บทที่ 1563 ไม่เปิดเผยความลับ? เกาะผู้หญิงกิน?
“นายอย่าใส่ใจคำพูดของพวกเขาเลย”
นัยน์ตาอ่อนโยนของโม่หรานหร่านเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด
จ้าวอู่เจียงที่ทายาให้เธอเสร็จแล้ว ตอนนี้เขากำลังนวดเท้าเล็กขาวเนียนนุ่มนวลของเธออย่างอ่อนโยน
เขาเอ่ยเสียงทุ้ม “การเผชิญกับความสงสัย คือเส้นทางที่ผู้แข็งแกร่งต้องผ่าน”
โม่หรานหร่านยิ้มสดใส เธอรู้สึกสะเทือนใจกับคำพูดนี้จริง ๆ บางทีก่อนที่จะรู้ตัวตนที่แท้จริงของจ้าวเจียง เธออาจคิดว่าคำพูดนี้ของจ้าวเจียงเป็นความหยิ่งผยอง ไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ นักล่าเงินรางวัลตัวเล็ก ๆ ที่มีชีวิตรอดด้วยการทำงานที่ไม่อาจให้ผู้คนเห็น ยังจะคิดเป็นผู้แข็งแกร่ง?
แต่เมื่อเธอรู้ว่าตัวตนที่แท้จริงของจ้าวเจียงคือลูกชายของท่านผู้นั้น ซึ่งกำหนดไว้แล้วว่าอนาคตจะไม่ธรรมดา จึงไม่แปลกที่เขาจะมีความมั่นใจพอที่จะพูดเช่นนี้
เพียงแค่ทำให้จ้าวเจียงหลงใหล แล้วใช้เขาเป็นสะพานเชื่อมกับท่านผู้นั้น เช่นนั้นแล้วตระกูลโม่ก็จะยิ่งเฟื่องฟู
การก้าวสู่ความรุ่งเรืองและความแข็งแกร่งของตระกูลโม่จะเป็นจริงในรุ่นของเธอ หรืออาจจะสำเร็จด้วยมือของเธอ โม่หรานหร่านเอง
น้ำเสียงของเธอจึงอ่อนโยนลงอีก และแฝงความอาย
“ถ้าคนอื่นเห็นนายทายาให้ฉันแบบนี้ นายจะต้องเผชิญความสงสัยและความเป็นศัตรูมากขึ้น แม้แต่ซูเยี่ยนก็อาจโกรธนายได้”
“ไม่เป็นไร” จ้าวอู่เจียงเล่นกับเท้างามของเธอ แล้วพูดอย่างตรงไปตรงมา
“ขอแค่ฉันกับเธอไม่รู้สึกละอายในใจ แล้วจะสนใจคำพูดของพวกเขาไปทำไม?”
โม่หรานหร่านจู่ ๆ ก็หลบสายตา แล้วแสร้งพึมพำเบา ๆ ว่า “แล้วถ้าฉันรู้สึกละอายในใจล่ะ?”
ถ้าเป็นผู้ชายที่หลงรักโม่หรานหร่าน ก็คงจะซาบซึ้งกับคำพูดอ้อม ๆ แบบนี้ของเธอไปแล้ว แต่เขาไม่ใช่ แต่ถึงอย่างไรเขาก็ต้องแสร้งทำเป็นเช่นนั้น
เขาเดาได้ถึงสิ่งที่โม่หรานหร่านต้องการ ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจหลอกล่อเธอก่อน
“ขอเพียงมีพลังความสามารถเพียงพอ ก็จะไม่มีความละอายใด ๆ สักวันหนึ่ง ความสงสัย การเยาะเย้ย ความละอายใจ ความรู้สึกทั้งหมดจะกลายเป็นแค่ควันที่ลอยผ่านไป…”
เขากำลังหลอกล่อโม่หรานหร่าน เขาบอกเธอว่า รอให้ถึงวันที่เขาเบื่อหน่ายกับการใช้ชีวิตปลอม ๆ แล้วเขาจะอยู่กับเธอ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกันสองคน หรือจะเป็นครอบครัวใหญ่สามคนก็ตาม ภูมิหลังของเขาจะลบล้างทุกสิ่ง ทำให้ความละอายใจและความสงสัยไม่มีอยู่อีกต่อไป
ดวงตาของโม่หรานหร่านพลันเป็นประกาย เธอตอบรับเขาเบา ๆ เธอรู้ว่าจ้าวเจียงเป็นคนเก็บตัว การที่เขาบอกเธออย่างอ้อม ๆ เช่นนี้ แสดงว่าเธอมีตำแหน่งในใจเขาแล้ว
ในตอนนั้นเอง มีเสียงเคาะประตูห้องเล็ก
“คุณหนูคะ ของที่คุณหนูต้องการมาแล้วค่ะ”
“เข้ามา” โม่หรานหร่านพูดเสียงเย็นชา
จ้าวอู่เจียงกำลังจะแตะกล่องกลไก แต่เขาก็รู้ตัวอย่างรวดเร็วว่าตัวเองอาจจะเปิดกล่องนี้ไม่ได้ เพราะเขาไม่ใช่จ้าวเจียง
กล่องกลไกที่หม่าซูเยี่ยนให้เขาเปิดก่อนที่เธอจะหลับไป เป็นกล่องที่เธอได้เปิดและอนุญาตไว้แล้ว เขาจึงสามารถนำน้ำยาวิวัฒนาการที่อยู่ข้างในไปได้
แต่กล่องกลไกใบนี้ เขาไม่กล้ารับรองว่าจะเปิดได้หรือไม่ หากเปิดไม่ได้ขึ้นมา เขาก็จะถูกจับได้ทันที
เขาคิดอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ไม่ได้แตะต้องกล่องกลไก ทำเพียงถอนหายใจเบา ๆ
“ไม่ต้องดูแล้ว ฉันเชื่อใจเธอ อีกอย่างการทำการค้ากับเธอ ฉันไม่ได้ต้องการเพียงแค่ค่าตอบแทน ฉันไม่ได้สนใจเรื่องค่าตอบแทนขนาดนั้น”
หากจ้าวเจียงยังมีชีวิตอยู่ แล้วเขาได้ยินคำพูดนี้คงจะกระอักเลือดเป็นแน่ เพราะสำหรับจ้าวเจียงแล้ว เขาทำไปก็เพื่อค่าตอบแทนเท่านั้น!
ผู้หญิงมีแต่จะทำให้การหาเงินของเขาช้าลง และจะกลายเป็นอุปสรรคบนเส้นทางการเพิ่มพลัง มิเช่นนั้นเขาก็คงไม่ทนรับความขอบคุณและการตื๊อของหม่าซูเยี่ยนจนต้องคบหากับเธอ และก็คงไม่ยอมเลิกรากันเพราะหม่าซูเยี่ยนต้องการทำลายพรหมจรรย์ของเขา
แต่จ้าวอู่เจียงนั้นต่างออกไป คำพูดของเขาล้วนมีนัยยะแอบแฝง เขาไม่ได้ทำเพื่อค่าตอบแทนเท่านั้น แต่ยังทำเพื่อคนด้วย การพูดเช่นนี้ก็เพื่อไม่ให้โม่หรานหร่านสงสัยในตัวเขา
เมื่อโม่หรานหร่านได้ฟังจบ เธอก็ยิ้มอายเล็กน้อย ก่อนจะเปิดกล่องกลไกด้วยตัวเอง แล้วหยิบน้ำยาวิวัฒนาการและบัตรสีดำทองยื่นให้เขาทั้งหมด เสียงของเธอฟังดูอ่อนหวานเย้ายวน
“รับไว้ ห้ามปฏิเสธ”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า