่เห็นแล้ว”

บริเวณที่นอกประตู ชิงเอ๋อร์แนบตัวกับประตูและพยายามแคะรูเล็ก ๆ ตามผนังเพื่อมองเข้าไปข้างใน นางกะพริบตาโตแล้วรายงานสถานการณ์ให้พี่สาวทั้งสองฟัง

“สอดแนมต่อไป แล้วรายงานอีก!” ตู๋กูหมิงเยว่สั่งเสียงแข็ง

หลินหลางค่อย ๆ แผ่พลังปีศาจออกมา และปกปิดความเคลื่อนไหวของพี่น้องทั้งสาม เพื่อไม่ให้รบกวนคนทั้งสองที่กำลังเล่นน้ำอยู่ในห้องอาบน้ำใหญ่

หลินหลางเพิ่งกลับมาจากสุสานเซวียนหยวนเมื่อครึ่งชั่วยามก่อน

เพราะช่วงนี้หลินหลางแทบจะไปที่สุสานเซวียนหยวนทุกวัน เพื่อไปเรียนรู้กับผู้อาวุโสของตระกูลจิ้งจอกจากสุสานเซวียนหยวน และได้รับการบำรุงจากพลังปีศาจ พลันให้ร่างกายของนางก็ค่อย ๆ ดีขึ้น

แม้ว่าจะดีขึ้นอย่างช้า ๆ แต่ร่างกายตอนนี้ก็ไม่ได้บอบบางเหมือนก่อนหน้านี้แล้ว เพราะก่อนหน้านี้นางได้สละชีวิต ทำให้แก่นแท้ของวิญญาณเกือบเหือดแห้ง และร่างกายจึงอ่อนแอ

ทว่าทั้งสามพี่น้องตอนนี้ต่างรวมตัวกันอยู่นอกห้องอาบน้ำ และหวังจะแอบดูฉากรักที่มีชีวิตชีวา

“ดูเหมือนว่าพวกเขาจะจูบกันอีกแล้ว” สายสืบผู้ว่องไวอย่างชิงเอ๋อร์เบิกตากว้าง ดวงตากลมโตเปล่งประกายแวววาว แม้ม่านไอน้ำจากบ่อน้ำพุร้อนจะบดบังทัศนวิสัยไปกว่าครึ่ง แต่ภาพที่เห็นอย่างเลือนรางกลับกระตุ้นจินตนาการของนางให้ปะติดปะต่อเรื่องราวได้ครบถ้วนในใจ

จากนั้นนางจึงเริ่มรายงานสดให้พี่สาวทั้งสองฟัง

“ไอน้ำจางลงบ้างแล้ว…มองเห็นชัดขึ้นมากว่าพวกเขากำลังจูบกัน”

“ไม่ใช่แค่จูบแล้ว แต่เป็นการขบ…ขบเข้าไปแล้ว…”

“อ๊ะ! พี่เขยขบลงต่ำไปแล้ว พี่จิ้งแหงนคอขึ้น คงเป็นเพราะพี่เขยขบจนนางเจ็บ”

“ท่าไม่ดีแล้ว! พี่เขยย่อตัวลง ครึ่งหัวจมลงไปในน้ำแล้ว…”

“น้ำกระเพื่อม ทำไมน้ำถึงกระเพื่อมเล่า?”

“พี่เขยจมน้ำแล้ว”

“ทั้งสองคนต่อสู้กัน… กลิ้งลงไปในน้ำทั้งคู่…”

ตู๋กูหมิงเยว่และหลินหลางจินตนาการตามภาพนั้น ทว่าใบหน้างามกลับแดงระเรื่อเล็กน้อย จากนั้นชิงเอ๋อร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

“โผล่ขึ้นมาอีกแล้ว ตอนนี้พี่เขยกอดพี่จิ้งจากด้านหลังแล้ว”

“ไม่ดีแล้ว..พี่เขยเริ่มกระแทกพี่จิ้งแล้ว”

“พี่จิ้งดูเหมือนจะรับมือไม่ไหวแล้ว พี่เขยนี่เก่งจริง ๆ”

ชิงเอ๋อร์ร้องเสียงดังขึ้นทันที ใบหน้างดงามที่เดิมมีสีหน้าเต็มไปด้วยความลามก เปลี่ยนเป็นตื่นตระหนก

“พี่เขยดูเหมือนจะรู้ตัวแล้ว เขากำลังมองมาทางนี้ เขาจ้องข้าอยู่ รีบหนีเร็ว!”

……

“โฮ่ง ๆ”

มันวิ่งไม่ไหวแล้วและสมควรต้องพักเสียหน่อย

ริมฝั่งแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ในดินแดนเทียนเป่าแห่งดินแดนน้ำศักดิ์สิทธิ์ทางใต้ เสี่ยวไป๋ที่มีขนสีขาวแซมด้วยเส้นสีเทาและนอนราบอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ ก่อนจะแลบลิ้นอย่างเหนื่อยหอบ ทว่าดวงตาของมันกลับมองไปยังดอกบัวเต๋าขนาดมหึมาที่บดบังท้องฟ้าในระยะไกล

“โฮ่ง ๆ โฮ่ง ๆ โฮ่ง”

เสี่ยวไป๋กำลังอธิบายให้เงาร่างของม้าสีแดงอมน้ำตาลที่อยู่ข้างกายฟัง มันบอกกับวิญญาณที่เหลือเพียงเศษเสี้ยวนี้ว่าที่นี่คือสถานที่ที่มันเสี่ยวไป๋และเสี่ยวหงเคยล้มลง ซึ่งเรียกว่าริมฝั่งแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ ส่วนที่อยู่ไกลออกไปนั้นคือดินแดนลับเต๋อเหลียน

หากไม่ใช่เพราะหญิงเก็บดอกบัวจากดินแดนลับเต๋อเหลียนช่วยเอาไว้ พวกมันคงไม่มีโอกาสได้พบหน้ากันอีกแล้ว

ทว่าเจ้าม้ากลับไม่ตอบ…

ขณะนั้นร่างของเจ้าม้าดูหม่นหมอง ราวกับว่าอาจจะสลายไปกับสายลมได้ทุกเมื่อ มันรู้สึกว่าหมาป่าตัวนี้ช่างโง่เง่า แต่แปลกที่มันไม่รู้สึกรังเกียจหมาป่าตัวนี้เลย และยังเข้าใจเสียงหอนของมันด้วย

แม้ว่ามันจะรำคาญหมาป่าตัวนี้ที่ร้องหอนเสียงดังทั้งวัน แต่ถึงจะเสียงดังวุ่นวาย กลับทำให้มันรู้สึกอุ่นใจเป็นพิเศษ ราวกับว่าหมาป่าตัวนี้เคยเป็นญาติสนิทคนหนึ่งของมันในชาติก่อน

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า