บทที่ 1607 ผู้วิวัฒนาการและผู้บำเพ็ญโบราณ
สายลมราตรีพัดกระโชกผ่านหน้าต่างเข้ามา ทำให้ม่านหน้าต่างพลิ้วไหว
หยวนเหลยก้าวสองก้าวไปที่หน้าต่าง ดวงตาใต้แว่นดำจ้องมองไปยังท้องฟ้ายามราตรี ก่อนจะมองเห็นเงาของยานบินขนาดเล็กที่พร่ามัวได้
“รีบติดต่อสำนักงานรักษาความสงบเดี๋ยวนี้!” เขาตะโกนใส่ซีเหมินฉางชิ่งที่ยังไม่ทันได้สติ จากนั้นก็ก้าวขึ้นไปบนขอบหน้าต่าง
เขากระโดดออกไปกลางอากาศ ร่างกายพุ่งดิ่งลงมา แต่ตกลงมาเพียงหนึ่งฟุตเท่านั้น ก็หยุดลอยค้างกลางอากาศทันที จากนั้นเขาก็เหยียบย่างบนอากาศไล่ตามยานบินขนาดเล็กไป
ซีเหมินฉางชิ่งวิ่งพลางปรับกำไลสื่อสารเพื่อติดต่อกับสำนักงานรักษาความสงบ จากนั้นก็รีบเล่าเหตุการณ์ที่เมิ่งหลินถูกลักพาตัวไปอย่างรวดเร็ว
เรื่องที่ผู้จัดการหยวนเหลยเป็นผู้วิวัฒนาการระดับไม่ต่ำนั้น ซีเหมินฉางชิ่งรู้มานานแล้ว
ก่อนหน้านี้ตอนที่ผู้อำนวยการร่างกายไม่แข็งแรง ก็เคยยืมน้ำยาวิวัฒนาการมารักษา ตอนนั้นน้ำยาวิวัฒนาการก็ได้มาจากมือของหยวนเหลย
หยวนเหลยในฐานะผู้วิวัฒนาการได้ปลุกพลังพิเศษของตนเองแล้ว เขารู้เพียงว่านั่นคือพลังที่เกี่ยวข้องกับจิต แต่ว่าเป็นพลังแบบไหนนั้น ซีเหมินฉางชิ่งไม่ค่อยรู้แน่ชัด แต่ก็รับรู้ว่าแว่นดำที่หยวนเหลยสวมอยู่เป็นประจำนั้นใช้สำหรับปิดบังพลังของเขา
เพราะว่าพลังที่ใช้จิตชนิดนี้ ส่วนใหญ่เมื่อใช้งาน หากยังไม่ถึงขั้นชำนาญแล้ว ทุกครั้งที่ใช้จะส่งผลต่อดวงตาโดยไม่รู้ตัว ทำให้ผู้อื่นสามารถสังเกตเห็นความผิดปกติได้จากดวงตา นี่ก็เป็นเหตุผลที่ว่าทำไมก่อนหน้านี้ เมื่อน้องชายซีเหมินฉางไห่พาจ้าวเจียงกลับมา หยวนเหลยจึงกล้าทดสอบจ้าวเจียงแบบนั้น
ด้วยว่าหยวนเหลยสามารถใช้พลังจิต ทำให้รับรองความปลอดภัยของตนเองและซีเหมินฉางไห่ได้ จึงไม่ต้องกังวลว่าปืนจะอยู่ในมือจ้าวเจียงและไม่สามารถควบคุมได้
ในท้องฟ้ายามราตรี หยวนเหลยใช้จิตควบคุมสายลมพาร่างของตนเคลื่อนที่ไปอย่างรวดเร็ว
คนที่ลักพาตัวเมิ่งหลินได้พบหยวนเหลยแล้ว มันจึงยกปืนขึ้นยิงทันที
หยวนเหลยหลบหลีกอย่างคล่องแคล่ว เขาอยากจะลงมือกับยานบินขนาดเล็กลำนั้นโดยตรง แต่เมื่อนึกถึงว่าเด็กหญิงเมิ่งหลินยังอยู่ในยานจึงล้มเลิกความคิดนั้นไป และครุ่นคิดหาวิธีอื่น
สิ่งที่เขาทำได้ในตอนนี้มีเพียงการรักษาระยะห่างเอาไว้ และยื้อเวลารอจนกว่าคนจากสำนักงานรักษาความสงบจะมาถึง หรือไม่ก็ไล่ตามยานบินให้ทัน
แต่การที่เขารักษาระยะไม่ให้ถูกทิ้งห่างก็ยากลำบากมากแล้ว ดังนั้นการจะไล่ตามยานบินให้ทันนั้นยิ่งยากเข้าไปใหญ่ นี่ไม่ใช่สิ่งที่ผู้วิวัฒนาการขั้นห้าอย่างเขาจะทำได้
“ไอ้ผู้วิวัฒนาการจอมหยิ่งผยองแห่งยุคใหม่ เจ้าเคยเห็นพลังของผู้ฝึกฝนที่เป็นเศษเสี้ยวเทพเจ้าในยุคโบราณหรือไม่?”
“ฝ่ามือนี้ มีนามว่ามังกรล่องลอย กำเนิดจากยันต์แปดทิศ”
ร่างปริศนาวางมือข้างหนึ่งไว้ด้านหลัง ยืนลอยกลางอากาศ ก่อนจะฟาดฝ่ามือใส่หยวนเหลย
ยานบินขนาดเล็กเร่งความเร็วขึ้น จนในสายตาของหยวนเหลยมองเห็นมันเล็กลงและพร่าเลือนขึ้นเรื่อย ๆ
หยวนเหลยมองไม่เห็นว่าท่าฝ่ามือมังกรล่องลอยนี้จะมีความพิเศษตรงไหน แต่สัญชาตญาณอันแรงกล้าบอกเขาว่าฝ่ามือของอีกฝ่ายกำลังพุ่งเข้าใกล้ตัวเขาอย่างรวดเร็ว เขาจึงพยายามหลบไปด้านข้าง แต่แรงลมจากฝ่ามือของร่างปริศนาก็ยังเฉี่ยวแขนซ้ายของเขา ความเจ็บปวดราวกับถูกฉีกกระชากโจมตีเขาในทันที
ร่างปริศนาแค่นเสียงเย็นชา
“เจ้าควรรู้สึกโชคดีที่มีกฎของอาณาเขตพันดาราคอยกดทับอยู่ มิเช่นนั้นฝ่ามือเดียวนี้ก็เพียงพอจะทำให้เจ้าแหลกสลายทั้งร่างและวิญญาณ”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า