เข้าสู่ระบบผ่าน

ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า นิยาย บท 1467

บทที่ 1467 มหันตภัยแห่งการทำลายล้างชีวิต ตอนที่ยี่สิบเอ็ด

มีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมาย แต่จ้าวอู่เจียงกลับเหมือนคนนอกที่อยู่ภายใน

แม้ว่าเรื่องต่าง ๆ เหล่านั้นควรจะเรียกหาเขา แต่เขากลับไม่แตะต้องเรื่องใดเลย

ดินแดนลับที่ราชวงค์ต้าเซี่ยตั้งอยู่ ยามนี้ถูกยึดครองโดยหยางเมียวเจิ้น ที่นั่นจะกลายเป็นที่ตั้งสำนักใหม่ของสำนักศรัทธาษฎร

เรื่องที่เหล่าจอมจักรพรรดิร่วมมือกันทำ เขาก็ไม่ได้มีส่วนร่วมมากนัก

แม้แต่เยว่ปู้ฝาน ก็ไม่ถือว่าเป็นผู้ที่เขาสังหารด้วยมือตัวเอง

เขาเดินทางไปกับจิ่งเอ๋อร์ เดินชมไปทั่วเมืองผี จากนั้นก็ออกไปนอกเมืองผี ขึ้นไปบนยอดเขากุยหลายจนได้พบกับลิง หมู และม้าที่คุ้นเคย

รวมถึงรูปปั้นเทพปีศาจในศาลเจ้าปีศาจเล็ก ๆ นั่น

ยามนี้รูปปั้นเทพปีศาจได้รับการซ่อมแซมแล้ว รูปปั้นถูกทาทับด้วยสีทองเงางาม ทำให้ดูมีความศักดิ์สิทธิ์และสง่างามมากขึ้น เพิ่มบารมีของเทพปีศาจขึ้นอีกส่วนหนึ่ง

เขาตามจิ่งเอ๋อร์ไปยังทะเลเหนือในดินแดนหลิงซี ข้ามทะเลเหนือไปยังเกาะของเผ่าจิ้งจอกชิงชิว

เผ่าจิ้งจอกชิงชิวในยามนี้เหลือสมาชิกเพียงน้อยนิด หลินเสี่ยวเค่อกำลังมัวแต่หมกมุ่นจัดการเรื่องต่าง ๆ ทั้งใหญ่และเล็กภายในเผ่า

เมื่อได้พบหลินเสี่ยวเค่ออีกครั้ง เขาก็พบว่านางผอมลงไปมากนัก ทั้งร่างดูเย็นเยียบ แต่ก็ดูคล่องแคล่วมากขึ้น

จ้าวอู่เจียงเดินเหยียบย่ำบนเกาะเล็กน้อย เขาไม่พูดอะไรมาก ก่อนจะเลือกที่จะจากไป

หิมะและสายลมในดินแดนแห่งนี้ดูเหมือนจะเบาบางลง แต่ในขณะเดียวกันก็หนาวเหน็บมากขึ้น

;จนกระทั่งคืนที่สิบหกเดือนสิบสอง

ในที่สุดจ้าวอู่เจียงก็กลับมาถึงอาณาจักรต้าโจว

การเดินทางครั้งนี้ แม้เขาจะไม่ได้ทำอันใดมากมาย และไม่ได้เผชิญกับการต่อสู้มากเกินไปนัก แต่เขากลับรู้สึกเหนื่อยล้าอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

เขาเพียงแต่อยากพักอยู่อย่างสันโดษเช่นนี้เพียงครู่

แต่ถึงแม้ว่าร่างกายของเขาอาจพักผ่อนได้ ทว่าจิตวิญญาณกลับทำไม่ได้

วันที่สองเดือนหนึ่งปีอี๋โฉ่ว

ในยามนี้ห้วงกาลเวลากำลังเดินถอยหลัง ความกดดันที่มองไม่เห็นปกคลุมจ้าวอู่เจียงอยู่

จ้าวอู่เจียงรู้สึกราวกับว่าตนเองมีหลายสิ่งหลายอย่างที่ยังไม่ได้ทำ บางสิ่งยังคงกระจัดกระจายอยู่ในความทรงจำลึก ๆ

แม้จะพยายามนึกเพียบใดก็กลับนึกไม่ออก ท้ายที่สุดเขาก็ทำได้เพียงแต่ปล่อยผ่านมันไป

ความกดดันและความกระวนกระวายที่มองไม่เห็นนี้ ทำให้เขามักขมวดคิ้วคมและแสดงสีหน้าครุ่นคิดอยู่ตลอดเวลา

วันเวลาผ่านไปเช่นนี้

หนึ่งวัน

สองวัน

ปีที่หนึ่งหมื่นสี่พันสี่ร้อยหกสิบของมวลมนุษย์

ปีเจี๋ยจื่อเดือนสิบสองวันที่ยี่สิบเอ็ด

นับจากวันนี้เป็นต้นไป ประวัติศาสตร์ของดาวดวงนี้กำลังจะเริ่มเปลี่ยนแปลงอย่างพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน

ประวัติศาสตร์จะจารึกถึงวันนี้ว่า “วันเปิดศักราชหายนะแห่งมวลมนุษย์”

และในวันนี้เอง จ้าวอู่เจียงก็ได้ค้นพบวิธีที่จะหลอมรวมกระจกทองสองบานเข้าด้วยกันในที่สุด

เขานำกระจกทองสองบานหันหน้าเข้าหากัน แม้ผิวกระจกจะแตกร้าว แต่ในยามนี้พวกมันกลับสะท้อนภาพมากมายนับไม่ถ้วน

มีกระจกในกระจก และยังมีกระจกซ้อนในกระจกอีกชั้น ภาพต่าง ๆ ขยายออกไปสู่โลกภายในอย่างไม่หยุดยั้ง

แสงและเงาเคลื่อนไหวระหว่างกระจกทองสองบาน ราวกับเป็นสายธารแห่งกาลเวลาที่ทอดระหว่างกระจกทองทั้งสอง

สายธารแห่งกาลเวลาสั้นลงทุกขณะที่กระจกทองสองบานกำลังเคลื่อนเข้าหากัน

จ้าวอู่เจียงไม่สามารถถือกระจกทั้งสองได้อีกต่อไป เขาได้แต่มองดูแสงและเงาที่เหมือนสายธารแห่งกาลเวลากำลังยุบตัว และเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง

กระจกทองทั้งสองเคลื่อนเข้าใกล้กันมากขึ้นเรื่อย ๆ

เมื่อกระจกทองทั้งสองซ้อนทับกัน สายธารแห่งกาลเวลาอาจถึงคราวต้องแตกสลาย

และในยามนั้นจ้าวอู่เจียงก็จะไปยังสถานที่ที่เขาถูกกำหนดให้ไป

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า