เข้าสู่ระบบผ่าน

ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า นิยาย บท 1440

บทที่ 1440 พบหน้าศัตรู

“เยว่ปู้ฝานขอคารวะท่านเทพปีศาจ”

เยว่ปู้ฝานสวมชุดขุนนางสีเทาน้ำเงินอมเทา ที่ปลายแขนเสื้อมีควันสีดำค่อย ๆ ม้วนตัวออกมา เขาถือหน้ากากไว้ในมือ โค้งคำนับไปทางจ้าวอู่เจียงและอีกสองคนจากระยะไกล

หากไม่ใช่เพราะเขาถอดหน้ากากออก และเผยให้เห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นขรุขระราวกับถูกแมลงกัดกิน อันดูน่าสะพรึงกลัว การแสดงออกของเขาในตอนนี้คงดูเหมือนบุรุษผู้สูงส่งดั่งหยก มีมารยาทงดงาม และสุภาพอ่อนโยน

รอยแผลเป็นขรุขระนั้นทอดยาวจากแก้มทั้งสองข้างลงไปถึงลำคอ คาดว่าคงมีอยู่ทั่วร่างกาย

สีหน้าของจ้าวอู่เจียงและอีกสองคนพลันเปลี่ยนเป็นหม่นหมองในทันที

จ้าวอู่เจียงไม่ได้แสดงความโกรธออกมา แต่ใบหน้าของเขากลับเย็นชาขึ้น เขายืนอยู่บนเรือไม้ มองไปยังเยว่ปู้ฝานที่อยู่ไกลออกไปเพียงระยะของดอกบัวหนึ่งดอก

เขามองทะลุพลังฝึกฝนของเยว่ปู้ฝานในปัจจุบันได้ในพริบตา

ระดับเก้าภัยพิบัติขั้นสูงสุด

เขาไม่รู้สึกประหลาดใจกับเรื่องนี้ เพราะเขารู้ว่าเยว่ปู้ฝานจะต้องพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อเพิ่มพูนพลัง และผู้สูงสุดที่อยู่เบื้องหลังเยว่ปู้ฝานก็จะช่วยเหลือเขาด้วย

เพียงแต่เขาเคยคิดไว้ว่าเยว่ปู้ฝานจะไม่ปรากฏตัวต่อหน้าเขาอย่างง่ายดาย เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกเขาแย่งชิงกระดูกจอมจักรพรรดิคืน

คิดไม่ถึงเลยว่าเยว่ปู้ฝานกลับปรากฏตัวต่อหน้าเขาอีกครั้ง ดูจากท่าทางและน้ำเสียง ดูเหมือนว่าเยว่ปู้ฝานจะมาหาเขาคนเดียว

เซวียนหยวนจิ้งมีสีหน้าเย็นชาดั่งน้ำแข็ง เยว่ปู้ฝานคือหนึ่งในตัวการสำคัญที่ทำให้ราชวงค์ต้าเซี่ยล่มสลาย

“พูดถึงเรื่องนี้ ข้าต้องขอบคุณท่านเทพปีศาจด้วย” เยว่ปู้ฝานไม่ได้พุ่งเข้าปะทะจ้าวอู่เจียงในทันที อาจารย์ของเขาอยู่ข้างนอกคอยสกัดผู้สูงสุดที่จะเข้ามาสังหารเขาในตอนนี้ เขาย่อมต้องเลือกวิธีการที่มั่นคงที่สุดเพื่อเอาชนะจ้าวอู่เจียงให้ได้

ณ ที่นี้มีผู้ทรงอำนาจสามารถเข้ามาแทรกแซงได้ แต่เมื่อเข้าไปในดินแดนลับที่ราชวงค์ต้าเซี่ยตั้งอยู่ ผู้ทรงอำนาจที่ต้องการจะแทรกแซงก็จะทำได้ยากแล้ว เมื่อถึงเวลานั้น ก็จะเป็นช่วงเวลาที่เขาซ่อมแซมจิตแห่งเต๋าของตน

เขายิ้มพลางกล่าวว่า

“ขอบคุณท่านเทพปีศาจมาก รูปลักษณ์ของข้าถึงได้กลายเป็นเช่นนี้ในปัจจุบัน และมีวรยุทธ์อย่างทุกวันนี้”

“อีกเพียงครู่ ข้าจะขอบคุณท่านให้ดีกว่านี้สักหน่อย”

จ้าวอู่เจียงลอบมองเยว่ปู้ฝาน ก่อนจะค่อย ๆ ยกคิ้วขึ้นเล็กน้อยและคลายหัวคิ้วออก จากนั้นก็เบนสายตากลับ ทำเหมือนไม่สนใจอะไรเลย

เยว่ปู้ฝานเคยเป็นศัตรูคู่อาฆาตของเขา แต่นั่นเป็นเพียงอดีต เพราะในปัจจุบันเยว่ปู้ฝานยังไม่มีคุณสมบัติพอที่จะเป็นศัตรูคู่อาฆาตของเขา

ดังนั้นจึงทำเรื่องสุดโต่งเพื่อใช้วิธีอื่นเพิ่มพลังวิชา พร้อมกับตามหาเขาเพื่อหวังจะเอาชนะในตอนที่เขายังมีวรยุทธ์ไม่สูง

น่าเสียดายยิ่งนักที่จ้าวอู๋เจียงผู้นี้คือเทพปีศาจ ซึ่งมีความสามารถเหนือธรรมชาติ เขากลายเป็นผู้มีพลังเก้าภัยพิบัติขั้นสูงสุดมานานแล้ว

แม้อยู่ในระดับเดียวกันก็ยังมีความแตกต่าง ยิ่งไปกว่านั้นเขายังมีเกราะเทพปีศาจหนึ่งตัว และกระจกทองสัมฤทธิ์ ซึ่งเป็นอาวุธศักดิ์สิทธิ์ของตระกูลเซวียนหยวนอีกด้วย

“ฮึ!” เยว่ปู้ฝานเห็นจ้าวอู่เจียงไม่พูดจา ทั้งยังเมินเขาอีก จึงแค่นเสียงไม่พอใจ ดวงตาฉายแววโหดเหี้ยม แม้แต่ลมหายใจก็เร่งรีบขึ้น

จ้าวอู่เจียงเป็นเทพปีศาจแล้วอย่างไร ช่างทำตัวเสแสร้งเกินไป!

ตอนนี้จ้าวอู่เจียงมีวรยุทธ์ธรรมดา และยิ่งไม่ใช่เทพปีศาจที่แข็งแกร่งไร้เทียมทานในอดีตแล้วจะเสแสร้งแสดงอะไรกัน?

แม้ไม่ตายไม่ดับในเรื่องเหตุและผล แต่ก็ต้องแพ้ได้สินะ?

ในอดีตเขาทำให้จ้าวอู่เจียงพ่ายแพ้ได้ วันนี้ก็ย่อมทำได้!

เยว่ปู้ฝานค่อย ๆ สวมหน้ากาก ก่อนจะใช้ปลายเท้าย่างเหยียบพุ่งทะยานไปยังเรือของจ้าวอู่เจียง

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า