เข้าสู่ระบบผ่าน

ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า นิยาย บท 1531

บทที่ 1531 ร่วมเรือลำเดียวกับสรรพชีวิต

ราวกับวารีใสที่มองทะลุได้ นั่นคือตั๋วเรือใบหนึ่ง

ตั๋วใบนี้สามารถหลีกเลี่ยงหายนะที่จะทำลายล้างยุคสมัยนี้ได้อย่างสมบูรณ์

ตั๋วเรือเป็นสิ่งพิเศษที่จางมอบให้ บนตั๋วถูกกำหนดด้วยกาลเวลา

ผู้ที่ครอบครองตั๋วเรือสามารถข้ามเวลาได้มากที่สุดหนึ่งยุคสมัย มิว่าจะเดินหน้าหรือถอยหลัง

แต่ละยุคสมัย คือการเกิดดับครั้งหนึ่งของจักรวาล

ในยุคสมัยปัจจุบัน จักรวาลกำลังจะพินาศ ดวงดาราทั้งหลายจวนจะดับสนิท เหล่าสรรพชีวิตที่มิมีตั๋วเรือจะถูกฝังอยู่ในยุคสมัยนี้

หลังจากที่จางมอบตั๋วเรือให้จ้าวอู่เจียง จ้าวอู่เจียงพบว่าตั๋วใบนี้มีเพียงเขาเท่านั้นที่ใช้ได้

ดังนั้นในค่ำคืนหิมะตกนั้น เขาจึงวิงวอนจางให้ช่วยเหลือเหล่าสรรพชีวิต

ทว่าจางกลับมิตอบตกลง แล้วจากไปท่ามกลางพายุหิมะ

เช่นนั้นแล้วจ้าวอู่เจียงจึงนึกถึงวิถีแห่งสรรพชีวิตของตน จิตใจของเขาเจ้าเล่ห์ราวกับปีศาจ เกิดความคิดชั่วร้าย

ในเมื่อตั๋วเรือใบนี้เป็นของเขาแล้ว แลมีไว้ให้เขาเท่านั้นที่ใช้

หากเขากลายเป็นส่วนหนึ่งของสรรพชีวิต และสรรพชีวิตกลายเป็นเขา

เขาคือสรรพชีวิต สรรพชีวิตคือเขา

เช่นนั้นแล้วสรรพชีวิตทั้งหมดก็จะสามารถใช้ตั๋วเรือใบนี้ได้มิใช่หรือ?

ดังนั้นทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในภายหลัง ล้วนเป็นการวางแผนของจ้าวอู่เจียงตั้งแต่ยุคโบราณ

เขาต้องเตือนตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า เอ่ยกับตนเองว่าอะไรคือหนทางที่แท้จริงของมวลมนุษย์

จางซวีคุนจึงรู้สึก ‘ดูแคลน’ คำสัญญาของจ้าวอู่เจียง ถึงขั้นคิดว่าตนเองเป็นเทพเจ้า

เพราะจางซวีคุนก็คือเทพเจ้า ทุกคนล้วนเป็นเทพเจ้า

เมื่อมวลมนุษย์เริ่มช่วยเหลือตนเอง เมื่อพวกเขายอมสละชีวิตเพื่อปกป้องคนที่ต้องการปกป้อง เขาและพวกเขาทั้งหมด ล้วนเป็นเทพเจ้า

เทพปีศาจเป็นเพียงคำเรียกขาน แต่เทพเจ้าคือทุกคน

การดำรงอยู่ของพวกเรา แท้จริงแล้วคือการดำรงอยู่ของเทพเจ้า!

เมื่อมวลมนุษย์กลายเป็นเทพเจ้า เมื่อเทพเจ้ากลายเป็นมวลมนุษย์ เมื่อจ้าวอู่เจียงหยิบตั๋วเรือออกมาจากร่างกาย ทั่วทั้งโลกาก็สั่นสะเทือน

ปัจจุบัน ผู้แข็งแกร่งระดับสูงสุดเพียงสองคนกำลังต่อสู้กัน

ผู้หนึ่งคือชายชราม่านตาซ้อนที่นั่งอยู่บนหลังของจอมจักรพรรดิพยัคฆ์ขาว และอีกคนคือเทพมรรคาอันไม่สมบูรณ์

บัดนี้เทพมรรคาอันไม่สมบูรณ์แปลงร่างเป็นจ้าวอู่เจียง คอยกดดันทุกคนมิหยุดหย่อน

“เหยาจ้งหัว เจ้าจะยอมสวามิภักดิ์หรือไม่?”

เทพมรรคายิ่งต่อสู้ก็ยิ่งแข็งแกร่ง หลังจากที่เขารับรู้ว่าจ้าวอู่เจียงหายไปจากโลกนี้อย่างสิ้นเชิง แลมิมีทางที่จะเกิดตัวแปรขึ้นได้อีก เขาจึงเริ่มแสดงวรยุทธ์ออกมาอย่างมิปิดบัง

“ม่านตาซ้อนของเจ้ามีประโยชน์ต่อข้ายิ่งนัก นี่คือโอกาสสุดท้ายของเจ้า”

ชายชราผู้มีม่านตาซ้อนถูกแช่แข็งจนกระดูกตายมาหลายหมื่นปีแล้ว ยามนี้เขามิอาจลุกขึ้นยืนได้ อีกทั้งพลังก็ลดลงอย่างมาก แม้จะผ่านการพักฟื้นมาหลายปี ทว่าพลังก็มิอาจฟื้นคืนสู่จุดสูงสุดได้ และยิ่งไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเทพมรรคาอันไม่สมบูรณ์

กระนั้นเขามิได้แสดงท่าทีท้อแท้แม้แต่น้อย มุมปากยังคงประดับรอยยิ้มเมตตา มองดูเทพมรรคาอันไม่สมบูร์ที่แปลงร่างเป็นจ้าวอู่เจียงราวกับกำลังมองลูกหลานที่ตนรักใคร่

นับตั้งแต่วินาทีที่จ้าวอู่เจียงเข้าใจวิถีแห่งอมตะ เขาก็รู้ว่าชะตากรรมของสรรพชีวิตได้แปรเปลี่ยนไปแล้ว สิ่งที่เขาเคยเห็นในอดีตก็เปลี่ยนไป ชัยชนะกำลังโน้มเอียงมาทางพวกเขา

“ช่างดื้อรั้นยิ่งนัก” เสียงของเทพมรรคาซับซ้อน ราวกับเป็นการผสมผสานของเสียงสรรพชีวิตนับมิถ้วน

“ความตายคือจุดหมายของสรรพชีวิต ผู้ใดขัดขืนข้า ล้วนต้องพบจุดจบ”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า