บทที่ 1561 ความโกรธของเหล่าคนประจบและผู้ที่คลั่งไคล้
เหล่าคุณชายนั่งจิบชาและขนมว่าง พลางสนทนากันไปมา
“พูดแบบนั้นก็ไม่ถูก ทุกคนที่มาที่นี่ไม่จำเป็นที่จะต้องมาร่วมงานวันเกิดของคุณหนูโม่หลีอย่างเดียว บางทีอาจเป็นลูกค้าทางธุรกิจของตระกูลโม่ก็ได้”
“ก็จริง ตระกูลโม่มีทั้งอำนาจและทรัพย์สิน อนาคตก็สดใส”
“ถ้าได้รับความชื่นชอบจากคุณหนูโม่หลีหรือคุณหนูใหญ่หรานหร่าน…”
“นายคิดอะไรอยู่ คิดเพ้อเจ้อ?”
“แค่คิดก็ไม่ได้เหรอ ตั้งแต่โบราณมา วีรบุรุษย่อมรักสาวงาม มีอะไรน่าละอายกัน?”
“ถ้าฉันสามารถทำให้คุณหนูโม่หลีพอได้ ฉันจะรักเธอไปชั่วชีวิต พวกนายรู้ไหมว่าฉันเขียนจดหมายรักถึงคุณหนูโม่หลีไปกี่ฉบับแล้ว?”
“จดหมายรัก จดหมายรักอะไร นายเป็นพวกชอบประจบสินะ? พวกประจบต้องไปต่อท้ายแถว! เร็วเข้า!”
“ใช่ พวกประจบน่าละอาย! เขียนจดหมายรักส่งไปจะไปมีความหมายอะไร? ฉันเพื่อเตรียมของขวัญวันเกิดปีนี้ให้กับเธอ ฉันถึงกับขายรถที่คุณพ่อซื้อให้ไป ของขวัญที่ฉันเตรียมมานี่แหละคือความหมายที่แท้จริง ความรักที่จับต้องได้!”
“รักบ้านนายสิ เจ้าพวกประจบที่ไม่รู้จักตัวเอง ไปต่อท้ายพวกประจบเลย!”
“พูดตามตรง ฉันผิดหวังในพวกนายมาก ตอนแรกคิดว่าพวกนายจะเป็นคู่แข่งในเส้นทางความรักของฉัน ไม่นึกว่าจะเป็นแค่พวกประจบ”
“พวกแฟนคลับที่คลั่งไคล้ไอดอลระดับซูเปอร์สตาร์ยังประจบไม่เก่งเท่านาย ถามหน่อยว่านายคิดอะไรอยู่ ถึงได้บอกว่ามีคลื่นสมองตรงกัน…”
“ในเมื่อทุกคนชอบคุณหนูโม่หลี ถ้าอย่างนั้นคุณหนูหรานหร่านก็เป็นของฉันสิ?”
“ไสหัวไป! นายคู่ควรกับหรานหร่านของฉันตรงไหน?”
“นายเข้าใจคุณหนูหรานหร่านดีเท่าฉันเหรอ? ฉันกับคุณหนูหรานหร่านเติบโตมาในดวงดาวเดียวกันตั้งแต่เด็ก นี่เรียกว่าอะไร นี่เรียกว่าพรหมลิขิต! เรียกว่าเพื่อนวัยเยาว์ชัด ๆ!”
“ฉันก็อยู่ในกลุ่มดาวเดียวกันกับคุณหนูหรานหร่านมาตั้งแต่เด็กเหมือนกัน! จะเรียกว่าพรหมลิขิตได้อย่างไร? ยังจะมาอ้างว่าเป็นเพื่อนวัยเยาว์อีก นายโง่รึเปล่า?”
“หยุดทะเลาะกันได้แล้ว ไม่น่าดูเลย พวกผู้อาวุโสกำลังดูพวกนายนะ นู่น พวกเขาขำอยู่ข้างหลังน่ะ”
“ใช่แล้ว!”
“ฉันได้กลิ่นของคุณหนูหรานหร่านแล้ว เธอกำลังเดินมาใกล้ พวกนายเงียบไว้”
“ฉันจะลองดมดู ทำไมฉันไม่ได้กลิ่นเหมือนนายล่ะ นี่นายเป็นหมาเหรอ?”
“เดี๋ยวก่อน นายไม่ใช่เหรอที่เป็นสมุนรับใช้คุณหนูโม่หลี แล้วทำไมถึงได้กลิ่นคุณหนูหรานหร่านล่ะ? ไอ้หมาชั่ว!”
“หมาชั่วต้องเข้าแถวหลังพวกสมุนรับใช้ที่ไม่รู้จักตัวเอง!”
“พูดแบบนี้ พวกเราที่เป็นสมุนรับใช้ก็มีตำแหน่งสูงขึ้นแล้วสินะ?”
“นายใส่ร้ายฉันเหรอ? อย่าเอาฉันไปรวมกับพวกสมุนรับใช้นะ!”
“ฮึ ที่แท้ก็คือจ้าวเจียงนักล่าแม่นั่นเอง มันชอบทำเรื่องต่ำทรามไปทั่ว ไม่ว่าจะเป็นการทวงหนี้หรืองานล่าเงินรางวัลอื่น ๆ ก็ชอบลงมือกับแม่ของคนอื่น ข่มขู่แม่ของเขาเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ต้องการ”
“เรื่องร้ายไม่ควรลามไปถึงครอบครัว การที่มันใช้การข่มขู่แม่ผู้อื่นเป็นวิธีบีบบังคับ น่ารังเกียจจริง! สมแล้วที่ได้ฉายาว่าจ้าวเจียงนักล่าแม่”
“แล้วทำไมเขาถึงเดินอยู่กับคุณหนูหรานหร่านล่ะ?”
“ไอ้เวร ปล่อยมือคุณหนูหรานหร่านเดี๋ยวนี้นะ!”
“แกเบื่อชีวิตแล้วสินะจ้าวเจียง ต่อไปถ้าแกกล้าผ่านดาวเสี่ยวชางของฉัน ฉันซีเหมินฉางไห่จะหักขาแกให้ได้”
“คุณหนูหรานหร่านผู้บริสุทธิ์ต้องมาถูกมือสกปรกของจ้าวเจียงแตะต้อง สวรรค์ช่างโหดร้ายต่อคุณหนูหรานหร่านเหลือเกิน…”
“…คุณหนูหรานหร่าน ถ้าคุณถูกข่มขู่ก็ขยิบตาให้ผมที ผมอยู่ตรงนี้ อย่ากลัวไปเลย!”
เหล่าคุณชายต่างพากันพรั่งพรูถ้อยคำอิจฉาริษยา
แต่ถึงอย่างนั้นจ้าวอู่เจียงก็ยังคงนิ่งเฉย เขากระซิบข้างหูของโม่หรานหร่าน
“ฉันพาเธอไปทายาดีไหม?”
“จ้าวเจียง แกกำลังกระซิบอะไรข้างหูเธอน่ะ? อย่าบอกนะว่าแกจะข่มขู่คุณหนูหรานหร่าน? ที่นี่คือตระกูลโม่นะ!” พอมีคนเห็นท่าทีสนิทสนมของจ้าวเจียงก็โกรธจัด
“จ้าวเจียง คนฉลาดย่อมรู้กาลเทศะ วันนี้แกจะมาหาเรื่องพวกฉันเหรอ? ถ้ารู้เรื่องรู้ราวก็รีบปล่อยมือจากเธอซะ!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า