เข้าสู่ระบบผ่าน

ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า นิยาย บท 1513

บทที่ 1513 สี่วิญญาณปรากฏ

เดือนสิบสอง วันที่ยี่สิบเจ็ด

เหมาะสำหรับการทำพิธีบวงสรวง การหมั้นหมาย การเดินทาง แลการเคลื่อนย้ายโลงศพ

สุสานเซวียนหยวนแห่งราชวงศ์เซียนต้าโจว

ณ สุสานที่เต็มไปด้วยพฤกษานานาพรรณต้นสูงใหญ่ บังเกิดเสียงคำรามของมังกรดังขึ้น

กิ่งไม้แห้งและใบไม้ร่วงถูกลมพัดม้วนตัว รวมตัวกันกลายเป็นมังกรยักษ์ตัวหนึ่ง ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า

หลินหลางนั่งสมาธิอยู่ในสุสาน รอบตัวนางมีอนุภาคฝุ่นละอองวาดเป็นภาพแสงเงาหลายภาพ ในแต่ละภาพเป็นเผ่าเซวียนหยวนและเผ่าโหย่วอวี๋ในยุคโบราณ

ชาวเผ่าล้อมรอบนาง ราวกับว่ากำลังร่ายรำและขับขานบทเพลงให้แก่นาง

มีผู้นำชามใบหนึ่งมาให้ ความหมายคือให้นางดื่มของเหลวในชาม

หยกปีศาจของหลินหลางเสียหายอยู่แล้ว นางจึงเหลือเวลามิมากนัก นางเคยพูดไว้ว่า นางจะช่วยจ้าวอู่เจียงโดยมิลังเล ต่อให้ต้องทำครั้งแล้วครั้งเล่า และนั่นคือสิ่งที่นางกำลังทำอยู่ในยามนี้

ชามใหญ่ที่ประกอบขึ้นจากฝุ่นละอองและแสงเงานั้น มันเป็นเพียงภาพลวงตา ชาวเผ่าเซวียนหยวนและโหย่วอวี๋รอบตัวนางก็เป็นเพียงภาพลวงตาเช่นกัน

ทว่าสายตาอันหนักแน่นและโหยหาของชาวเผ่านั้น เปี่ยมล้นด้วยความจริงใจแลความรัก

หลินหลางยื่นมือไปรับชามใหญ่ภาพลวงนั้น มือเรียวบางสั่นเทา

บัดนี้ชามใบใหญ่กลายเป็นของจริงในมือของนาง

“หนึ่งแสนเจ็ดหมื่น… เจ็ดพันสี่ร้อย… ห้าสิบแปด…”

หลินหลางได้ยินเสียงทุ้มลึกอย่างเลือนลางในภวังค์ของนาง

เสียงนั้นเอ่ยแผ่วเบาราวกับร่ายคาถา

“เจ็ด… สามสิบสาม… หนึ่งร้อยยี่สิบห้า… ห้าร้อยสามสิบหก… หนึ่งพันหนึ่งร้อยแปด… แปดพันห้าร้อยหกสิบเอ็ด… สองหมื่นสามพันเจ็ดร้อยห้าสิบเจ็ด… แปดหมื่นเก้าพันสามสิบสอง…

หนึ่งแสนเจ็ดหมื่นเจ็ดพันสี่ร้อยห้าสิบแปด…

เก้าคือขีดสุด! ช่องว่างนี้ เจ้าต้องเป็นผู้เติม”

ดินแดนตะวันออกของเซียนหลิง ณ เขตหวงห้ามของตำหนักเติมฟ้า มีพยัคฆ์ขาวคำรามกึกก้องป่าเขา

พยัคฆ์ขาวขนาดใหญ่เท่าบ้านเรือน ขนทั่วร่างขาวดั่งหิมะ ข้างกันมีกู้เหนียนหยวนอุ้มกระบี่เดินเคียง

บนหลังพยัคฆ์ขาว มีชายชราสวมเสื้อผ้าป่านหยาบนั่งอยู่ ผมขาวโพลนทั้งศีรษะ บางส่วนถูกถักเป็นเปียเล็ก ๆ หลายเส้นที่ท้ายทอย ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยร่องรอยกาลเวลา และมีม่านตาซ้อน

วันนี้ผู้มีม่านตาซ้อนได้ปรากฏตัว ดินแดนตะวันออกของเซียนหลิงถึงคราต้องสั่นสะเทือน

เหล่าผู้อาวุโสในตำหนักเติมฟ้าคุกเข่าลงกับพื้น พร้อมเปล่งเสียงร้องเรียกประมุข

จากนั้นก็ร่วงหล่นลงมา

แผ่นดินเดิมที่เคยเป็นที่ตั้งของดินแดนหลิงซี บัดนี้สภาพของมันราวกับกลายเป็นห้วงเหวมหึมาที่ทอดยาวไปจนสุดสายตา

ท่ามกลางฝุ่นควันที่ลอยฟุ้งจากดิน หิน หญ้า และต้นไม้ที่พลิกพลิ้ว ปรากฏดวงเนตรสีแดงฉานสองดวงที่ใหญ่ราวกับยอดเขาสูงเทียมฟ้า มองลงมายังสรรพชีวิตเบื้องล่าง

บนผืนดินที่ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า หลินเสี่ยวเค่อพยุงผู้อาวุโสทียนหลานมองดูภาพแผ่นดินที่กำลังสั่นสะเทือนโดยรอบ นางเอ่ยบางสิ่งออกมาอย่างไม่อยากเชื่อสายตา

“ดินแดนหลิงซีกลับอยู่บนตัวของท่านเทพเต่า…”

เทพเต่ามีขนาดใหญ่โตมโหฬารยิ่งกว่าผู้ใดในโลกา ขนาดของมันเทียบเท่าดินแดนทั้งดินแดน หรืออาจเทียบเท่าหนึ่งในเก้าสวรรค์ของดินแดนศักดิ์สิทธิ์กลางทั้งแผ่นดิน

ผู้อาวุโสเทียนหลานแสดงสีหน้าเลื่อมใสศรัทธา หญิงชราคุกเข่าลงกับพื้นด้วยร่างที่สั่นเทา

เทพเต่าที่ผู้คนตามหา มิได้ซ่อนตัวอยู่ที่ใดเลย ทว่าตัวเทพเต่าเองนั้นคือเกาะอันกว้างใหญ่ไพศาล

“ข้าในฐานะเจ้าแห่งดินแดน ขอสั่งให้สรรพชีวิตนับหมื่นแสนบนดินแดน หยุดการรบเสีย”

ทั่วทั้งดินแดนหลิงซี ผู้คนที่กำลังวิ่งหนีด้วยความตกใจ และผู้คนที่กำลังต่อสู้กันเพื่อแย่งชิงพลังวิเศษ ต่างก็ได้ยินคลื่นเสียงกึกก้องที่แผ่ขยายไปทั่วทุกทิศ

บางคนนิ่งด้วยความประหลาดใจ แล้วจึงหยุดมือ เลิกการต่อสู้สังหารกันจริง ๆ

ส่วนคนที่มิเชื่อนั้น คิดจะฉวยโอกาสในยามที่ศัตรูเผลอโจมตีอย่างโหดเหี้ยม ทว่าร่างของมันกลับแปรเปลี่ยนเป็นละอองโลหิต ฟุ้งกระจายไปทั่วนภาอากาศโดยพลัน

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า