บทที่ 148 ถูกเรียกตัวกลับอย่างเร่งด่วน
ฮั่วหรูอี้จ้องมองใบหน้าของจ้าวอู่เจียงด้วยความพิศวง ดวงตาทอประกายด้วยหยดน้ำตา เมื่อนางได้ยินคำพูดของอีกฝ่าย หญิงสาวก็น้ำตาไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว
ฮั่วหรูอี้ยิ่งกอดเอวของจ้าวอู่เจียงแนบแน่นมากกว่าเดิม ก่อนที่นางจะเอียงศีรษะซบลงบนหน้าอกของเขา และร้องไห้ออกมา
“ให้อภัยข้าด้วย! ข้าก็แค่… คิดถึงสามีของข้า…มากเกินไปหน่อยเท่านั้น ข้าไม่อาจห้ามใจตนเองได้จริง ๆ”
ฮั่วหรูอี้ร้องไห้ออกมาอย่างหนัก เรือนร่างบอบบางสั่นสะท้านอยู่ในอ้อมแขนของจ้าวอู่เจียง และนั่นก็ทำให้นางยิ่งกอดรัดแนบแน่นมากกว่าเดิม
“ข้าเข้าใจดี พี่สะใภ้” จ้าวอู่เจียงปลอบประโลมอย่างตะกุกตะกัก ยกมือลูบแผ่นหลังของฮั่วหรูอี้แผ่วเบา
ในเวลาเดียวกันนี้ ความเกลียดชังในหัวใจของเขามีมากขึ้น บุรุษไร้หน้าเป็นคนฆ่าฉีหลิน และข้ารับใช้ชุดน้ำเงินที่พยายามสังหารเขาก่อนหน้านี้ก็น่าจะเป็นลูกสมุนของบุรุษไร้หน้า ความโกรธแค้นที่จ้าวอู่เจียงมีต่ออีกฝ่ายเพิ่มขึ้นเป็นเท่าทวี
จ้าวอู่เจียงสงสัยว่าบุรุษไร้หน้ากับเซียวเหยาอ๋องน่าจะเป็นสมาชิกสำนักมังกรเงินด้วยกันทั้งคู่ เพียงแต่เขาไม่ทราบเลยว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองคนนี้เป็นอย่างไร
แต่บัดนี้ จ้าวอู่เจียงเกิดความคิดแปลกประหลาดขึ้นมาประการหนึ่งว่า บางที่บุรุษไร้หน้ากับเซียวเหยาอ๋องอาจจะเป็นคนคนเดียวกันก็เป็นได้
แม้จะไม่มีหลักฐานยืนยัน แต่สัญชาตญาณกำลังร้องบอกว่าใช่
หากเป็นเช่นนั้นจริง ๆ เซียวเหยาอ๋องก็แข็งแกร่งมากเกินไป… จ้าวอู่เจียงได้แต่ทอดถอนหายใจ รับรู้ได้ถึงร่างกายของพี่สะใภ้ที่ยังสั่นเทาอยู่ในอ้อมแขน และหยาดน้ำตาที่ทำให้อกเสื้อของเขาเปียกชุ่มไปหมด
หลังจากนั้นอีกเนิ่นนาน การร้องไห้ของฮั่วหรูอี้จึงค่อย ๆ แผ่วเบาลง ชายหนุ่มพบว่าฮั่วหรูอี้ได้หลับไปแล้ว นางหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่ทราบ ใบหน้างามเปียกนองด้วยหยดน้ำตา และแม้ว่านางกำลังหลับอยู่ ก็ยังได้ยินเสียงสะอื้นออกมาเป็นระยะ
จ้าวอู่เจียงต้องการจะอุ้มฮั่วหรูอี้นอนลงบนเตียง แต่มือของนางกลับกอดรัดเอวของเขาไว้ไม่ยอมปล่อย เป็นเรื่องยากที่จะแกะมือออกไปได้ ตนไม่กล้าใช้แรงมากเกินไป เพราะกลัวว่าจะทำให้ฮั่วหรูอี้ตื่นขึ้นมาอีก
ดังนั้น จ้าวอู่เจียงจึงไม่มีทางเลือกนอกจากถอนหายใจ และปล่อยให้ฮั่วหรูอี้หลับไหลอยู่ในอ้อมแขนของตนเช่นนั้น
ประมาณหนึ่งชั่วยามให้หลัง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น
“นายท่าน พวกเราต้องกลับแล้วขอรับ…”
จ้าวอู่เจียงเงยหน้าขึ้นมาหลังจากได้ยินเสียงของเจี๋ยเอ้อร์ซานดังขึ้นนอกประตู จ้าวอู่เจียงรับรู้ว่า เจี๋ยเอ้อร์ซานหมายความว่ามีเรื่องเร่งด่วนเกิดขึ้นในวังหลวง ต้องการให้เขารีบกลับไปทันที
เจี๋ยเอ้อร์ซานซ่อนตัวอยู่ในความมืดด้านนอกเพื่อคุ้มครองจ้าวอู่เจียง จึงรับทราบสถานการณ์ในวังหลวง หน่วยองครักษ์มังกรจะมีวิธีการสื่อสารต่อกันในช่องทางพิเศษเสมอ ชายชราคงได้รับการติดต่อมาจากหน่วยของตนเอง ด้วยเหตุนี้ จึงรีบมาแจ้งให้จ้าวอู่เจียงกลับวังหลวงโดยเร็ว
เสียงเคาะประตูทำให้ฮั่วหรูอี้ตื่นจากการหลับใหล นางค่อย ๆ ลืมตาขึ้น ก่อนจะรีบผละตัวออกจากอ้อมแขนของชายหนุ่มด้วยความตื่นตระหนก ใบหน้างดงามกลายเป็นสีแดงระเรื่อ ฮั่วหรูอี้จัดแต่งทรงผมที่ยุ่งเหยิงของตนเองด้วยความเขินอาย ไม่กล้ามองเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่ายแม้แต้น้อย
“พี่สะใภ้ ข้ามีธุระเร่งด่วนต้องรีบไปจัดการ” จ้าวอู่เจียงลุกขึ้นยืน “หากมีอะไรเกิดขึ้น โปรดส่งคนไปบอกข้าโดยทันที”
แอ๊ด…
เสียงประตูถูกผลักเปิดออกเบา ๆ จ้าวอู่เจียงกับเจี๋ยเอ้อร์ซานก้าวเดินเข้ามาอย่างรวดเร็ว
จ้าวอู่เจียงมองเห็นชายชราที่นอนอยู่บนเตียงไม้โดยทันที รอบกายชายชรามีองครักษ์มังกรแปดคนในชุดเสื้อคลุมสีน้ำเงิน สวมใส่หน้ากากอสูรคอยคุ้มกัน และคอยถ่ายทอดพลังลมปราณเข้าสู่ร่างกายอย่างต่อเนื่อง
ฮ่องเต้หญิงเบิกตาโตด้วยความดีใจ หัวใจผ่อนคลายขึ้นมาเล็กน้อย นางรีบเดินออกมาข้างหน้า และกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม
“รีบหาทางรักษาเขาเดี๋ยวนี้!”
จ้าวอู่เจียงพอจะคาดเดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้น ชายชราคนนี้ต้องเป็นบุคคลสำคัญอย่างแน่นอน แต่เขาไม่ทราบเลยว่าคนผู้นี้มีความสำคัญอย่างไร
ชายหนุ่มรีบเดินเข้าไปยังเตียงไม้ แต่อีกเพียงไม่กี่ก้าวก็จะถึงตัวชายชราแล้ว จ้าวอู่เจียงกลับรู้สึกเหมือนตนเองกำลังเดินต้านกระแสน้ำทะเล ทำให้ก้าวเท้าไปข้างหน้าได้อย่างยากลำบาก คล้ายกับว่ามีมวลพลังที่มองไม่เห็นกำลังต้านทานเขาอยู่
ในเวลาเดียวกันนี้ หนึ่งในองครักษ์มังกรก็ร้องขึ้นมาเสียงดัง
“อย่าเข้ามา! ถอยออกไปซะ!”
“ฝ่าบาท นี่เป็นพยานปากสำคัญ สมควรได้รับการดูแลจากคนของโรงหมอหลวง ทารกน้อยผู้นี้เป็นใครกัน?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า