บทที่ 1602 การจัดฉากของตัวเอง นำความอับอายมาสู่ตน
โม่หรานหร่านได้ตัดสินใจแล้ว
แม้ว่าภายนอกเธอจะทำตามใจโม่ชุนที่บอกว่าไม่ควรไปช่วยเหลือจ้าวเจียงในตอนนี้
แต่หลังจากที่เธอออกจากห้องของโม่หลี เธอก็ยังคงใช้กองกำลังส่วนตัวที่มีอยู่ออกไปอย่างรวดเร็ว หวังว่าจะช่วยจ้าวเจียงได้ทันก่อนที่เขาจะถูกปิดปาก
และถ้าจ้าวเจียงถูกเจ้าหน้าที่สำนักงานรักษาความสงบจับกุมและกำลังถูกสอบสวนอยู่ กำลังเหล่านี้ก็จะฆ่าจ้าวเจียง ไม่ให้เขาเผยเรื่องที่จะเป็นผลกระทบต่อเธอแม้แต่น้อย
ชั้นที่สามของหอคอยโบราณ โม่หรานหร่านนั่งขดตัวอยู่บนเก้าอี้นวมเพียงลำพังกลมกลืนไปกับความมืด
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงไม่กี่วันนี้ทำให้เธอกลับมามีความคิดว่าจะพาน้องสาวออกจากตระกูลโม่ไปซะเลยตอนนี้
เหตุการณ์ระเบิดในงานวันเกิดของเสี่ยวหลี โม่หรานหร่านได้ทำความเข้าใจและคาดการณ์จากคนบางกลุ่มแล้ว จนสามารถยืนยันความจริงได้อย่างรวดเร็ว
เรื่องนี้ไม่ได้เกิดจากคนนอกตระกูลโม่ และก็ไม่ใช่เพราะตระกูลโม่ถูกแทรกซึม หรือมีคนทรยศต่อตระกูลโม่แต่อย่างใด
ไม่ว่าจะเป็นการแก้แค้นหรือการเตือน ล้วนเป็นเพียงการคาดเดาของคนนอก สำหรับเธอแล้วความคิดเหล่านั้นถูกทำลายไปหมดสิ้น
นี่เป็นเพียงการระเบิดที่ตระกูลโม่จัดฉากขึ้นมาเอง
ตระกูลโม่ตกอยู่ภายใต้การควบคุมของ ‘พวกเขา’ ที่มีอารยธรรมด้านเทคโนโลยีสูงกว่าดาวโม่ ถึงขนาดที่ก่อนหน้านี้พวกเขาถึงกับกล้าตัดสินใจเองว่าจะริบผลประโยชน์บางส่วนของตระกูลโม่ ดังนั้นตระกูลโม่จึงคิดแผนจัดฉากการระเบิดขึ้นมาเอง
เมื่อเกิดการระเบิด ย่อมก่อให้เกิดการคาดเดามากมาย เพียงเท่านี้ดาวโม่ก็สามารถใช้เป็นข้ออ้างในการ ‘แสร้งน่าสงสาร’ เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ของตนเอง
ในขณะเดียวกันนี่ก็เป็นเหตุผลอันชอบธรรมในการตรวจสอบชำระล้างภายในดาวโม่ และเป็นโอกาสในการจัดระเบียบครั้งใหญ่ของตระกูลโม่เพื่อรวบรวมแนวรบของตระกูลให้เป็นหนึ่งเดียว และเตรียมพร้อมสำหรับการผงาดครั้งใหญ่
และเพื่อให้แผนการที่จะได้ประโยชน์สองต่อหรือแม้แต่สามต่อนี้ไม่มีข้อบกพร่องในสายตาคนนอก ตระกูลโม่ถึงกับยอมให้เธอและเสี่ยวหลีเข้าใกล้จุดศูนย์กลางของการระเบิด
แม้ว่าขอบเขตการระเบิดจะอยู่ภายใต้การควบคุมของตระกูลโม่และแน่นอนว่าจะไม่ทำอันตรายต่อเธอและเสี่ยวหลีจริง ๆ แต่การกระทำครั้งนี้ก็ทำให้เธอรู้สึกหนาวเหน็บในหัวใจอีกครั้ง
ตระกูลโม่ก็เป็นแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรไม่ใช่หรือ? ไม่เลือกวิธีการ เพียงเพื่อการผงาดขึ้น หรือพูดอีกอย่างคือเพื่อตอบสนองผลประโยชน์ส่วนตัวของคนบางคนให้ดียิ่งขึ้น…
โม่หรานหร่านในตอนนี้ดูราวกับดั่งแมวดำที่ขดตัว ดวงตาในความมืดยิ่งดูลึกล้ำ
ในขณะเดียวกัน จ้าวอู่เจียงที่ถูกใส่ร้ายและได้เข้าไปพัวพันกับคดีใหญ่ที่จะส่งผลกระทบและสั่นสะเทือนทั่วทั้งอาณาเขตพันดารากลับไม่รู้เรื่องรู้ราวใด ๆ ตอนนี้กำลังขับรถซิ่งอยู่ใต้ท้องฟ้ายามราตรีของดาวเสี่ยวชาง
“บัลเลต์ใต้น้ำ หนุ่มอินเดียสุดหล่อ… จับกุ้ง” จ้าวอู่เจียงกำลังฮัมเพลงจากอนิเมะแข่งรถเรื่อง Initial D แกล้งทำเป็นว่าตนเองอยู่บนเขาอากินะ
ถ้าเป็นจ้าวอู่เจียงในอดีต เขาคงไม่อยากลงมือกับผู้พิทักษ์ความยุติธรรมเช่นนี้ แต่หลังจากที่ได้ผ่านเรื่องราวมากมายบนดาวดวงนี้ ความคิดของเขาก็เปลี่ยนไป
ยานพาหนะบินไม่สามารถเคลื่อนที่ไปข้างหน้าได้ เมื่อสูญเสียพลังขับเคลื่อน มันจึงเริ่มร่วงลงจากที่สูง เจ้าหน้าที่ฉางเวยรุกคืบเข้ามา และเตรียมจะใช้พละกำลังอันมหาศาลจับกุมจ้าวเจียง
ถ้าหากจับจ้าวเจียงได้ เขาก็จะได้เลื่อนตำแหน่ง ขึ้นเงินเดือน และได้แต่งงานกับสาวงามร่ำรวย ก้าวสู่จุดสูงสุดของชีวิต
เขาหัวเราะเยาะ พร้อมกับศอกที่พุ่งเข้าใส่
‘ผัวะ!’
จ้าวอู่เจียงตบกลับทันที ต่อให้เป็นผู้วิวัฒนาการขั้นห้าที่มีพลังพิเศษแข็งแกร่งแต่กำเนิดก็เถอะ จะแข็งแกร่งสักแค่ไหนก็ยังสู้ผู้บำเพ็ญโบราณระดับมหามรรคาอย่างเขาไม่ได้
การตบครั้งนี้ส่งเจ้าหน้าที่ที่กำลังกระตือรือร้นจะสร้างผลงานลอยหมุนติ้วไปหลายรอบ
ส่วนจ้าวอู่เจียงไม่ได้ชักช้าแม้แต่น้อย เขาบีบขาทั้งสองกระโดดขึ้นคร่อมรถด้วยท่วงท่าอันงดงาม พุ่งทะลุแนวปิดล้อมที่อ่อนแอ แล้วขับหนีไป
เจ้าหน้าที่สำนักงานรักษาความสงบต่างตะลึง แต่ก็ไม่มีใครไม่สนใจชีวิตของเพื่อนร่วมงาน ถึงอย่างไรผู้วิวัฒนาการขั้นห้าก็ไม่มีทางตายง่าย ๆ พวกเขาขับรถบินไล่ตามไปทันที เสียงไซเรนดังลั่น

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า