บทที่ 1552 เกมสอบสวน
‘เกมเหรอ?’ หม่าซูเยี่ยนมองไปรอบ ๆ ใบหน้างามแดงระเรื่อขึ้นมา
‘คงจะไม่ใช่เกมลามกอะไรใช่ไหม?’
เธอสงสัยว่าที่รักของเธอเริ่มเข้าใจเรื่องนี้ดีแล้วเหรอ นี่เขารู้จักการเกี้ยวพาราสีเสียแล้ว?
เธอพยักหน้าด้วยความคาดหวัง
“ดีเลย” ดวงตาใต้หน้ากากของจ้าวอู่เจียงหมุนวน
“พวกเราแข่งกันว่าใครจะหลับก่อน”
พูดจบเขาก็ล้มตัวลงนอนแล้วกรนทันที
หม่าซูเยี่ยน “…”
เธอทุบอกของจ้าวอู่เจียงทีหนึ่ง แล้วร้องด้วยความน้อยใจ
“ทำอะไรของนายน่ะ?!”
จ้าวอู่เจียงรีบลุกขึ้นนั่งทันที ใบหน้าใต้หน้ากากยิ้มซุกซน
“ฉันแกล้งเธอเล่นน่ะ”
ที่จริงแล้วจ้าวอู่เจียงกำลังแกล้งหม่าซูเยี่ยนอยู่จริง ๆ กลยุทธ์นี้ แรกเริ่มคือการลดความคาดหวังของหม่าซูเยี่ยนลงก่อน ทำให้เธอไม่ทันตั้งตัว เพื่อที่ว่าเมื่อเขาเสนอเกมต่อไป หม่าซูเยี่ยนจะได้ตั้งใจเล่นมากขึ้น
“พวกเราเล่นเกมสอบสวนกันเถอะ” จ้าวอู่เจียงพูดพลางกดหม่าซูเยี่ยนลงบนโซฟา
ร่างบอบบางของหม่าซูเยี่ยนจมลงบนโซฟา ใบหน้างามแดงระเรื่อด้วยความเขินอาย เธอส่งเสียงครางเบา ๆ
“น่าเกลียดจริง…”
การสอบสวนทำให้เธอนึกถึงฉากที่ทำให้หน้าแดงในหนังผู้ใหญ่ที่เคยดูกับเพื่อน ๆ
เรื่องราวของสายลับสาวในชุดหนังที่แทรกซึมเข้าไปในค่ายศัตรูเพื่อสืบข้อมูล แต่กลับถูกจับได้ และถูกทรมาน… จนไม่อาจต้านทานความปรารถนาได้
จ้าวอู่เจียงทำสีหน้าเคร่งขรึม เขาพูดด้วยน้ำเสียงเย้ายวนพลางวางมือใหญ่ลงบนทรวงอวบอิ่มของหม่าซูเยี่ยน
“พูดความจริงซะ ใครส่งเธอมาอยู่ข้างฉัน แล้วทำให้ฉันหลงรักเธอ?”
คำด่าที่ฉันพูดไปเมื่อกี้เป็นเพราะความโมโหทั้งนั้น
นายเคยบอกฉันแล้วว่าไม่ให้ถามเรื่องงานที่นายรับจากกลุ่มนักล่ารางวัล และงานที่นายรับจากพี่หรานหร่าน
พี่หรานหร่านก็เคยบอกฉันเหมือนกัน ฉันไม่เคยสงสัยเลยนะ ว่านายกับพี่หรานหร่านเคยมีอะไรกันหรือเปล่า
จริง ๆ นะ…”
ใต้หน้ากากอิเล็กทรอนิกส์ ใบหน้าของจ้าวอู่เจียงเคร่งขรึมขึ้นในทันที หม่าซูเยี่ยนคงไม่ได้โกหก และก่อนหน้านี้ทั้งจ้าวเจียงและหรานหร่านต่างห้ามไม่ให้หม่าซูเยี่ยนถามเรื่องการค้าเหล่านี้ นอกจากจะเป็นการปกป้องหม่าซูเยี่ยนแล้ว ยังเป็นการปิดบังเนื้อหาของการค้าด้วย
เช่นนี้แล้ว สิ่งที่จ้าวเจียงเคยทำมาก่อนหน้านี้คงไม่ใช่เรื่องดีแน่นอน อาจถึงขั้นเป็นเรื่องที่เลวร้ายไร้มนุษยธรรมเลยทีเดียว
และเขาก็ถูกดึงเข้ามาพัวพันด้วย
ไม่ว่าเขาจะสวมรอยเป็นจ้าวเจียงต่อไปหรือไม่ก็ตาม เขาก็ไม่อาจหลุดพ้นจากวังวนนี้ได้ในเร็ววัน เพราะโม่หรานหร่านไม่มีทางปล่อยให้เขาหายตัวไปเฉย ๆ แน่นอน เพราะไม่ว่าเขาจะเป็นจ้าวเจียงตัวจริงหรือไม่ก็ตาม ในใจของโม่หรานหร่าน เขาก็คือคนที่ล่วงรู้ความลับเบื้องหลังเรื่องหัวใจสองดวงไปเสียแล้ว
เมื่อจ้าวอู่เจียงคิดถึงตรงนี้ คิ้วคมก็ขมวดแน่นขึ้นเรื่อย ๆ เขาพยายามนึกเชื่อมโยงไปถึงความเป็นไปได้อีกรูปแบบหนึ่ง
ในเวลาเดียวกัน ภายใต้ความมืดนอกประตูห้อง ปรากฏเป็นโม่หรานหร่านที่ดูเหมือนจะจากไปแต่ยังไม่ได้ไปไหนกำลังเล่นโซ่เส้นหนึ่งอยู่ในมือ มองทะลุเข้าไปในห้องที่มีคนสองคนอยู่ สีหน้าของเธอเย็นชาขึ้นเรื่อย ๆ

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า