เข้าสู่ระบบผ่าน

ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า นิยาย บท 1459

บทที่ 1459 คุณชายเจียงช่างประจบประแจง

เจียงหน่ายจ้าวเงยหน้ามองร่างสูงสง่าของจ้าวอู่เจียงพลางกล่าวอย่างอ่อนอกอ่อนใจ

“ข้าเป็นสมาชิกตระกูลเจียง

การเดินทางครั้งนี้ข้าได้รับคำสั่งจากท่านผู้อาวุโสสำนักเติมฟ้าให้มาคุ้มครองศิษย์น้องฉานซีในขณะเดียวกันก็ได้รับภาระจากหัวหน้าตระกูลมอบหมายให้ข้าช่วยเหลือเยว่ปู้ฝานในยามคับขัน”

“ดังนั้น…”

“เฮ้อ…”

“ข้าจึงจำเป็นที่จะต้องทั้งปกป้องศิษย์น้องฉานซีและคอยสังเกตการณ์เยว่ปู้ฝานไปพร้อมกัน”

“ในคราแรกข้าไม่ได้ใส่ใจกับภาระจากหัวหน้าตระกูลเท่าไรนัก เพราะเยว่ปู้ฝานดูเหมือน… จะแข็งแกร่งมาก…”

“แต่ไหนเลยข้าจะคิดว่า พี่อู่เจียงจะเก่งกาจ มิมีผู้ใดเทียบท่านไป

เป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อนักที่ได้เห็นท่านจับตัวเยว่ปู้ฝานได้โดยที่เจ้านั่นไม่มีโอกาสได้ตอบโต้ท่านเลยสักนิด

ท่านทำให้น้องชายอย่างข้าต้องยกนิ้วให้ด้วยความเคารพ”

“แต่เมื่อนึกถึงภารกิจที่หัวหน้าตระกูลมอบหมาย ข้าหรือก็ลำบากใจยิ่งนัก”

“ท่านก็รู้ ตั้งแต่โบราณมา ความจงรักภักดีและความถูกต้องนั้นยากที่จะทำให้สมบูรณ์ทั้งคู่ หากวันข้างหน้ามีหนทางให้เลือก

น้องชายอย่างข้าจะไม่มีวันลงมือกับพี่อู่เจียงอย่างเด็ดขาด”

“แม้พวกเราเพิ่งมีวาสนาได้พบกัน แต่น้องชายอย่างข้า เจียงหน่ายเจ้า รู้สึกถูกชะตากับท่านตั้งแต่แรกพบ พอพบครั้งที่สองก็ยิ่งชื่นชมยินดี

ดังนั้นในช่วงเวลาคับขัน ข้าจึงตัดสินใจทำในสิ่งที่ขัดต่อบรรพบุรุษ แต่ก็ไม่ได้ขัดเสียทีเดียว จึงต้องแสร้งลงมือโจมตีท่าน”

“นั่นเพราะข้าเห็นมาแต่แรกแล้วว่าท่านมีวรยุทธ์เป็นเลิศ บารมีเป็นที่ประจักษ์ ต้องเป็นมังกรในหมู่มวลมนุษย์แน่นอน

การโจมตีเพียงน้อยนิดของน้องชายอย่างข้า จะทำอันตรายท่านได้อย่างไร”

“ใช่หรือไม่…”

หากมีศิษย์จากสำนักเติมฟ้าหรือทายาทตระกูลเจียงมาเห็นสภาพประจบประแจงอันน่าสมเพชเวทนาของเจียงหน่ายจ้าวในตอนนี้

คงจะต้องรู้สึกขยะแขยงอย่างยิ่ง

แม้ว่าในสำนักเติมฟ้าเจียงหน่ายจ้าวจะถูกวิพากษ์วิจารณ์มาโดยตลอดว่ามีพฤติกรรมประหลาดและชอบตีสองหน้า

แต่ส่วนใหญ่แล้วเขามักจะวางท่าเป็นคนหยิ่งยโส และมักจะมีพูดติดปากว่า ‘ข้ายินดีตายเพื่อความสงบสุขของใต้หล้า’

ใครเล่าจะคาดคิดว่า แท้จริงแล้วเจียงหน่ายจ้าวเป็นคนประจบสอพลอและรักตัวกลัวตายเช่นนี้

จ้าวอู่เจียงไม่หวั่นไหวต่อการเยินยอหรือการดูหมิ่นของคุณชายตระกูลเจ้า สีหน้าของเขายังคงเรียบเฉย ก่อนจะกล่าวเสียงเรียบว่า

“เยว่ปู้ฝานก็คือตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดสภาพการณ์ที่เจ้าเพิ่งได้สัมผัสมานั่นเอง”

สีหน้าของเจียงหน่ายจ้าวหม่นลงทันที แม้ว่าเมื่อไม่นานมานี้เขาจะได้ยินข่าวลือมากมายเกี่ยวกับเยว่ปู้ฝาน

แต่เขาเชื่อเสมอว่าคำพูดในโลกนี้ช่างวุ่นวายและสับสน ผู้คนมักเสริมเพื่อแต่งใส่ร้ายป้ายสี

แต่เป็นตัวเขาเองเสียที่อยากให้เยว่ปู้ฝานนอนตายอยู่ตรงนั้น

แต่ไม่ทันไร เจียงหน่ายจ้าวกลับเปลี่ยนสีหน้าพลิกประเด็นอย่างรวดเร็ว

“เขามีผู้ใช้พลังจอมจักรพรรดิคอยช่วยเหลืออยู่ เช่นนั้นแล้วคงยากที่จะรั้งตัวเขาไว้ได้”

“แต่พลังของพี่อู่เจียงมิมีผู้ใดเทียบ แม้แต่ผู้ใช้พลังจอมจักรพรรดิก็ไม่อาจเอาดีอะไรจากเทียบเคียงท่านได้

ทุกครั้งที่คิดถึงพลังของท่าน มันยังคงทำให้น้องอย่างข้าสั่นสะท้านไปทั่งร่าง”

“ในเมื่อเยว่ปู้ฝานหนีไปแล้ว ข้า เจียงหน่ายจ้าว น้องชายคนนี้ขอรับใช้พี่อู่เจียงอย่างใกล้ชิด และข้าจะออกจากดินแดนลับนี้โดยพลัน

เพื่อไปไล่ล่าสังหารเยว่ปู้ฝาน เอาหัวของมันมาให้กับท่าน”

“ขอพี่อู่เจียงโปรดอนุญาต ให้ข้าได้ทำอะไรเพื่อท่านบ้าง เพื่อชดเชยความผิดครั้งก่อนของข้า”

“ได้สิ” จ้าวอู่เจียงยิ้มบาง ๆ เขาไม่สนใจว่าเจียงหน่ายจ้าวผู้นี้จะอยู่หรือจะไป และยังไม่คิดจะลงมือกับเจ้านี่ในตอนนี้

อย่างไรเสียเจียงหน่ายจ้าวก็มาตามคำสั่งของสำนักเติมฟ้าเพื่อปกป้องหลี่ฉานซี

พวกเขาไม่ควรอยู่ที่ดินแดนลับนานเกินไปนัก จ้าวอู่เจียงคงมองทะลุความคิดที่เขาอยากจะหนีไปแล้วกระมัง ถึงได้ตอบตกลงอย่างรวดเร็วเช่นนี้

หรือว่าจะมีกลอุบายอย่างอื่น?

เจียงหน่ายจ้าวกลอกตาอย่างหวาดระแวง

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า