เข้าสู่ระบบผ่าน

ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า นิยาย บท 18

บทที่ 18 หัวหน้าขันทีจ้าวอู่เจียง

รุ่งเช้ามาเยือน เซวียนหยวนจิ้งสวมใส่ชุดเสื้อคลุมมังกร ขึ้นบัลลังก์ในท้องพระโรง เริ่มต้นการประชุมกับบรรดาขุนนางน้อยใหญ่ตามกิจวัตร

ส่วนขันทีจ้าวที่ต้องกรำศึกหนักตลอดทั้งคืนกับตู๋กูหมิงเยว่ บัดนี้ก็กำลังนอนหลับอย่างสบายอารมณ์อยู่ในตำหนักหย่างซิน

ทางด้านตู๋กูหมิงเยว่นางกำลังเชิดศีรษะขึ้นสูงด้วยความภาคภูมิใจไม่ต่างจากแม่ทัพหญิงผู้ได้รับชัยชนะจากสนามรบ นางเดินกลับไปที่ตำหนักฉีเฟิงของตน การเดินที่ควรใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งเค่อกลับต้องใช้เวลามากถึงครึ่งชั่วยาม ตลอดทางนางหยุดทักทายนางสนมหลายคน เพื่อประกาศให้รู้ว่า การศึกที่ผ่านมาเมื่อคืนนี้ยอดเยี่ยมเพียงใด

ดวงตะวันสาดแสงร้อนแรง

ก๊อก ๆๆ

ในห้องนอนด้านข้างของตำหนักหย่างซิน เสียงเคาะประตูดังขึ้น

“ขันทีจ้าวขอรับ ขันทีจ้าว”

“มีเรื่องอะไร?” จ้าวอู่เจียงพลิกตัวกลับมา

“นางกำนัลอวี้เอ๋อร์จากตำหนักของเซียวซูเฟยมาขอเข้าพบขอรับ” เสียงที่เต็มไปด้วยความประจบประแจง และความเคารพดังขึ้นจากหน้าประตู

จ้าวอู่เจียงลุกขึ้นสวมใส่เสื้อผ้า

“ให้นางเข้ามาได้”

“คารวะใต้เท้าจ้าว คารวะใต้เท้าจ้าว” เสียงอ่อนหวานดังขึ้นก่อนที่ตัวคนจะเดินเข้ามาภายในห้องเสียอีก

หลังจากนั้น อวี้เอ๋อร์ผู้สวมใส่ชุดนางกำนัลสีแดงก็เดินเข้ามาภายในห้อง นางยกมือปิดปาก ยิ้มออกมาเล็กน้อย ทักทายขันทีหนุ่มด้วยความนอบน้อม

“ขันทีจ้าว ข้าน้อยมีนามว่าอวี้เอ๋อร์”

จ้าวอู่เจียงขมวดคิ้ว “เจ้ามีเรื่องอะไรหรือ?”

“บัดนี้มีเรื่องต่าง ๆ ในตำหนักพระสนมให้จัดการ แต่เมื่อวานนี้หัวหน้าเฉินกงกงป่วยตายไปเสียก่อน ตำแหน่งหัวหน้าขันทีจึงว่างเว้นเจ้าค่ะ” ใบหน้างดงามตอบกลับมาด้วยความอ่อนหวาน

“และด้วยความช่วยเหลือจากนายหญิงของข้า บัดนี้ ขันทีจ้าวจึงได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าขันทีคนใหม่แล้วเจ้าค่ะ นี่คือของขวัญจากนายหญิงของข้าที่มีต่อท่าน”

พระสนมเซียวแต่งตั้งให้เขาเป็นหัวหน้าขันทีเนี่ยนะ?

นับเป็นบุญคุณอันใหญ่หลวงนัก

จ้าวอู่เจียงยิ้มกว้างออกมาในทันใด

“เฮ้อ น่าเสียดาย ข้านึกว่าของขวัญนั้นเป็นเจ้าเสียอีก อวี้เอ๋อร์”

จ้าวอู่เจียงถอนหายใจแผ่วเบา เดินตรงเข้าไปหานางกำนัลต้องการจะโอบเอวนาง แต่อวี้เอ๋อร์ก็กระโดดหลบไปเสียก่อน

จ้าวอู่เจียงผายมือออกกว้าง

“กลับไปบอกพระสนมเซียวว่าข้าเข้าใจดีว่านางต้องการสิ่งใด บอกให้นางรอฟังข่าวดีก็แล้วกัน”

“ขอบคุณขันทีจ้าวเจ้าค่ะ” อวี้เอ๋อร์รับคำด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน ก่อนจะชำเลืองมองจ้าวอู่เจียงด้วยความชื่นชมอีกครั้ง

“ถ้าอย่างนั้นอวี้เอ๋อร์ขอตัว”

“นี่ อยู่ทานอาหารด้วยกันก่อนสิ”

“ขันทีจ้าวช่างมีจิตใจกว้างขวางสมคำเล่าลือ แต่อวี้เอ๋อร์ยังมีงานต้องกลับไปทำเจ้าค่ะ”

แล้วนางกำนัลของพระสนมเซียวก็เดินกลับออกไปหน้าตาเฉย

ใบหน้าของจ้าวอู่เจียงกระตุกเล็กน้อย

แต่ช่างเถอะ สถานะของขันทีตัวปลอมอย่างเขา จะถูกปฏิเสธก็ไม่แปลก

จ้าวอู่เจียงถูนิ้วมือของตน แม้แต่พระสนมเซียวก็ยังมอบตำแหน่งหัวหน้าขันทีให้แก่เขา ทั้ง ๆ ที่ไม่เคยข้องเกี่ยวกันมาก่อน แสดงว่านางเองก็คงอยากมีโอกาสเข้าไปรับใช้ฮ่องเต้เหมือนอย่างตู๋กูหมิงเยว่กับหลิวเหม่ยเอ๋อร์เช่นกัน

หัวหน้าขันทีคนเก่าอย่างเฉินเจิ้งฮัวน่าจะทำงานภายใต้คำสั่งของใครบางคน บัดนี้เมื่อเฉินเจิ้งฮัวตายไป คนที่อยู่เบื้องหลังก็คงไม่สามารถเมินเฉยต่อผู้ที่เข้ารับตำแหน่งหัวหน้าขันทีคนใหม่ได้อย่างเด็ดขาด

หากจ้าวอู่เจียงกลายเป็นหัวหน้าขันทีคนใหม่ขึ้นมาจริง ๆ บรรดาคนที่อยู่เบื้องหลังเฉินเจิ้งฮัวจะต้องเข้าหาตนอย่างแน่นอน

ชายหนุ่มเดินฮัมเพลงออกมาจากห้องนอนอย่างอารมณ์ดี เงยหน้าจ้องมองท้องฟ้าสดใสด้านนอก

“คารวะจ้าวกงกง”

“คารวะจ้าวกงกงขอรับ”

จ้าวอู่เจียงซ่อนมือไว้ในแขนเสื้อ สวมใส่เสื้อคลุมสีดำ เดินไปตามทางเดินปูหิน เขากำลังไปยังที่พักซึ่งเคยเป็นของเฉินเจิ้งฮัวมาก่อน

จ้าวอู่เจียงออกคำสั่งทันที “พาข้าไปยังที่พักของเฉินเจิ้งฮัวเดี๋ยวนี้”

“ได้เลยขอรับ ท่านกงกง เชิญทางนี้” ขันทีร่างผอมผู้หนึ่งนำทางพร้อมยิ้มประจบประแจง

เมื่อเดินเลี้ยวไปทางทิศตะวันออกแล้วตัดกลับมายังทิศตะวันตก ในไม่ช้า พวกเขาก็มาถึงที่พักของเฉินเจิ้งฮัว

ในฐานะที่มีตำแหน่งเป็นหัวหน้าขันที เฉินเจิ้งฮัวจึงมีที่พักใหญ่โตมากกว่าขันทีทั่วไปสองเท่า

จ้าวอู่เจียงผลักประตูเข้าไปด้านใน ห้องพักมีการตกแต่งอย่างเรียบง่าย จ้าวอู่เจียงเดินเข้าไปโดยไม่หยุดชะงัก ในไม่ช้าเขาก็พบประตูลับเล็ก ๆ บานหนึ่ง เมื่อเปิดประตูลับออก สิ่งที่ปรากฏสู่สายตาคือหีบสี่ใบ หีบพวกนั้นอัดแน่นไปด้วยทองคำ เงิน อัญมณี หยก ผ้าไหม ผ้าแพร ม้วนกระดาษ และภาพวาด ตัวหีบไม้มีขนาดใหญ่มากพอที่จะบรรจุร่างมนุษย์ได้เลยด้วยซ้ำ

เห็นได้ชัดว่าการรับตำแหน่งหัวหน้าขันทีตลอดระยะเวลาหลายปีของเฉินเจิ้งฮัว อีกฝ่ายได้ตักตวงผลประโยชน์ไปอย่างมากทีเดียว

“ช่างเป็นขันทีที่มีทรัพย์สินมากมายนัก”

จ้าวอู่เจียงปิดประตูลับบานนั้น ก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากห้อง

เมื่อออกมา ขันทีน้อยผู้หนึ่งก็เข้ามาก้มศีรษะทำความเคารพ และยื่นจดหมายฉบับหนึ่งมาให้ด้วยสองมือ

“จ้าวกงกงขอรับ ตอนที่ท่านเข้าไปด้านในเมื่อครู่ มีคนฝากจดหมายให้ข้าน้อยมอบให้แก่ท่าน”

“เขามีหน้าตาเป็นอย่างไร?” จ้าวอู่เจียงขมวดคิ้ว

“ข้าน้อยมองเห็นไม่ถนัด แต่ดูเหมือนเขาจะเป็นขันทีเช่นกันขอรับ” ขันทีน้อยก้มหน้าต่ำตัวสั่นเทา เพราะกลัวว่าจ้าวอู่เจียงจะมองว่าตนรับเงินมาจากฝ่ายตรงข้าม

ในที่สุด คนที่เคยอยู่เบื้องหลังเฉินเจิ้งฮัวก็แสดงตัวออกมาแล้วสินะ? จ้าวอู่เจียงยิ้มเยาะพร้อมกับเปิดจดหมายอ่าน

เมื่อเห็นข้อความในจดหมาย

คิ้วของจ้าวอู่เจียงก็เลิกขึ้นสูง ดวงตาเป็นประกายเคร่งขรึม เขาจ้องมองขันทีทุกคนที่อยู่รอบข้าง ทำให้ทุกคนต่างพร้อมใจกันหลบสายตาเป็นพัลวัน

จ้าวอู่เจียงพบว่าไม่มีสิ่งใดผิดปกติ จึงจัดการพับจดหมายเก็บด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

“ตัวข้าช่างอาภัพอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ ไม่ทราบว่าพอมีผู้ใดช่วยอ่านเนื้อหาในจดหมายฉบับนี้ให้ข้าได้บ้าง?”

ขณะที่เขากำลังจะแสดงเนื้อความในจดหมายให้แก่ขันทีคนอื่น ๆ ดูด้วยรอยยิ้มอันอบอุ่น ขันทีร่างเล็กผู้หนึ่งก็เดินออกมาข้างหน้า กล่าวด้วยน้ำเสียงร้อนรน

“ช้าก่อนขอรับ ท่านกงกง!”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า