เข้าสู่ระบบผ่าน

ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า นิยาย บท 1613

บทที่ 1613 เธองดงามเสมอมา

สายลมราตรีพัดเย็นเอื่อย

จ้าวอู่เจียงอุ้มเด็กหญิงเมิ่งหลินเดินท่ามกลางความมืดมิดยามค่ำคืน

ชายลึกลับสองคนที่มาจับตัวเมิ่งหลินถูกเขาสังหารทิ้งแล้ว แต่กลับไม่ได้ข้อมูลสำคัญอะไรที่เป็นประโยชน์มาเลยแม้แต่น้อย

แต่ที่สำคัญที่สุดคือเมิ่งหลินปลอดภัยดี

เมิ่งหลินยังคงหลับสนิท ดูเหมือนว่าเธอจะถูกฉีดยาสลบหรือยานอนหลับบางอย่าง คงไม่ตื่นในเร็ว ๆ นี้

ไม่รู้ว่าเสียงต่อสู้เมื่อครู่จะแทรกซึมเข้าไปในความฝันของเด็กน้อยหรือไม่

จ้าวอู่เจียงมองใบหน้าของเมิ่งหลินด้วยแววตาอ่อนโยน เขากำลังมองดวงวิญญาณของจิ้งเอ๋อร์ที่หลับใหลอยู่เช่นกัน

ดวงวิญญาณที่อยู่ร่วมร่างกับผู้อื่น นอกจากจะให้พลังแก่ร่างที่อาศัยอยู่แล้ว ยังดูดซับสารอาหารจากร่างนั้นเพื่อซ่อมแซมตัวเองด้วย

ตอนนี้จ้าวอู่เจียงได้ตรวจสอบจนรู้วิธีนำดวงวิญญาณของจิ้งเอ๋อร์ออกจากร่างเด็กหญิงแล้ว

มือของเขาเปล่งประกายอ่อน ๆ ลูบไล้ร่างของเด็กน้อยที่หลับใหล เตรียมจะนำดวงวิญญาณกลับคืน

ขณะนั้นเอง ขนตายาวของเด็กน้อยสั่นไหว ดวงตากลมโตก็ลืมขึ้นอย่างงัวเงีย

ภายใต้แสงจันทร์สุกสกาว ดวงตากลมโตฉายแววมีชีวิตชีวา ใบหน้าเล็ก ๆ เปี่ยมด้วยความไร้เดียงสา

“อืม? คุณเป็นใครเหรอคะ?”

เด็กหญิงถามด้วยความไร้เดียงสา เธอหมุนศีรษะเล็ก ๆ มองไปรอบ ๆ ในยามที่ยังไม่ตื่นดี

เธอรู้สึกสงสัยแต่ไม่ได้หวาดกลัว

“ฉันอยู่ที่ไหนเหรอคะ?”

จ้าวอู่เจียงยิ้มอย่างอ่อนโยน เขากระชับแขนแน่นขึ้น ป้องกันสายลมราตรีอันเย็นยะเยือกให้เด็กน้อยในอ้อมแขน เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลต่ำ

“พาเธอกลับบ้าน”

เด็กหญิงขยี้ดวงตาที่ยังง่วงงุน กะพริบดวงตากลมโตที่แจ่มใส พูดด้วยความไร้เดียงสาบริสุทธิ์

“คุณไม่ใช่คนที่ฉันเจอวันนั้น…”

เมื่อเห็นเด็กหญิงหายงัวเงียจากการตื่นนอน จ้าวอู่เจียงจึงยิ้มถาม

“เสื้อผ้าและหน้ากากของฉัน เธอไม่กลัวเหรอ?”

เด็กหญิงส่ายศีรษะ

“ฉันกล้าหาญมาก”

“เธอสวยมาตลอด โดยเฉพาะเวลาที่ยิ้ม”

เด็กหญิงรู้สึกว่าคำว่า “เธอ” ที่พี่ชายตรงหน้าที่ดูคุ้นเคยและเป็นกันเองพูดออกมานั้น แตกต่างจากหิ่งห้อยเรืองแสงที่เธอเห็น

ความสามารถพิเศษในการรับรู้ความรู้สึกที่เฉียบคมของเธอ ทำให้เธอรู้สึกได้ว่า น้ำเสียงของพี่ชายผู้นี้ช่างอ่อนโยน แต่กลับแฝงไปด้วยความโศกเศร้า

เด็กหญิงยื่นมือออกไปด้วยความอยากรู้ แต่แล้วก็ชักมือกลับมา เธอถามอย่างสุภาพและรู้ความ

“ฉันขอสัมผัสคุณได้ไหมคะ?”

จ้าวอู่เจียงพยักหน้า

เด็กหญิงยิ้มหวานด้วยความดีใจ แล้วยื่นมือไปแตะต้องหิ่งห้อยเรืองแสงในมือของจ้าวอู่เจียง

มือน้อย ๆ ที่ยังไร้เดียงสาพุ่งผ่านดวงวิญญาณที่ดูราวกับหิ่งห้อย เมื่อสัมผัสไม่ถูก เธอก็พลันเบิกตากว้างด้วยความสงสัย แต่ก็ไม่ได้เอ่ยถามอะไร เพียงแต่พูดซ้ำอีกครั้งว่า

“สวยจริง ๆ”

หิ่งห้อยเรืองแสงค่อย ๆ ลอยเข้าไปในฝ่ามือของจ้าวอู่เจียงทีละดวง ความรู้สึกคุ้นเคยแทรกซึมเข้าสู่ห้วงใจของจ้าวอู่เจียง ทำให้ความรู้สึกโดดเดี่ยวที่ต้องระเหเร่ร่อนในแดนไกลของเขามีที่พึ่งพิงอีกแห่ง

“นานแล้วนะ จิ้งเอ๋อร์”

เสียงแผ่วเบาจนสายลมยามราตรียังไม่อาจได้ยิน แต่กลับมีผู้ที่ได้ยินมัน

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า