เข้าสู่ระบบผ่าน

ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า นิยาย บท 1614

บทที่ 1614 จากไปก่อนฟ้าสาง

เด็กหญิงเมิ่งหลินที่มีกิริยามารยาทดี ละเอียดอ่อน เข้าใจเรื่องราว ทั้งยังไร้เดียงสาและกล้าหาญ ทำให้จ้าวอู่เจียงรู้สึกสะเทือนใจ

ราวกับว่าเขาได้เห็นภาพในคืนวันอันยาวนานเมื่อครั้งก่อน ยามที่จิ้งเอ๋อร์ยังไม่ได้ขึ้นครองราชย์เป็นฮ่องเต้หญิง

เด็กหญิงตัวน้อยที่อยู่ในวังหลวงอันกว้างใหญ่ คอยรับฟังคำสั่งสอนจากฮ่องเต้ผู้เป็นบิดา

ในวัยที่ควรจะไร้เดียงสาปราศจากความกังวล กลับต้องเรียนรู้การเป็นกุลสตรี เรียนรู้การประนีประนอม เรียนรู้ที่จะเข้มแข็ง และต้องมีความกล้าหาญที่จะเผชิญกับคำวิพากษ์วิจารณ์ในอนาคต และเผชิญหน้ากับอุปสรรคที่ยังมาไม่ถึง

จนกระทั่งฮ่องเต้ผู้เป็นบิดาสวรรคต นางถูกบีบให้ขึ้นครองราชย์ และเติบโตมาอย่างโดดเดี่ยว

ในขณะที่ผู้คนต่างปรารถนาจะชำระล้างเครื่องประทินโฉม แต่ในยามนั้นนางกลับต้องแต่งแต้มเครื่องประทินโฉมลงบนใบหน้า

บางทีอาจเป็นเพราะเด็กหญิงเมิ่งหลินมีบางอย่างคล้ายคลึงกับนางในตอนนั้น ดวงวิญญาณของนางจึงได้พักพิงอยู่ในร่างของเด็กหญิงผู้นี้ชั่วคราว

จ้าวอู่เจียงอุ้มเด็กหญิงพุ่งไปยังย่านคฤหาสน์ที่ซีเหมินฉางชิ่งอยู่อย่างรวดเร็ว เขาพยายามค้นหาร่องรอยของจิ้งเอ๋อร์ในตัวเด็กหญิง และครุ่นคิดว่าเหตุใดดวงวิญญาณของจิ้งเอ๋อร์จึงมาพักพิงอยู่ในร่างของโม่หลี

‘เป็นเพราะโชคชะตาบังเอิญ หรือเป็นเพราะประสบการณ์ชีวิตของโม่หลี?’

เขาไม่อาจล่วงรู้ถึงมันได้ บางทีคงต้องรอจนกว่าเขาจะมีพลังแกร่งกล้าพอที่จะต่อกรกับดาวโม่และนำดวงวิญญาณของจิ้งเอ๋อร์กลับคืนมาจากร่างของโม่หลีได้เสียก่อน เขาถึงจะรู้ถึงสาเหตุที่แท้จริง

แม้แต่การคาดเดาของเขาที่ว่าดวงวิญญาณของจิ้งเอ๋อร์มาพักพิงในร่างของเด็กหญิงเมิ่งหลินก็อาจเป็นเพียงเหตุผลเหลวไหลที่เขาคิดมากเกินไปจนแต่งเรื่องขึ้นมาเอง

บางทีอาจไม่มีอะไรอย่างที่คิดเลย เป็นเพียงแค่เรื่องบังเอิญล้วน ๆ

เขาลองประเมินดู วิญญาณที่ได้รับกลับมาจากเด็กหญิงในตอนนี้ มีเพียงหนึ่งในห้าของสามจิต เจ็ดวิญญาณของจิ้งเอ๋อร์ เป็นเพียงวิญญาณสองดวงเท่านั้น

การรวบรวมสามจิต เจ็ดวิญญาณทั้งหมดคงจะเร็วกว่าที่คิด เพราะเพียงไม่กี่วันที่ผ่านมา เขาก็ได้พบกับเด็กหญิงเมิ่งหลินและโม่หลีจากตระกูลโม่แล้ว

ด้วยความรู้สึกเชื่อมโยงระหว่างเขากับจิ้งเอ๋อร์ ตามความคืบหน้านี้ บางทีอีกไม่เกินหนึ่งปี พวกเขาก็อาจได้พบกันอีกครั้ง

“พี่ชายยิ้มแล้ว”

เด็กหญิงเมิ่งหลินที่อยู่ในอ้อมกอดของจ้าวอู่เจียงราวกับกำลังล่องลอยอยู่ใต้ท้องฟ้ายามราตรี เธอสัมผัสได้ชัดเจนว่าอารมณ์ของพี่ชายดีขึ้นมากกว่าก่อนหน้านี้

“ฉันก็ยิ้มมาตลอดนะ”

“ไม่เหมือนกันหรอก” เมิ่งหลินส่ายศีรษะน้อย ๆ ในความมืดสลัวของราตรี เธอมองเห็นเค้าโครงบ้านของพี่ชิ่งอย่างราง ๆ

จ้าวอู่เจียงยิ้มเบา ๆ ลดความเร็วในการเหาะลง ร่างเริ่มลดระดับ

ร่างของจ้าวอู่เจียงหายไปแล้ว

เด็กหญิงเม้มปากมองไปรอบ ๆ ค่อย ๆ เดินไปทางอุโมงค์ลับ เดินเร็วขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งวิ่ง

ทว่าครั้งนี้จ้าวอู่เจียงก็ยังคงทำเช่นเดียวกับครั้งก่อนตอนที่เดินออกมาจากอุโมงค์ลับแล้วพบเด็กหญิงกับซีเหมินฉางชิ่ง เขานั่งยอง ๆ อยู่บนกำแพง เฝ้ามองเด็กหญิงจากไปอย่างเงียบ ๆ

ครั้งนี้เขาไม่ได้รู้สึกอาลัยอาวรณ์เหมือนครั้งก่อน คงเป็นเพราะวิญญาณของจิ้งเอ๋อร์ถูกเขานำกลับคืนมาแล้ว

ความไร้เดียงสา น่ารัก และความกล้าหาญของเด็กหญิง ไม่อาจทำให้เขาลังเลอยู่ได้ ทุกสิ่งล้วนเป็นเพียงผู้มาเยือนชั่วคราว เขาเพียงหวังให้เด็กหญิงมีชีวิตที่ราบรื่นปลอดภัย เฉกเช่นเดียวกับเด็กน้อยน่ารักทั้งหลายในใต้หล้า

เขานั่งยอง ๆ อยู่บนกำแพงอย่างเงียบ ๆ ดั่งกระต่ายดำที่เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น คอยฟังเสียงแมลงในสวนดอกไม้ราวกับค้างคาว เบื้องหลังของเขาคือพระจันทร์เต็มดวงอันกว้างใหญ่ไพศาล

ยามนี้เขาเป็นเพียงเงาดำทาบอยู่บนดวงจันทร์

เขาบอกกับตัวเองว่าอีกประเดี๋ยวก็จะจากไป

อย่างน้อยก็ต้องจากไปก่อนฟ้าสาง ออกไปจากดวงดาวดวงนี้

หากทุกอย่างราบรื่นไร้อุปสรรค

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า