เข้าสู่ระบบผ่าน

ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า นิยาย บท 1615

บทที่ 1615 ความชั่วร้ายคือบทเพลงอันงดงามและโหดร้าย

“เสียงรถม้าที่ไร้คนขับ การเยี่ยมเยือนในราตรีกาล

ความชั่วร้ายเริ่มต้นขึ้นใต้แสงจันทร์แห่งอาณาเขตพันดาราราวกับม่านเลือดที่เปิดขึ้น

ปืนที่หายไป สมุดบันทึกที่ไหม้เกรียม

รูปปั้นขี้ผึ้งที่ละลาย ใครบางคนไม่อยู่ในที่เกิดเหตุ

บนกล่องอัญมณี มีภาพลวงตาของยันต์

ความขัดแย้งนำพาไปสู่ซอยตันที่เขาก่อร่างสร้างขึ้น

หลักฐานถูกฝังอย่างสมบูรณ์แบบ

มุมปากที่เยาะเย้ยเจ้าหน้าที่สำนักงานรักษาความสงบยกยิ้มขึ้น…”

อวี้มู่หว่านเอ่ยเบา ๆ ดวงตางามบนใบหน้าที่งดงามประณีตเปล่งประกายวิบวับ

เธออุ้มนิยายสืบสวนเล่มหนึ่งไว้ในอ้อมแขน พลางอ่านด้วยความเพลิดเพลิน

นิยายเล่มนี้มีชื่อว่า ‘บทที่หนึ่งพันหกร้อยสี่สิบสี่แห่งราตรี’

เธอชื่นชอบสติปัญญาอันล้ำเลิศของอาชญากรที่ทำให้ทั่วทั้งสำนักงานรักษาความสงบต้องวุ่นวาย และยังชื่นชอบแสงสว่างแห่งความยุติธรรมในตอนที่อาชญากรถูกนักสืบผู้ไม่ย่อท้อคนหนึ่งค้นพบจุดบกพร่องและนำตัวไปลงโทษตามกฎหมาย

ความชั่วร้ายจะแสดงออกมาอย่างมีเหตุผลและสัมผัสจิตใจผู้คนอย่างไร จะเลียนแบบความยุติธรรมและอ้างว่าถูกบีบบังคับอย่างไร ก็ยังคงเป็นความชั่วร้ายอยู่วันยังค่ำ

ผู้ที่ถูกบีบบังคับอย่างแท้จริงจะหันดาบไปที่ต้นเหตุของปัญหาเท่านั้น ไม่ใช่ทำร้ายผู้บริสุทธิ์

ฉันอวี้มู่หว่าน ในฐานะนักสืบ จะต้องสืบสาวทุกคดีปริศนาในโลกนี้ ชำระความบริสุทธิ์ให้ผู้ไร้ความผิด และคืนความสดใสให้แก่ฟ้าดินให้จงได้!

อวี้มู่หว่านรู้สึกฮึกเหิมในใจอย่างเต็มที่ แต่ภายนอกยังคงดูสงบเยือกเย็น เธอปิดหนังสือลง

ประการแรกเพราะอ่านนิยายจบแล้ว ประการที่สองเพราะพ่อเดินออกมาจากห้องของพี่ชายอวี้เถิงหลง

“คุณพ่อคะ พี่เถิงหลงไม่เป็นไรแล้วใช่ไหม” อวี้มู่หว่านถามด้วยความห่วงใย สีหน้าเรียบร้อย

“อืม” อวี้กวงจงมองลูกสาวที่ทั้งเรียบร้อยและรู้ความแล้วพยักหน้า

“ทำไมยังไม่นอนอีก เมื่อกี้ตอนพ่อมา ก็บอกให้ลูกรีบไปนอนแล้วไม่ใช่เหรอ

การอดหลับอดนอนไม่ดีต่อตับและไต จะทำให้ผิวพรรณหมองคล้ำ ลูกเป็นผู้หญิง ไม่รู้จักถนอมตัวเองหน่อยเหรอ?”

“เฮะ ๆ…” อวี้มู่หว่านยิ้มหวาน

“คุณพ่อคะ จริง ๆ แล้วก็ไม่มีอะไรหรอกค่ะ…”

“เงินค่าขนมหมดอีกแล้วสินะ” อวี้กวงจงเห็นท่าทางเรียบร้อยของลูกสาวก็พอจะเดาได้

“ลูกนี่โง่จริง ๆ” อวี้กวงจงพูดพลางยิ้มอย่างเอ็นดู แต่ดวงตากลับหรี่ลงอย่างแนบเนียน ทอดมองลึกล้ำ

“หนูไม่ได้โง่เลยนะ” อวี้มู่หว่านไม่รับแบล็กการ์ด แต่กลับคล้องแขนพ่อของเธอแล้วโยกไปมาพลางกล่าว

“ตอนเด็ก ๆ เด็กหลายคนบอกว่าการที่พ่อทำความดี เปิดสถานสงเคราะห์มากมายเพื่อช่วยเหลือผู้คน เรียกว่าเป็นคนโง่ หนูก็เถียงกับพวกเขา บอกว่าไม่ได้โง่!”

ความดีงามอันบริสุทธิ์ในใจของอวี้มู่หว่านนั้นมาจากการที่เธอได้เห็นการทำความดีของพ่อเธอมาตั้งแต่เด็ก เธอไม่คิดว่าเป็นเรื่องโง่ แม้ว่าตอนเด็กพ่อเธอจะยุ่งกับการทำงาน จนบางครั้งไม่มีเวลาดูแลครอบครัว ทำให้แม่ร้องไห้ทุกวันจนสุดท้ายต้องจากไปด้วยความเศร้าโศก แต่เธอไม่เคยโทษพ่อ เธอรู้ว่าบ่อยครั้งที่ทำความดี มักจะต้องสูญเสียบางสิ่งไปโดยไม่ตั้งใจ

จิตใจของพ่อนั้นดีงาม ไม่ได้โง่อย่างที่คนอื่นว่า และยิ่งไม่ใช่อย่างที่คนจิตใจชั่วร้ายใส่ร้ายป้ายสีว่าเป็นสัตว์ร้ายในคราบมนุษย์

อวี้กวงจงเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มและยัดแบล็กการ์ดใส่มือลูกสาว

“เอาไว้เถอะ ลูกจะซื้ออะไรพ่อไม่ว่า แต่ถ้าลูกจะทำความดี หรือบริจาคเงิน อย่าเบิกเงินในบัตรนี้ หรือถ้าจะใช้ก็บอกพ่อก่อน”

“หนูไม่เอาหรอก ขอแค่เงินค่าขนมนิดหน่อยก็พอแล้ว” อวี้มู่หว่านจ้องมองแบล็กการ์ด พลางพูดปฏิเสธ

“หึ” อวี้กวงจงส่งเสียงหัวเราะในลำคออย่างเมตตา

“เอาไว้เถอะ เชื่อฟังพ่อด้วย ต่อจากนี้พ่อจะยุ่งพอสมควร เลยไม่กลับมาแล้ว”

“อ๊ะ คุณพ่อคะ พ่อจะไปทำอะไรอีกแล้วเหรอคะ เรื่องราชการเหรอ” อวี้มู่หว่านเบิกตากว้าง ต่อหน้าพ่อของตนเอง เธอดูเหมือนจะไม่มีวันโตเป็นผู้ใหญ่ ยังคงทำตัวเหมือนเด็กหญิงตัวน้อยเช่นเคย

“รีบเข้านอนเถอะ” อวี้กวงจงไม่ได้ตอบคำถาม แต่กลับกำชับด้วยน้ำเสียงเอ็นดู

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า