บทที่ 1498 ผู้ใดบังอาจรบกวนการหลับใหลของข้า
หลินหลางเดินทางมาถึงราชวงศ์เซียนต้าโจว เวลาส่วนใหญ่นางมิได้อยู่ในเมืองหลวง ทว่ากลับอยู่ในสุสานเซวียนหยวน
ดูเหมือนว่านางกำลังซ่อมแซมหยกปีศาจของตัวเอง แต่แท้จริงแล้วนั้น นางต้องการก้าวเข้าไปในสุสานเพื่อปลุกผู้แข็งแกร่งที่กำลังหลับใหล เพื่อส่งความช่วยเหลือสำคัญไปให้กับจ้าวอู่เจียง
นางต้องการกระทำบางสิ่งเพื่อจ้าวอู่เจียงในช่วงเวลาสุดท้ายของนาง นางหวังว่าจะสามารถช่วยจ้าวอู่เจียงให้พ้นจากอันตราย นางหวังว่าชายผู้เป็นที่รักจะสามารถเผยรอยยิ้มให้มากขึ้นเหมือนในอดีต ที่เขาเคยยิ้มเล่นและไม่เป็นจริงจัง มิใช่เอาแต่หนักแน่นและเคร่งเครียดจนคิ้วขมวดเหมือนกับในยามนี้
โลหิตสีม่วงทองเดือดพล่านในฝ่ามือของนาง ทั่วร่างของนางแผ่พลังกดดันมหาศาล ต้นไม้โบราณและพืชพรรณรอบสุสานเซวียนหยวนเริ่มสั่นไหว ใบไม้ร่วงหล่น กิ่งไม้แห้งสั่นระรัวเต็มพื้น
“อ๊า”’
จิ้งจอกขาวถอยหลังด้วยความตกใจ ร่างกายบิดเบี้ยวกลายเป็นหมอกสีชมพูไร้รูปร่าง ทว่ากลับถูกพลังกดดันรัดไว้ มิให้นางสามารถหลบหนีกลับเข้าไปในสุสานได้ ได้แต่ล้มลงกับพื้น กลายเป็นร่างวิญญาณ และคุกเข่าต่อหน้าหลินหลาง
ร่างจิ้งจอกสั่นไหวไม่หยุด
“เซวียน… เซวียนหยวน…”
โลหิตสีม่วงทองห่อหุ้มมือเรียวงามของหลินหลาง นางยื่นมือไปที่ประตูสำริด
“นี่คือสิ่งที่ข้าขอมาจากพี่จิ้ง…”
ประตูสำริดสั่นไหวแรงขึ้น ทันใดนั้นเสียงดังสนั่นค่อย ๆ ดังขึ้น ประตูก็พลันเปิดออก มองผ่านช่องว่างเข้าไปเห็นม่านหมอกสีเทาทั่วทั้งด้านใน
จนกระทั่งมีช่องให้คนหนึ่งเดินผ่านได้ หลินหลางจึงก้าวเท้าเข้าไปข้างใน
จิ้งจอกขาวยังคงคุกเข่าอยู่ด้านหน้า มันก้มหน้าจนใบหน้าแตะพื้น มิกล้าเงยหน้าขึ้น มันมิเคยคิดเลยว่าร่างกายชั้นเลิศที่มันจ้องมองอยู่นี้ จะมีความเกี่ยวพันลึกซึ้งกับตระกูลเซวียนหยวนถึงเพียงนี้
มิจำเป็นต้องใช้ร่างวิญญาณของจิ้งจอกสายตระกูลเซวียนหยวน ก็สามารถเดินเข้าออกได้อย่างอิสระ
หลินหลางก้าวเข้าประตูใหญ่ ภาพเบื้องหน้าไม่ได้แตกต่างจากภายนอกมากนัก
ภายในยังคงเป็นต้นไม้โบราณ พื้นดินยังคงเต็มไปด้วยใบไม้ร่วง และกิ่งไม้ที่หัก ท้องฟ้ายังคงมืดสลัว
นางสำรวจรอบข้าง ครุ่นคิดเล็กน้อย จากนั้นยื่นมือขวาขึ้นสู่ท้องฟ้า ฝ่ามือหงายขึ้น แขนเสื้อเลื่อนลง เผยให้เห็นแขนขาวเนียนราวหิมะ
ที่ฝ่ามือของหลินหลางปรากฏดวงตาหนึ่งดวง ภายในดวงตามีม่านตาอีกดวงซ้อนข้างใน
เมื่อม่านตาซ้อนมองไปยังขอบฟ้า พลันใดนั้นสีของฟ้าดินก็เปลี่ยนไป
ทะเลหมู่เมฆบนท้องนภาปั่นป่วน รอบกายหลินหลางเกิดพายุพัดกระโชกขึ้นอย่างฉับพลัน พัดกิ่งไม้แห้งและใบไม้ร่วงให้ปลิวว่อน พัดชุดคลุมของนางให้พลิ้วไหวจนส่งเสียงดังสะบัด
กิ่งไม้แห้งและใบไม้ร่วงลอยขึ้นลงไม่หยุด จากนั้นค่อย ๆ รวมตัวกันเป็นโครงร่างขนาดมหึมา
เสียงทุ้มหนักแฝงความเกรียงไกรดังก้องทั่วทั้งสี่ทิศ
มังกรยักษ์ในท้องฟ้าตกตะลึง ก้มหัวลงแล้วกล่าว
“ท่านผู้อาวุโสแห่งตระกูล พบที่ซ่อนตัวของภัยพิบัติแล้วหรือ?”
ม่านตาซ้อนคู่นั้นปิดลง ก่อนจะอันตรธานหายไป
มังกรยักษ์เงียบงัน มีเพียงกิ่งไม้แห้งและใบไม้ที่ประกอบเป็นร่างกายอันใหญ่โตของมันที่กำลังปลิวว่อน แลร่วงหล่นลงมา ในชั่วพริบตาก็ถูกดูดกลับไปติดอยู่บนร่างอีกครั้ง
หลินหลางเองก็เงียบเช่นกัน เรื่องนี้ไม่อยู่ในการคาดการณ์ของนาง ทำให้นางสับสนอย่างมากว่าเกิดอันใดขึ้น
“แปลกนัก”
ใบไม้ร่วงหล่นรอบด้าน มังกรสลายร่าง แต่เสียงอันทรงพลังยังคงหลงเหลืออยู่ในท้องฟ้า มิได้หลีกเลี่ยงให้หลินหลางได้ยิน
“ก่อนเกิดภัยพิบัติ มันหลบซ่อนตัวอย่างสุดกำลัง หามิพบ แล้วเหตุใดบัดนี้กลับถูกพบเอาเสีย?
หรือว่าดินแดนเหนือไม่ใช่ที่ซ่อนตัวของภัยพิบัติ เช่นนั้นแล้วมีเรื่องสำคัญอื่นอันใดกันแน่?”
รอบกายของหลินหลางเต็มไปด้วยใบไม้ร่วงหล่นลงมา ไม่นานก็กองรวมกันเป็นร่างกายอันแข็งแกร่งที่ประกอบขึ้นจากใบไม้
“จิ้งจอก ข้ารู้จักเจ้า ภรรยาของเทพปีศาจ”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า