บทที่ 1637 ดินแดนแห่งการปั่นป่วนของกาลเวลา
เครื่องสื่อสารกับหมาเป็นหมวกกันน็อกแบบเรียบง่าย ภายในมีเสียงเห่าของหมาดังออกมาอย่างต่อเนื่อง แปลคำพูดของทั้งสามคนกลับไป
“โฮ่ง…” หมาป่าขาวส่งเสียงร้องออกมา
“ข้าเข้าใจที่เจ้าพูด” เครื่องสื่อสารกับหมาส่งเสียงแปลแบบจักรกลออกมา ถอดรหัสคำพูดของหมาป่าขาว
หมาป่าขาวเงียบลง ดูเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง
ในขณะเดียวกัน กล้องบนชุดพิเศษของทั้งสามคนได้ส่งภาพเหตุการณ์ตรงหน้ากลับไปแล้ว
ภาพค่อย ๆ หดลง จนปรากฏบนจอภาพอิเล็กทรอนิกส์
บนจอภาพแสดงภาพที่ส่งกลับมาจากคนที่ถูกส่งเข้าไปในพื้นที่ที่บิดเบี้ยวสับสน และหน้าจอภาพอิเล็กทรอนิกส์ เต็มไปด้วยเครื่องจักรที่ส่องแสงประหลาดวิบวับ มีคนในชุดเครื่องแบบเร่งรีบเดินไปมา พวกเขาบันทึกและส่งข้อมูล รายงานการค้นพบใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง
ส่วนชายชราสองคนที่มีตำแหน่งสูงกว่าคนอื่น ๆ อย่างเห็นได้ชัดไม่สนใจการคำนับทักทายอย่างนอบน้อมของเหล่าพนักงาน สายตาของทั้งคู่จับจ้องอยู่ที่ภาพเล็ก ๆ มากมายบนจอภาพอิเล็กทรอนิกส์
“ถ้าไม่ปิดดินแดนแห่งกาลเวลา อาณาเขตพันดาราจะเกิดความวุ่นวายครั้งใหญ่”
“ยาก เมื่อก้าวเข้าสู่ดินแดนแห่งกาลเวลา สิ่งมีชีวิตจะเกิดการเปลี่ยนแปลงที่คาดเดาไม่ได้ มนุษย์อย่างเราที่สามารถเข้าไปได้มีไม่มาก การจะเข้าไปต้องผ่านการตรวจร่างกายคัดกรอง และเมื่อเข้าไปแล้วออกมา ส่วนใหญ่จะเกิดภาวะอวัยวะเสื่อมสภาพอย่างรวดเร็ว ร่างกายคนไม่สามารถทนไหว
ที่สำคัญที่สุดคือ กระแสพลังต่าง ๆ ทั้งดำ ขาว เทา ต่างก็อยากจะเข้าไปลึกในใจกลางของดินแดนแห่งกาลเวลา ภายใต้การขัดขวางซึ่งกันและกัน การจะเข้าไปถึงจุดลึกเพื่อปิดสวิตช์ของดินแดนแห่งกาลเวลายิ่งยากเข้าไปใหญ่”
“คนแก่บ้าที่คิดค้นเครื่องย้อนเวลากาก ๆ นี่มันเสียสติไปแล้วจริง ๆ ตอนนี้ทิ้งปัญหาใหญ่ไว้ให้เรา
คนผมแดงที่มีพลังแก่กล้าที่บุกเข้ามาในอาณาเขตพันดาราวันนี้ ตอนที่อยู่ที่พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ ฉันส่งคนไปตรวจสอบดูใกล้ ๆ และก็เป็นอย่างที่คิด มีกลิ่นอายของความวุ่นวายบิดเบือนจากดินแดนแห่งกาลเวลา
ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด คนที่แข็งแกร่งคนนั้นคงมาจากช่วงเวลาที่ห่างไกลจากพวกเรามาก แค่คนแบบเขาคนเดียวก็ทำให้พวกเราลำบากมากพอแล้ว ถ้าหากมีคนที่สองโผล่มาอีก และเกิดไม่ใช่คนดีขึ้นมา ฉันว่าอาณาเขตพันดารานคงถึงจุดจบแล้ว”
เขาสลับไปมาระหว่างการสั่งสมบุญและบาป
ด้วยความที่เขายังอยู่ในวัยหนุ่ม จึงทำให้เขาอดใจไม่ค่อยไหว เขาพยายามปล่อยมือจากหลิวเหม่ยเอ๋อร์ให้นางนอนหลับอย่างสงบ แต่พอเขาเพิ่งผ่อนมือออก หลิวเหม่ยเอ๋อร์ที่อยู่ในห้วงนิทราก็ดูเหมือนจะรับรู้ได้ ส่งเสียงครางน้อย ๆ อย่างน้อยใจ แล้วก็ยิ่งกอดเขาแน่นขึ้น
เขาได้แต่จำนนต่อสถานการณ์ที่ถูกบังคับให้ต้องรับรู้ถึงความนุ่มนวลเนียนลื่น
ทันใดนั้น ร่างกายที่กำลังผ่อนคลายของเขาก็ตึงเกร็งขึ้นมาในทันที เขากอดหลิวเหม่ยเอ๋อร์เอาไว้ ทั้งร่างสั่นน้อย ๆ จนควบคุมไม่ได้ ความหนาวเหน็บแทงทะลุถึงหัวใจ
เขาค่อย ๆ เลื่อนสายตา ข้างเตียงที่เขานอนอยู่ตอนนี้มีชายชราผมแดงในชุดคลุมยาวสีน้ำเงินเข้มกำลังยืนจ้องมองเขาด้วยดวงตาที่แก่ชรา
ความเงียบกริบไร้สุ้มเสียง จ้าวอู่เจียงไม่รู้เลยว่าชายชราปรากฏตัวขึ้นมาตั้งแต่เมื่อใด และค่ายกลป้องกันที่เขาตั้งไว้ในห้องตามปกติก็ไม่มีปฏิกิริยาผิดปกติแม้แต่น้อย
นี่แสดงให้เห็นว่าพลังของชายชราคนนี้เหนือกว่าที่เขาคาดคิดไว้มาก

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า