เข้าสู่ระบบผ่าน

ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า นิยาย บท 1528

บทที่ 1528 ช่วยเหลือตนเอง

ปีอี้โฉ่ว วันที่สองเดือนหนึ่ง ยามเหม่า

กระจกทองสำริดสองบานเคลื่อนเข้าใกล้กันมากขึ้น กระทั่งผิวกระจกประกบติดกันในที่สุด

แสงสว่างริบหรี่ราวกับแสงดาวล้อมรอบกระจกทองสำริด

กระจกทั้งสองบานสั่นสะเทือน ก่อให้เกิดแรงสั่นไหวอันบ้าคลั่งรอบตัว

จ้าวอู่เจียงรู้สึกถึงแรงดึงดูดอันทรงพลังที่ดึงเขาเข้าหากระจกทองสำริดอย่างต่อเนื่อง

แม้เขาจะสับสนเพียงใด แต่ก็รู้อยู่เต็มอกว่า ‘เวลาของเขามาถึงแล้ว’

โชคดีที่ในห้องของจวนอิ้นอ๋องมีเพียงเขาผู้เดียว ดูเหมือนว่าเขาจะเปลี่ยนแปลงโชคชะตาที่ถูกกำหนดไว้ได้

จ้าวอู่เจียงรู้สึกโล่งใจ อย่างน้อยจิ้งเอ๋อร์ก็ยังมีชีวิตอยู่อย่างปลอดภัย

แต่ในชั่วขณะถัดมา เขาก็ได้ยินเสียงร้องไห้ของเสี่ยวเนี่ยนเซี่ย จึงเหลียวมอง และพบว่าตนเองปรากฏอยู่ที่ตำหนักบรรพบุรุษตระกูลจี ดูเหมือนบุตรสาวจะฝันร้าย และตื่นขึ้นมาด้วยความตกใจ ตู๋กูหมิงเยว่อุ้มเด็กน้อยไว้พลางปลอบโยนด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

ส่วนเซวียนหยวนจิ้งที่กำลังนั่งสมาธิอยู่ก็ลืมตาขึ้น ราวกับรับรู้ได้ถึงบางสิ่ง นางพุ่งตัวมายังจวนอิ้นอ๋องอย่างบ้าคลั่ง

“ไม่!” จ้าวอู่เจียงตะโกนด้วยความโกรธ เมื่อวานเขาพูดอ้อนวอนและกำชับจิ้งเอ๋อร์ให้อยู่ที่ตำหนักบรรพบุรุษ ทว่ายามนี้จิ้งเอ๋อร์กลับวิ่งมายังจวนอิ้นอ๋อง เห็นได้ชัดว่านางรับรู้ได้ถึงบางสิ่งและเป็นห่วงมาก จึงมาตรวจสอบ

“ไม่!”

“ไม่ ไม่ ไม่”

จ้าวอู่เจียงพยายามตะโกนออกมา ทว่ารอบกายเขากลับไม่ใช่ลานบรรพชนอีกต่อไป แต่เป็นป่าเขาที่มีพฤกษาโบราณสูงตระหง่าน อากาศยามเย็นลอยล่องอยู่

ที่นี่คือสุสานเซวียนหยวน

เขาอยู่ในห้องใต้ดินของสุสาน และได้พบกับหลินหลางที่มิได้เจอกันมาเนิ่นนานเพราะปิดด่านบำเพ็ญ

เขาเห็นหลินหลางดูเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง ข้างกายมีชามใบหนึ่งวางอยู่บนพื้น ในชามมีของเหลวเหลืออยู่เพียงเล็กน้อย

ทว่าเมื่อจ้าวอู่เจียงรู้สึกได้ถึงความเสียหายที่ซ่อนอยู่ลึกในหยกปีศาจของหลินหลางอย่างชัดเจน จิตใจของเขาแทบระเบิดอีกครา

ที่แท้หลินหลางปิดบังสภาพที่แท้จริงของนางจากเขามาตลอด

บัดนี้ดูเหมือนหลินหลางจะเห็นเขา นางเงยหน้าขึ้น ดวงตางามเต็มไปด้วยน้ำตาคลอ

จากนั้นนางก็หลับตาล้มลง พลังปีศาจค่อย ๆ แผ่ซ่านออกจากร่างของนาง

“หลินหลาง!” จ้าวอู่เจียงพุ่งเข้าไป ทว่าเขากลับคว้าได้เพียงความว่างเปล่า

เขาคุกเข่าลงกับพื้น ตรงหน้ามิใช่ห้องใต้ดินในสุสานเซวียนหยวนอีกต่อไป ทว่ามันกลับเป็นซากปรักหักพังที่พังทลาย

ทั้งที่ชายหนุ่มไม่น่าจะสามารถยกท่อนไม้ขึ้นได้ แต่จ้าวอู่เจียงกลับเห็นว่ามีมือน้อย ๆ อีกคู่หนึ่งกำลังช่วยชายหนุ่มยกท่อนไม้อยู่

เจ้าของมือน้อย ๆ นั้นคือเด็กหญิงที่มีร่างกายดูเลือนราง

“ท่านพ่อ…”

จ้าวอู่เจียงดูเหมือนจะได้ยินเสียงเด็กหญิงที่กำลังร้องเรียกชายผู้ช่วยเหลือเด็ก ๆ เขาเห็นเงาร่างของเด็กหญิงกับบิดาของตนร่วมกันออกแรงยกท่อนไม้ขึ้น

ที่ดินแดนน้ำศักดิ์สิทธิ์ทางใต้ จางเฉินซิน หรือที่รู้จักกันในนามจางหมาจื่อ น้ำตาไหลพราก เมื่อครู่นี้เขารู้สึกเหมือนได้ยินเสียงของลูกสาวของตน

“อ้า!” เขาตะโกนด้วยความเจ็บปวดใจ แขนทั้งสองออกแรงอีกครั้งอย่างสุดกำลัง หยดโลหิตเล็ก ๆ พุ่งกระเซ็นทั่วร่าง จนในที่สุดเขาก็สามารถยกท่อนไม้ขึ้นได้

คนเดียวมิอาจขยับมันได้ ทว่าสองคนทำได้

ผู้ที่ยกท่อนไม้ช่วยเด็ก ๆ มิใช่แค่เขาเท่านั้น แต่ยังมีลูกสาวผู้ล่วงลับของเขาด้วย

เด็ก ๆ ต่างคลานออกมา บางคนถูกลากออกมา จางเฉินซินยังคงแบกท่อนไม้อันหนักอึ้งไว้ ร่างกายเต็มไปด้วยคราบโลหิต

ชายผู้นี้อ้อนวอนต่อสวรรค์ให้ช่วยเหลือ ในที่สุดสวรรค์ก็ได้ช่วยเด็ก ๆ และได้ช่วยตัวเขาเองด้วย

แม้ว่าเขาจะยืนตระหง่านแบกท่อนไม้ไว้ได้ ทว่าลมหายใจของจางเฉินซินในยามนี้ ก็สิ้นสุดลงแล้ว

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า