เข้าสู่ระบบผ่าน

ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า นิยาย บท 1466

บทที่ 1466 สรรพสิ่งล้วนรักษาได้ สรรพสิ่งล้วนเป็นยา

ดวงตากลมโตของเด็กชายตัวน้อยกลอกไปมา เขาไม่ตอบคำถามของท่านอาจารย์ แต่กลับหมุนตัววิ่งไปยังห้องยาที่กองสมุนไพรไว้อย่างรวดเร็ว

“หวังฟู่กุ้ย!” ชายชราวางพู่กันลง ก่อนจะไล่ตามเจ้าเด็กน้อยไป

เมื่อชายชราไล่ตามมาถึงห้องยา เขาก็พยายามหายใจถี่รัวราวกับใจจะขาด ก่อนจะพบว่าศิษย์ตัวน้อยของตนนั่งอยู่บนพื้นดินเหลืองหน้าตำรายา ข้างกายมีตะกร้าสมุนไพรที่ล้มคว่ำอยู่

ในตะกร้าสมุนไพรมีผักชี ยอดหัวไชเท้า หัวไชเท้าขาว และผักกาดขาว…

เจ้าศิษย์น้อยถือหัวไชเท้าขาวที่ยังติดดินอยู่ในมือ แทะกินอย่างขมุกขมอม ดูราวกับกำลังระบายความโมโห

ชายชราเอามือก่ายหน้าผาก เขาพูดอะไรไม่ออก ไม่รู้ว่าโมโหจนพูดไม่ออก หรือว่าแก่เฒ่าแล้วหายใจไม่ทันกันแน่

เวลาผ่านไปสักพัก จนกระทั่งหวังฟู่กุ้ยแทะหัวไชเท้าไปเกือบครึ่งหัว ชายชราจึงขมวดคิ้วถามว่า

“เจ้าไปเก็บมาจากแปลงผักบ้านใคร?”

“บ้านจางหมาจื่อ” หวังฟู่กุ้ยนั่งขยับก้นไปมาบนพื้นดินเหลือง แล้วผายลมออกมา

ชายชราเห็นดังนั้นก็โกรธจนตัวสั่น สายตามองหาไม้เรียวที่อยู่หน้าประตูห้องยา

เขาอยากมอบวัยเด็กที่สมบูรณ์ให้หวังฟู่กุ้ย

แต่มองหาอยู่นาน ก็ไม่เห็นไม้เรียว เขาจึงตวาดออกไปว่า

“ข้าให้เจ้าไปเก็บสมุนไพร เหตุใดเจ้าจึงไปถอนผักในแปลงของจางหมาจื่อ? รีบเอาไปคืนเขาเดี๋ยวนี้ แล้วก็ขอโทษเขาด้วย!”

“ไม่!”

หวังฟู่กุ้ยย่นหน้าน้อย ๆ สีหน้าเต็มไปด้วยความน้อยใจ

“จางหมาจื่อยังติดค้างค่ายาของพวกเราอยู่ห้าสิบสี่อีแปะ ไม่เคยมาจ่ายสักที ข้าถอนหัวผักกาดของเขาไปไม่กี่หัวจะเป็นไรไป

ทำไมข้าต้องไปขอโทษเขาด้วย

ข้าจะกิน! จะกิน!”

หวังฟู่กุ้ยกอดหัวไชเท้าที่เหลืออยู่ครึ่งหัวใหญ่ แทะกินอย่างขะมักเขม้น จนมีเศษดินละเอียดเต็มปาก

ชายชราเห็นลูกศิษย์น้อยทำหน้าน้อยใจและโกรธแค้นจางหมาจื่อ จึงถอนหายใจยาว

“มารดาของจางหมาจื่อเป็นหวัดติดลมหนาวเมื่อไม่กี่วันก่อน อากาศหนาวเย็นเช่นนี้ ร่างกายของนางก็ผอมบางยิ่งนัก กินยาไปหลายขนานก็ไม่หาย จนเมื่อสามวันก่อนนางก็สิ้นใจลง งานศพก็ต้องอาศัยชาวบ้านช่วยกันจัดการ”

“เจ้าจำได้หรือไม่ ตอนนั้นเจ้าเองก็อยากไปกินเลี้ยงที่บ้านเขา แต่เจ้าเป็นเด็ก ข้ากลัวเจ้าจะได้รับไอความอัปมงคล จึงไม่อนุญาตให้เจ้าไป”

“ตอนนนี้เขาเหลือเพียงลำพัง ผักในที่นาสองไร่นั่น ล้วนเป็นสิ่งที่แม่ของเขาถือโอกาสตอนที่อากาศยังดี ปลูกไว้ด้วยตัวเอง เขามีเพียงความทรงจำนี้เท่านั้น แต่เจ้ากลับไปถอนมันเสีย”

“แต่ว่า…” หวังฟู่กุ้ยเช็ดดินที่มุมปาก

“ท่านอาจารย์ ต่อไปข้าจะสามารถช่วยทุกคนได้หรือไม่?”

“ฮะ ๆ”

ผู้เฒ่าได้ยินคำถามของหวังฟู่กุ้ย จึงยิ้มอย่างอ่อนโยนพลางก้มลงลูบศีรษะศิษย์รักของตน

“ทุกคนล้วนได้รับการช่วยเหลือได้ แต่ไม่มีผู้ใดสามารถช่วยเหลือทุกคนได้ อันดับแรก แพทย์ย่อมไม่สามารถรักษาตนเองได้”

หวังฟู่กุ้ยครุ่นคิดอยู่นาน แต่ศิษย์น้อยก็ไม่สามารถเข้าใจความหมายของคำพูดอาจารย์

ในเมื่อทุกคนสามารถได้รับการช่วยเหลือ

แล้วเหตุใดจึงไม่มีผู้ใดสามารถช่วยเหลือทุกคนได้

คำพูดเหล่านี้ไม่ขัดแย้งกันหรอกหรือ

หมอที่ช่วยเหลือทุกคนไม่ได้ คงเป็นเพราะความสามารถของหมอผู้นั้นยังไม่เพียงพอนัก

ข้าหวังฟู่กุ้ย

หากเรียนรู้วิชาทั้งหมดจากอาจารย์ได้ ในอนาคตข้าจะต้องช่วยเหลือทุกคนในโลกให้ได้

ในตอนนั้นข้าก็จะกลายเป็นหมอที่เก่งกาจที่สุดในใต้หล้า

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า