เข้าสู่ระบบผ่าน

ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า นิยาย บท 1432

บทที่ 1432 ไม่มีผู้ใดสามารถช่วยทุกคนให้รอดได้

ความรู้สึกหวั่นไหวเมื่อใกล้ถึงบ้านเกิด

จ้าวอู่เจียงกับเซวียนหยวนจิ้งมาถึงดินแดนน้ำศักดิ์สิทธิ์ทางใต้แล้ว แต่ยังห่างจากดินแดนหลิงซีที่เป็นที่ตั้งของเมืองผีอยู่พอสมควร

เดิมทีทั้งสองคนควรจะรีบเร่งเดินทาง กลับชะลอฝีเท้าลง

จ้าวอู่เจียงรู้มานานแล้วว่าแคว้นต้าเซี่ยตั้งอยู่ในดินแดนลับแห่งหนึ่ง เขาได้คาดเดาตำแหน่งที่อาจจะเป็นที่ตั้งของดินแดนลับนี้ไว้แล้ว

บัดนี้เมื่อเขากับเซวียนหยวนจิ้งได้เดินทางมาทางนี้และกำลังเข้าใกล้เขตดินแดนลับ ทั้งสองคนต่างรู้สึกหวาดกลัวและตื่นเต้นไปพร้อม ๆ กัน

ภาพขุนเขาสลาย และประชาชนที่ตายในวันที่ฝนตกหนักยังคงชัดเจนในความทรงจำ

เซวียนหยวนจิ้งในฐานะจักรพรรดินีองค์สุดท้ายของราชวงค์ต้าเซี่ยยิ่ง ความรู้สึกสะเทือนใจมีมากมายเหลือคณานับจนไม่สามารถบรรยายออกมาได้

“ความพ่ายแพ้ของพวกเรา เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ไม่ใช่หรือ?”

หลังจากทั้งสองใช้แท่นส่งวิญญาณเดินทางมาถึงดินแดนหลิงซีในดินแดนน้ำศักดิ์สิทธิ์ทางใต้ เมื่อมองเห็นเมืองผีอยู่ไกล ๆ เซวียนหยวนจิ้งหยุดฝีเท้า ดวงตาเต็มไปด้วยความกังวล คิ้วขมวดด้วยความโศกเศร้า ชวนให้สงสาร นางถามคำถามนี้กับจ้าวอู่เจียง

“อาจเป็นเช่นนั้น” จ้าวอู่เจียงพลางลูบไหล่เซวียนหยวนจิ้งเพื่อปลอบประโลม

“มีผู้เข้ามาเกี่ยวข้องมากมาย สถานการณ์วุ่นวายเกินไป เรื่องนี้ไม่ใช่สิ่งที่ข้าและเจ้าในตอนนั้นจะสามารถช่วยทุกสิ่งที่กำลังจะพังทลายลงได้”

“ข้าควรจะอยู่ต่อ ข้าควรตายพร้อมกับประชาชนของข้า ข้าควรจะต่อสู้จนถึงที่สุดกับเจ้า” เซวียนหยวนจิ้งดวงตาสั่นไหว ดวงตากลมโตเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตา

“เป็นข้าที่ดื้อรั้น เป็นข้าที่เห็นแก่ตัว…” จ้าวอู่เจียงโอบเซวียนหยวนจิ้งเข้าสู่อ้อมอก

“ข้าช่วยทุกคนไม่ได้ ข้าทำได้เพียงพยายามอย่างสุดความสามารถ ช่วยเจ้าให้รอดเสียก่อน แล้วค่อยพยายามหาทางช่วยพวกเขา”

เซวียนหยวนจิ้งซบอยู่ในอ้อมอกของจ้าวอู่เจียง ดวงตาของนางเปียกชื้นด้วยน้ำตาอุ่น ๆ

“ไม่มีผู้ใดสามารถช่วยทุกคนให้รอดได้…”

จ้าวอู่เจียงชะงักไปทันที

“ไม่มีผู้ใดสามารถช่วยทุกคนให้รอดได้!”

“ไม่มีผู้ใดสามารถช่วยทุกคนให้รอดได้!”

‘ไม่มีผู้ใดสามารถช่วยทุกคนให้รอดได้!’ ประโยคนี้ก้องกังวานในห้วงคิดของจ้าวอู่เจียง

พลันใดนั้นมือที่มองไม่เห็นที่กำลังคอยบีบหัวใจเขาอยู่ก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง บีบจนเขารู้สึกเจ็บปวด ชายหนุ่มหายใจอย่างถี่รัว

ในขณะเดียวกัน วิชาของเขาที่หยุดอยู่ขั้นสูงสุดก็พุ่งทะยานขึ้นอย่างบ้าคลั่ง เสมือนกับคลื่นยักษ์ที่ซัดขึ้นจากผิวทะเลอันสงบ ทว่ามันไม่ได้ซัดเข้าหาฝั่ง กลับพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า

แต่ในที่สุดคลื่นยักษ์ก็ตกกลับลงสู่ทะเล เหมือนสายฝนที่โปรยลงมาอย่างหนักหน่วง ชโลมจิตวิญญาณของจ้าวอู่เจียงให้เปียกชุ่ม

วิชาของเขาที่พุ่งทะยานอย่างบ้าคลั่ง เมื่อจิตใจของเขาสงบลง ก็ถอยกลับไปดังเดิม

“พวกเจ้าทั้งสองทายาทรุ่นหลัง คนหนึ่งเชื่อมโยงอดีตและปัจจุบัน เขียนเรื่องราวต่อเนื่องของสรรพชีวิต อีกคนหนึ่งอายุยังน้อยแต่กระทำการโดยไร้ความเกรงกลัว”

“จ้าวอู่เจียงเอ๋ยจ้าวอู่เจียง หากเจ้าเข้าใจอย่างแท้จริง และชนะจริง ๆ…”

“เช่นนั้นข้าจะมอบตั๋วเรืออีกหนึ่งใบให้เจ้า และในวันข้างหน้าเมื่อชีวิตเจ้าแขวนอยู่บนเส้นด้าย ข้าจะออกมือช่วยชีวิตเจ้าด้วยตนเอง!”

เบื้องหลังของจางค่อย ๆ ปรากฏกระแสน้ำวนที่ใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ เพียงชั่วพริบตาก็กลายเป็นหลุมดำที่มืดมิดยิ่งนัก

คำสัญญาของจางเป็นเหตุให้จักรวาลสั่นสะท้าน ก่อเกิดเป็นหลุมดำขึ้นมา ราวกับต้องการกลืนกินและทำลายจาง

หลุมดำกำลังกลืนกินทุกสิ่ง รวมถึงแสงสว่างโดยรอบถูกกลืนกินจนหมดสิ้น ทุกอย่างกำลังบิดเบี้ยวไปอย่างไร้ที่สิ้นสุด

จางยืนอยู่เบื้องหน้าหลุมดำ ที่เล็กราวกับเม็ดทรายในทางช้างเผือก เขาแค่นเสียงเย็นชา

“นี่คือคำสัญญาที่ข้ามอบให้แก่จ้าวอู่เจียง”

“ผู้ที่ได้รับคำสัญญาจากข้า จักรวาลไม่อาจผูกมัดรูปลักษณ์ของเขา กาลเวลาไม่อาจทำลายจิตวิญญาณของเขา!”

จางยื่นมือคว้าไปยังห้วงเหวอันมืดมิดไร้ขอบเขตและแสงสว่าง ราวกับแสงดาวที่วูบไหวเพียงชั่วขณะในท้องฟ้ายามค่ำคืนฤดูหนาว

มันกะพริบวูบหนึ่งก่อนจะหายไป

ห้วงเหวอันมืดมิดค่อย ๆ ยุบตัวลงอย่างต่อเนื่องในมือของเทพผู้สร้างโลก โดยที่มันไม่สามารถกลืนกินเขาได้แม้แต่น้อย

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า