เข้าสู่ระบบผ่าน

ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า นิยาย บท 1442

บทที่ 1442 ปรองดอง

เจียงหน่ายจ้าวคิดมาถึงตรงนี้ จึงส่งสายตาอ่อนโยนไปยังหลี่ฉานซี พร้อมยืดอกขึ้น

เขาตัดสินใจที่จะไปพูดโน้มน้าวเยว่ปู้ฝานและบุคคลทั้งสามในเรือไม้ด้วยตัวเอง เพื่อเผยแพร่แนวคิดเรื่องความสามัคคีทั่วหล้า พร้อมกับบอกศิษย์น้องฉานซีว่า เขาเป็นบุรุษที่ทำตามที่พูดและลงมือทำอย่างรวดเร็ว

ทันใดนั้นเขาก็เหยียบปลายเท้าลงบนฝั่งน้ำ แล้วกระโดดไปยังดอกบัวสามสิบสองดอกบนแม่น้ำลืมเลือนทันที

ร่างของเขาหดเล็กลงอย่างเห็นได้ชัด มีเสียงลมพัดดังหวือ ๆ ข้างหู เขาเหยียบลงบนผิวน้ำแม่น้ำลืมเลือน ก่อนจะไปหยุดยืนอยู่บนผิวน้ำตรงตำแหน่งกลางระหว่างเยว่ปู้ฝานกับเรือไม้

คุณชายตระกูลเจียงประสานมือไว้ด้านหลัง ก่อนจะพยักหน้าทักทายทั้งเยว่ปู้ฝานและพวกจ้าวอู่เจียงทั้งสามคนทั้งซ้ายและขวา เพื่อแสดงความเป็นมิตร

ท่วงท่าที่สง่างามของเขาไม่ทันไรก็เซถลาไปข้างหน้า เท้าข้างหนึ่งจมลงในห้วงมหาสมุทรแห่งแม่น้ำลืมเลือน

แม่น้ำลืมเลือนเป็นแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ของดินแดนน้ำศักดิ์สิทธิ์ทางใต้ จะมีคนธรรมดาคนไหนข้ามไปได้?

เหมือนกับทะเลเหนือของดินแดนหลิงซี ที่เป็นเพียงสาขาหนึ่งของแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ แต่ก็เป็นพื้นที่ที่แม้แต่ผู้ที่อยู่ต่ำกว่าขั้นจักรพรรดิก็ยากจะข้ามไปได้ ต้องอาศัยสัตว์อสูรบางชนิดในทะเลเหนืออย่างแมงกะพรุนทะเลเพื่อข้ามฝั่งทะเล

ร่างของเจียงหน่ายจ้าวโอนเอนไปมา เขาตอบสนองอย่างรวดเร็ว ปากพึมพำคำสองคำที่ฟังไม่ชัด ใต้เท้าของเขาก็ปรากฏวงแสงสีเหลืองนวล ทำให้เขาลอยอยู่บนผิวน้ำได้อีกครั้ง ก่อนจะยืนได้อย่างมั่นคงในเวลาต่อมา

เขาหัวเราะกลบเกลื่อนความอับอาย

“เมืองผีช่างเป็นสถานที่ที่น่าสนใจ ข้าได้ลองทดสอบแม่น้ำลืมเลือนนี้ดูแล้ว มหัศจรรย์สมกับที่เล่าลือกันจริง ๆ ฮ่า ๆ”

“เจียงหน่ายจ้าว เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเจ้า อย่าได้ทำให้ตัวเองเดือดร้อนเลย!” เยว่ปู้ฝานเหลือบมองเจียงหน่ายจ้าวด้วยสายตาดุดัน

ตระกูลเจียง ตระกูลหวังและตระกูลเยว่มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน แม้เขาจะไม่อยากเผชิญหน้ากันตรง ๆ แต่ก็ไม่อยากเสียโอกาสที่ดีในการฟื้นฟูจิตแห่งเต๋าของตนเองเพราะเจียงหน่ายจ้าว

“มิได้ ๆ” เจียงหน่ายจ้าวรู้สึกถึงโกรธเล็กน้อยจากเยว่ปู้ฟาน เขาก้าวเท้าเดินไปทางจ้าวอู่เจียงและอีกสองคน พลางส่ายหน้าไปมาขณะเดิน

“ข้าโชคดีได้อ่านบทกวีจากหนังสือรวมกวีสามัญบทหนึ่งว่า เรื่องครอบครัว เรื่องบ้านเมือง เรื่องใต้หล้า ล้วนเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจ”

“เรื่องนี้ช่างเหมาะกับข้ายิ่งนัก เพื่อความสงบสุขของใต้หล้า ข้าควรเริ่มจากตัวข้าเอง”

“เช่นนั้นแล้วข้าจะขัดขวางความขัดแย้งทั้งปวงไม่ให้เกิดขึ้น ตัวข้าปรารถนาจะสร้างดินแดนแห่งความสงบสุขให้แก่ใต้หล้า”

จ้าวอู่เจียงมองชายหนุ่มที่ชื่อเจียงหน่ายจ้าวผู้นี้อย่างเรียบเฉย

“แค้นเลือดลึกล้ำ”

“โอ้…” เจียงหน่ายจ้าวชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันหลังเดินจากไป

“ข้าคือเจียงหน่ายจ้าวแห่งตระกูลเจียง ‘เจียง’ ของเจียงหน่ายจ้าว ‘หน่าย’ ของเจียงหน่ายจ้าว และ ‘จ้าว’ ของแสงตะวันจันทราส่องสว่าง!”

เขารู้สึกว่าชื่อจ้าวอู่เจียงนี้ช่างคุ้นหูยิ่งนัก ราวกับเคยได้ยินมามากกว่าหนึ่งครั้ง

แต่เขามีเพื่อนมากมาย เพื่อนที่พบเจอโดยบังเอิญก็มีอยู่ทั่วใต้หล้า มีเรื่องราวและผู้คนให้จดจำมากเกินไปในชั่วขณะนั้นเขาจึงนึกไม่ออกว่าจ้าวอู่เจียงเป็นบุคคลประเภทใด

เมื่อเขาเดินเข้าใกล้เรือไม้ เขาไม่ได้ขึ้นเรือในทันที แต่ประนมมือกล่าวว่า

“พี่อู่เจียงจะอนุญาตให้ข้าขึ้นเรือได้หรือไม่?”

“เจ้าก็จะไปด้วยหรือ?” จ้าวอู่เจียงย้อนถาม

ไปที่ไหนกัน? เจียงหน่ายจ้าวสงสัย แต่เมื่อขึ้นฝั่งไม่ได้ เขาก็ได้แต่ฝืนใจเดินทางตามไปด้วย ยิ่งไปกว่านั้น เขาเห็นจากหางตาว่าน้องหญิงฉานซีก็กระโดดตามลงมาด้วยเช่นกัน หากมีน้องหญิงฉานซีร่วมเดินทาง ต่อให้ต้องก้าวเข้าสู่ห้วงเหวลึก เขาก็ยินดี

เขายิ้มขื่นพลางกล่าวว่า

“อ่านหนังสือหมื่นม้วน เดินทางหมื่นลี้ แม้ไม่รู้ว่าเส้นทางข้างหน้าจะเป็นเช่นไร แต่การได้พบและร่วมทางกับท่าน คงเป็นโชคดีที่ลิขิตไว้แล้ว”

“หากท่านไม่รังเกียจ ข้าก็จะเดินทางไปกับท่านด้วย”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า