เข้าสู่ระบบผ่าน

ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า นิยาย บท 1457

บทที่ 1457เจียงหน่ายจ้าวหนีเอาชีวิตรอด

ในโลกแห่งดินแดนลับ ฝนตกหนักขึ้นเรื่อย ๆ ทะเลเมฆดำบนท้องฟ้าปั่นป่วนไม่หยุด ฟ้าแลบฟ้าร้องดังสนั่นกึกก้อง

เจียงหน่ายจ้าวกำลังหนีเอาชีวิตรอดท่ามกลางสายฝนที่ตกกระหน่ำ เขาพยายามกลั้นลมหายใจและรวบรวมสมาธิเพื่อลดการแผ่พลังงานของตนเอง

ก่อนหน้านี้ ผู้ใช้พลังจอมจักรพรรดิที่อยู่เบื้องหลังเยว่ปู้ฝานได้ลงมือโจมตีอย่างรุนแรง

เขาก็ได้ออกมือตีไม้พลองใส่จ้าวอู่เจียงหนึ่งที เพื่อให้จ้าวอู่เจียงปล่อยเยว่ปู้ฝานไป เพื่อรักษาชีวิตเยว่ปู้ฝานเอาไว้

แต่สิ่งที่เขาไม่คาดคิดคือ พลังของจ้าวอู่เจียงแข็งแกร่งเกินความคาดหมายของเขาอย่างสิ้นเชิง

การต่อกรของจ้าวอู่เจียงกับผู้ใช้พลังจอมจักรพรรดิที่อยู่เบื้องหลังเยว่ปู้ฝานนั้นไม่เป็นรองเลยแม้แต่น้อย

อีกทั้งยังสามารถซัดเขากระเด็นออกไปได้

หลังจากถูกซัดกระเด็นออกมา เขาก็ไม่กล้ากลับไปอีกเลย นั่นเป็นเพราะก่อนหน้านี้ไม้พลองของเขาได้ฟาดลงบนข้อมือของจ้าวอู่เจียงอย่างจัง

แม้จะไม่ได้ก่อให้เกิดความเสียหายใด ๆ แต่นั่นก็อาจทำให้จ้าวอู่เจียงเริ่มขุ่นเคืองเขาแล้ว

เขาจึงได้แต่หนีออกมาท่ามกลางสายฝน และอยู่ให้ห่างจากตำหนักใหญ่นั้น

เขาคาดการณ์ว่าในเวลาอันสั้นนี้ คงเป็นไปได้ยากที่จะออกจากดินแดนลับแห่งนี้ได้ ดังนั้นเขาจึงต้องหาที่ซ่อนตัวไปก่อน

บางทีอาจเป็นเพราะจ้าวอู่เจียงกับผู้ใช้พลังจอมจักรพรรดิที่อยู่เบื้องหลังเยว่ปู้ฝานกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือด

จึงไม่มีเวลามาสนใจตามหาเขา ดังนั้นในตอนนี้เขาจึงยังคงปลอดภัยอยู่

หรืออาจเป็นไปได้ว่าการต่อสู้จบลงแล้ว และจ้าวอู่เจียงกำลังตามหาเขาอยู่ก็เป็นได้ แต่ถ้าหากเป็นเช่นนั้นขึ้นมาจริง ๆ

เจียงหน่ายจ้าวก็ได้แต่ภาวนาให้จ้าวอู่เจียงเห็นแก่ความสัมพันธ์ของเขากับศิษย์น้องฉานซีที่เป็นศิษย์ร่วมสำนักปู่เทียน

แล้วปล่อยเขาไปสักครั้ง

และเมื่อเวลาผ่านไปได้สักพักใหญ่ เขาได้เดินทางไปทั่วพื้นที่นี้อย่างกระวนกระวาย ยิ่งวิ่งวุ่นมากขึ้นเท่าไหร่

จิตใจก็ยิ่งกระวนกระวายมากขึ้นเท่านั้น

เนื่องจากที่กำลังหนีและหลบซ่อนตัว เขาไม่ได้ใช้พลังวิเศษ เพื่อป้องกันการเปิดเผยตำแหน่งของตน

สายฝนที่ตกกระหน่ำลงมานั้นทำให้เสื้อผ้าของเขาเปียกชุ่ม น้ำฝนไหลจากผมที่เปียกโชกลู่ลงมาตามแก้มไม่หยุด เขาเช็ดหน้าอย่างแรง

ก่อนจะเสยผมไปด้านหลังอย่างหงุดหงิด

ในตอนนี้เขากำลังคิดฟุ้งซ่านไม่หยุด ด้วยอารมณ์สับสนวุ่นวาย เขาเอาแต่คิดว่าถ้ารู้แต่แรกว่าสถานการณ์จะเป็นเช่นนี้

เขาคงจะพกร่มออกจากเรือนด้วย

นอกจากนี้เขายังคิดไปอีกว่า ที่ท่านหัวหน้าตระกูลพูดนั้นไม่ผิดเลย ในเรื่องคนเหนือคน ฟ้าเหนือฟ้า โลกนี้ยังมียอดอัจฉริยะอยู่อีกมากมาย

นี่อย่างไรเล่า… เขาเพิ่งพบอัจฉริยะที่ชื่อจ้าวอู่เจียง ที่ปรากฏตัวขึ้นในเมืองผี คนผู้นั้นเป็นผู้มีพลังน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก

แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้น เขาก็ไม่มีเวลาให้คิดมาก จึงรีบหาเรือนที่ยังค่อนข้างสมบูรณ์

ก่อนจะตรงไปที่เรือนหลังหนึ่ง ประตูหน้าเรือนหลุดออกมาจนในตอนนี้มันพิงเอียง ๆ อยู่กับกำแพงดิน เขาจึงต้องเอียงตัวเดินผ่านเข้าไป

เมื่อยืนอยู่ที่ประตู เขามองดูน้ำสีแดงที่ไหลมาอยู่แทบเท้า ในใจพลันเกิดความหวาดระแวงขึ้นจนคิ้วหนาขมวดแน่น

ก่อนจะจำใจเดินเข้าไปในเรือน

ภายในเรือนหลังคาได้พังทลายไปเกือบครึ่งแล้ว หยดฝนเป็นสายตกกระทบลงบนกองดินที่เกิดทำจากเศษกระเบื้องและหญ้าคาที่กองอยู่ตรงหน้าเขา

น้ำโคลนไหลนองไปทั่ว

ทันใดนั้นเขาก็พบว่าน้ำสีแดงที่เขาเห็นก่อนหน้านี้ คือเลือดสีแดงสดที่ไหลออกมาจากกองดินที่กองอยู่เป็นระยะ ๆ

ก่อนจะผสมกับน้ำโคลนจนถูกน้ำฝนเจือจางจนเกิดเป็นสีที่เห็นอยู่

เขาค่อย ๆ ย่อตัวลง ก่อนจะสังเกตเห็นรอยแตกบางอย่างบนพื้น ทันใดนั้นเขาเข้าใจได้ในทันที ที่แท้เหตุที่บ้านเรือนพังทลายมากมาย

เพราะได้รับผลกระทบจากการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงของพื้นดิน

ในมือของเขาก็พลันเปล่งประกายสีขาวสว่าง เขาแสดงวิชาบำเพ็ญเล็กน้อย

ก่อนจะค่อย ๆ ขุดดินโคลนสีเหลือง จนขาโต๊ะไม้ปรากฏให้เห็น

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า