เข้าสู่ระบบผ่าน

ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า นิยาย บท 1486

บทที่ 1486 การจากไป

ปฏิทินสรรพชีวิตหนึ่งหมื่นสี่พันสี่ร้อยหกสิบปี ปีเจี๋ยจื่อ

เดือนสิบสอง วันที่ยี่สิบห้า

เหมาะแก่การเคลื่อนย้ายโลงศพ ขุดดิน ฝังศพ และตั้งป้ายหลุมศพ

ห้ามแต่งงาน

ดินแดนแห่งนี้ราวกับเพิ่งถือกำเนิดขึ้นใหม่ เบื้องบนใสสะอาด ทว่าเบื้องล่างกลับขุ่นมัว

อากาศบริสุทธิ์โปร่งใสจนแทบมองไม่เห็น นั่นคือสีขาว

อากาศขุ่นมัวราวกับหมึกที่หยดลงในน้ำแล้วแผ่กระจาย นั่นคือสีดำ

ดินแดนภาพหมึกที่ประกอบขึ้นจากสีขาวดำนี้ คือดินแดนลับของตระกูลจูกัด

ประตูไม้บานเล็ก ๆ ตั้งตระหง่านอย่างเดียวดายอยู่ในดินแดนแห่งนี้

และเมื่อประตูถูกผลักให้เปิดออก ร่างท้วมของจูกัดชื่อก็พลันเบียดตัวออกมา เขาเห็นจูกัดชิงชิงที่ยืนอยู่ห่างจากประตูหนึ่งจั้งในทันที

“เสี่ยวฮวา เจ้าไม่จำเป็นต้องคอยอยู่ที่นี่หรอก การทดสอบของท่านหัวหน้าตระกูลต้องใช้เวลาอย่างน้อยสามวัน”

จูกัดชื่อปิดประตูอย่างสบายอารมณ์ เขารู้ว่าจูกัดชิงชิงกำลังรอจูกัดเสี่ยวไป๋อยู่

จูกัดชิงชิงวันนี้สวมอาภรณ์ชุดใหม่ นางสาวชุดกระโปรงยาวลายบุปผาสีฟ้าอมเขียว เส้นผมดำขลับดุจธารน้ำตกสวมด้วยกวานงาช้างสีขาวนวล แลทิ้งตัวลงมาถึงสะโพกอันอ่อนช้อย

นางถือกระบี่ยาวขาวดั่งหยกไว้ในมือซ้าย กำไลสีเขียวมรกตที่ข้อมือกระทบกับใบกระบี่จนส่งเสียงใสกังวาน นางประสานมือคำนับพลางกล่าว

“พี่จูกัดชื่อ ข้ารอท่านอยู่เจ้าค่ะ”

จูกัดชื่อก็พลันประหลาดใจ เหตุใดเสี่ยวฮวาถึงได้จริงจังเช่นนี้ หรือว่านางกำลังมีเรื่องยุ่งยากอะไรหรือ

“นี่เจ้าค่ะ พี่จูกัดชื่อ” จูกัดชิงชิงยิ้มหวานจนดวงตาโค้งเป็นจันทร์เสี้ยว แขนเสื้อด้านขวาของนางพลิ้วไหว ในมือปรากฏถุงผ้าปักลายบุปผางาม

“หากการทดสอบของประมุขตระกูลเสี่ยวไป๋สิ้นสุดลงแล้ว รบกวนท่านช่วยมอบถุงผ้านี้ให้เขาด้วยนะเจ้าคะ”

จูกัดชื่อยังคงไม่รับไว้ ทำเพียงกลับถามว่า

“เหตุใดเจ้าไม่มอบให้เขาด้วยตัวเองเล่า”

จูกัดชิงชิงตอบว่า

“ข้าจะเรียนท่านตามตรง ท่านพี่จูกัดชื่อ ข้าได้ให้คำมั่นสัญญาสามประการกับนักพรตท่านหนึ่งไว้ และในยามนี้ข้าจำต้องออกเดินทางแล้ว หากช้าไป ข้าเกรงว่าจะไม่ทันการณ์ เพราะหนทางอีกยาวไกล”

สัตว์กลืนทองกายสีขาวดำขนาดใหญ่ราวกับพระราชวัง มุ่งหน้าไปยังแท่นส่งตัวด้วยพลังวิเศษ ทุกย่างก้าวของมัน เป็นเหตุให้ผืนปฐพีต้องสั่นสะเทือน

บนบ่าและหลังของสัตว์กลืนทองแบกพาผู้คนห้าคน

สตรีงามที่ยังคงความสง่างามอุ้มเด็กชายน้อยไว้ด้วยสีหน้าเป็นกังวล

เด็กสาวที่ทั้งน่ารักและแสนซน กับศิษย์หญิงน้อยที่น่ารักราวตุ๊กตากระเบื้องกำลังกินผลไม้ พลางพยักหน้าพูดคุยกันเบา ๆ ราวกับกำลังวิจารณ์รสชาติของมัน

และยังมีเด็กอ้วนท้วนคนหนึ่งกำลังดึงขนของสัตว์กลืนทองไปมา

คนกลุ่มนี้คือภรรยาของจางซวีไป๋และบรรดาศิษย์ของเขา ได้แก่ สตรีงาม จางเพียเอ๋อร์ ว่านจื่อ จางกั่วกั่วเอ๋อร์ หวังเทียนป้าง และแมวน้อยสัตว์กลืนทอง

แม้ว่าว่านจื่อจะกินผลไม้เสร็จแล้ว แต่นางก็ยังคงค้นห่อของจางกั่วกั่วไปมา

“อาจารย์แม่ ท่านว่าอาจารย์จางเซ่า… เหตุใดอาจารย์จึงยังไม่ตามเรามาสักที”

สตรีงามขมวดคิ้วงามมุ่น ถอนหายใจพลางส่ายหน้า กอดเด็กน้อยในอ้อมแขนแน่นขึ้น

“อ๋อ ข้ารู้แล้ว ๆ” จางกั่วกั่วเอ๋อร์พูดทั้งที่แก้มยังขยับเคี้ยวไม่หยุด เสียงจึงฟังไม่ชัด

“จางเซ่าไป๋คงหลงทางแล้วล่ะ เขาชอบว่าข้าเขลา แต่ข้ามิได้เขลาเสียหน่อย ข้ายังหาทางเจอ แต่เขากลับหามิเจอ ดูสิ ยามนี้แล้วก็ยังตามมาไม่ทัน”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า