เข้าสู่ระบบผ่าน

ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า นิยาย บท 1578

บทที่ 1578 ชายหญิงผู้มีศรัทธา และชายเลวที่แท้จริง

‘ตระกูลโม่มีคนทรยศหรือ?’

จ้าวอู่เจียงรู้สึกถึงความผิดปกติ และสัญชาตญาณที่เตือนให้ระแวดระวัง ทั้งที่ในยามปกติเขามิใช่คนขี้สงสัยเช่นนี้

สาเหตุหนึ่งคงเป็นเพราะเขาอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคย ไร้ซึ่งญาติสนิทอยู่ข้างกาย มีเพียงการตามหาดวงวิญญาณของจิ้งเอ๋อร์ที่กระจัดกระจายไปทั้งสี่ทิศ และการช่วยชีวิตหลินหลางเท่านั้น

ในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ เขาจึงรู้สึกต่อต้านและไร้ซึ่งความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของโลกใบนี้โดยธรรมชาติ

สาเหตุที่สอง คือ ความระมัดระวังของตัวเขาเอง

เขาได้วิเคราะห์สาเหตุของเหตุระเบิด ในสถานการณ์ปกติมีเพียงสองกรณีเท่านั้น หนึ่งคือการแก้แค้น สองคือการเตือน

หากเป็นการแก้แค้น การที่สามารถใช้คนทรยศที่แฝงตัวอยู่ในตระกูลโม่โดยไม่เคยมีใครสังเกตเห็นความผิดปกติมาก่อน แสดงว่าเป็นการแก้แค้นที่วางแผนมาอย่างพิถีพิถันเป็นเวลาไม่น้อย

แม้เหตุระเบิดจะเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน กลับให้ความรู้สึกหยาบ ๆ ไม่เหมือนการแก้แค้นที่วางแผนมาอย่างละเอียดเป็นเวลานาน

หากเป็นการเตือน ก็ไม่จำเป็นต้องให้คนทรยศที่แฝงตัวอยู่ลงมือ หรือว่าตั้งใจจะเผยให้เห็นคนทรยศเพื่อให้สมาชิกตระกูลโม่หวาดกลัว เตือนให้ตระกูลโม่เลิกหยิ่งผยอง เพราะตอนนี้พวกแกถูกแทรกซึมแล้ว?

หากเป็นเช่นนั้นจริง การระเบิดเองก็ดูไม่มีความจำเป็น กลับจะทำให้ความหมายของการเตือนอ่อนลง กลายเป็นการสร้างความแค้นที่ใหญ่หลวงขึ้นมา

ถ้าเช่นนั้นจุดประสงค์ที่แท้จริงของเหตุระเบิดครั้งนี้คืออะไรกันแน่?

หรือว่าข้าคิดมากเกินไป?

จ้าวอู่เจียงถูไถนิ้วมือ เรื่องนี้ดูเหมือนจะไม่เกี่ยวข้องกับเขาในตอนนี้ เขาครุ่นคิดครู่หนึ่ง แล้วจึงตัดสินใจละทิ้งความคิดที่จะวิเคราะห์และสืบค้นเรื่องราวให้ลึกลงไปชั่วคราว

โม่หรานหร่านถอนหายใจเบา ๆ พลางตอบชายตรงหน้าที่กำลังหยอกล้อเธออย่างมีนัยว่า “ฉันเคยมีเวลาว่างด้วยเหรอ? ตอนนี้ชินแล้วล่ะ…”

“ในเมื่อเป็นคนของตระกูลโม่ กินข้าว ใช้สอยของตระกูลโม่ การทำงานหนักเพื่อตระกูลโม่ก็เป็นสิ่งที่ฉันสมควรทำ

บางทีถ้าได้แต่งออกไป แล้วมีคนเลี้ยงดู ก็คงไม่ต้องยุ่งวุ่นวายแบบนี้…”

จ้าวอู่เจียงเอ่ยวาจาประจบประแจงอย่างเป็นธรรมชาติว่า “เธอไม่เหมือนผู้หญิงที่จะยอมแต่งงานให้ผู้ผู้ชายเลี้ยงนะ เธอสวยและเพียบพร้อมแบบนี้ ใครได้เธอไปเป็นภรรยาก็นับว่าโชคดี ไม่ต้องดิ้นรนอีกหลายปี…”

โม่หรานหร่านชายตามองจ้าวอู่เจียงเล็กน้อยแล้วเหลือบมองประตูห้องคนไข้ ก่อนจะลดเสียงลงพูดว่า

“อยากให้ฉันให้โอกาสนาย? นายจะทิ้งซูเยี่ยนได้เหรอ? เธอก็ไม่ใช่คนฐานะต่ำต้อยนะ”

จ้าวอู่เจียงพูดด้วยน้ำเสียงค่อนข้างไม่ใส่ใจว่า “บุรุษแท้ไม่เคยต้องเลือก สำคัญที่ฉันกับซูเยี่ยนเข้ากันได้ดี แล้วเมื่อไหร่พวกเราจะได้ลองเข้ากันดูบ้าง…”

โม่หรานหร่านเข้าใจความนัยของคำยั่วยวนดี เธอรู้ดีว่าตัวเองกับจ้าวเจียงไม่ใช่คนดีมีศีลธรรมอะไร จึงเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเย้ายวนว่า “รอนายกลับมาคราวนี้แล้วกัน”

“รอนายสืบเรื่องซีเหมินฉางชิ่งให้กระจ่างแล้วกลับมา ฉันจะให้รางวัลนายด้วยการฝึกฝนร่วมกัน นายอยากฝึกฝนแบบไหนก็ได้ทั้งนั้น”

“ซูเยี่ยนอยู่ข้างนอกนะ!” โม่หรานหร่านถูกกอดรัดแน่น กลิ่นอายความเป็นบุรุษอันแข็งแกร่งของจ้าวอู่เจียงที่โถมเข้าใส่ทำให้เธอรับมือไม่ไหว ความเย้ายวนและเสน่ห์ของเธอเป็นเพียงการแสดงละครเท่านั้น เธอไม่อาจต้านทานความร้อนแรงที่แท้จริงได้

“อย่ากลัวไป”

จากนั้นจ้าวอู่เจียงจึง ‘ปลอบ’ ว่า

“ฉันเป็นคนรักเก่าของซูเยี่ยน ส่วนเธอเป็นเพื่อนสนิทของซูเยี่ยน พวกเราล้วนเป็นคนใกล้ชิดของเธอ การสนิทสนมกันเป็นเรื่องปกติ

เธอชอบฉัน เธออยากได้ฉัน พวกเธออยู่ในแนวร่วมเดียวกัน เพราะอย่างนั้นเธอยิ่งไม่มีอะไรต้องกลัวแล้ว”

ล่าห่านทั้งวัน สุดท้ายกลับถูกห่านจิกเสียเอง

โม่หรานหร่านถูกจ้าวอู่เจียงลูบคลำไปทั่ว ก่อนจะหลุดพ้นออกมาได้ เรื่องนี้ทำให้เธอรู้สึกอับอาย

แม้ว่าเธอจะเตรียมใจไว้แล้วว่าการจะเอาชนะจ้าวเจียงนั้น จำเป็นต้องสละเรือนร่างของตนเอง แต่นั่นต้องอยู่บนพื้นฐานที่เธอเป็นฝ่ายควบคุมสถานการณ์ เช่นเมื่อเช้านี้ที่แกล้งทำเท้าพลิกเพื่อยั่วยวนจ้าวเจียง

แต่เมื่อครู่นี้เธอกลับสูญเสียการเป็นฝ่ายการควบคุม ถูกกักไว้ในอ้อมกอดและลูบคลำไปทั่ว

แม้จะโกรธมากขนาดไหนก็ไร้ประโยชน์ ผู้ชายน่ารังเกียจคนนี้ทำตัวเหมือนคนไร้ยางอาย ถึงกับพูดว่าให้เธอลูบคลำเขากลับคืนได้

‘เธอจะลูบคลำอะไร? ลูบคลำตรงไหน? แล้วมันเป็นการได้เปรียบที่เธอจะทำกลับคืนได้เหรอ?’

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า