เข้าสู่ระบบผ่าน

ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า นิยาย บท 19

บทที่ 19 บุคคลผู้อยู่เบื้องหลังเฉินเจิ้งฮัว

“เป็นเจ้าเองสินะ?”

จ้าวอู่เจียงยิ้มออกมา แววตาเป็นประกายคมกริบ

ขันทีน้อยผู้นั้นก้าวเดินออกมาข้างหน้าด้วยความลำบากใจ เมื่อเผชิญกับสายตาอันร้อนแรงของจ้าวอู่เจียง เจ้าตัวก็รู้สึกไม่ต่างจากกำลังถูกเปลวไฟแผดเผา

จ้าวอู่เจียงเพียงใช้กลอุบายหลอกล่อด้วยคำพูด ก็สามารถดึงตัวผู้อยู่เบื้องหลังเฉินเจิ้งฮัวออกมาจากกลุ่มคนได้สำเร็จ เพราะแน่นอนว่าบุคคลผู้นั้นย่อมไม่ต้องการให้เขาเปิดเผยเนื้อหาในจดหมายออกไปต่อสาธารณะ

จ้าวอู่เจียงจดจำใบหน้าของขันทีผู้นี้ไว้ในใจ รอยยิ้มบนริมฝีปากยังคงไม่เลือนหาย แต่นำจดหมายยัดใส่มือขันทีน้อยที่กำลังคุกเข่า ก่อนจะตบไหล่เบา ๆ และเดินจากไป

กลุ่มขันทีที่อยู่ในบริเวณนั้นต่างตกตะลึง แต่พวกเขาก็ไม่สนใจ รีบเดินตามจ้าวอู่เจียงไปเพื่อทำการประจบเอาใจต่อตามเดิม

เมื่อพวกของจ้าวอู่เจียงเดินจากไป ขันทีน้อยก็ค่อย ๆ ลุกขึ้นอย่างเชื่องช้า หน้าผากปรากฏเม็ดเหงื่อผุดซึม ด้านหลังเสื้อคลุมที่สวมใส่ก็เปียกชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อเช่นกัน

หลังจากซ่อนตัวอยู่ในวังหลวงมาหลายปี นี่เป็นครั้งแรกที่เขาถูกกระชากตัวออกมาสู่สายตาผู้อื่นด้วยคำพูดเพียงไม่กี่คำเท่านั้น

ตำหนักหย่างซิน ห้องบรรทมของฮ่องเต้

เนื้อความในจดหมายฉบับนั้นเป็นสถานที่นัดพบนอกวังหลวง จ้าวอู่เจียงยังไม่ได้ไปตามการนัดหมายโดยทันที ในความเห็นของเขา ผู้ที่อยู่เบื้องหลังหัวหน้าขันทีคนเก่าอย่างเฉินเจิ้งฮัวย่อมต้องเป็นศัตรูมากกว่ามิตร เพราะฉะนั้น ระวังตัวเอาไว้จึงดีที่สุด

จ้าวอู่เจียงนั่งใช้ความคิดอยู่บนเก้าอี้มังกร เลียนแบบท่าทางของเซวียนหยวนจิ้งด้วยการเคาะนิ้วลงบนโต๊ะเบา ๆ

กึก… กึก… กึก…

กึก กึก

เป็นจังหวะยาวสาม สั้นสอง และสั้นสอง ยาวสามสลับกัน

วูบ!

ภายในห้องเกิดสายลมปั่นป่วน เงาร่างสีฟ้าครามปรากฏกายขึ้นคุกเข่าข้างเดียวด้วยท่วงท่าแสดงความเคารพ

“ผู้ต่ำต้อยเอ้อร์ซานถวายบังคมฝ่าบาท เอ๊ะ? จ้าวกงกง!”

เจี๋ยเอ้อร์ซานไม่ได้มีร่างกายแข็งแกร่งเหมือนเจี๋ยสือจิ่ว อีกทั้งยังผอมแห้ง ลักษณะอ่อนแอเป็นอย่างยิ่ง

เขากำลังจะไปรายงานเจี๋ยสือจิ่วพอดีว่าได้พบผู้ต้องสงสัยตามที่ฝ่าบาทให้ไปค้นหาตัวแล้ว แต่ยังไม่ทันไปรายงานให้เจี๋ยสือจิ่วได้รับทราบ เจี๋ยเอ้อร์ซานก็ได้ยินเสียงการส่งสัญญาณดังขึ้นจากห้องบรรทมของฮ่องเต้ จึงรีบเข้ามาถวายความเคารพ แต่คิดไม่ถึงเลยว่าผู้ที่เรียกตนมานั้นกลับเป็นจ้าวอู่เจียง

“ติดตามข้าไปนอกวังหลวง!” จ้าวอู่เจียงออกคำสั่งด้วยท่าทางขึงขัง

“แต่ว่ารูปลักษณ์ของข้าน้อย…”

ใบหน้าแก่ชราที่ซ่อนอยู่ใต้หน้ากากของเจี๋ยเอ้อร์ซานกระตุกอย่างต่อเนื่อง องครักษ์มังกรไม่เคยเปิดเผยโฉมหน้าให้ผู้อื่นได้พบเห็นมาก่อน

“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง” จ้าวอู่เจียงลุกขึ้นยืนช้า ๆ ยื่นมือข้างหนึ่งออกมา ในซอกนิ้วมีเข็มแหลมอยู่สี่เล่ม

“อยู่เฉย ๆ”

จ้าวอู่เจียงเดินเข้าไปยืนข้างกายเจี๋ยเอ้อร์ซาน ก่อนจะนำเข็มแหลมเหล่านั้นปักลงไปบนศีรษะของเจี๋ยเอ้อร์ซานตามจุดที่มีความพิเศษเฉพาะตัว

ผู้คนที่อยู่ในหน่วยองครักษ์มังกรต่างก็มีความซื่อสัตย์ และมีวิทยายุทธ์สูงล้ำ เจี๋ยเอ้อร์ซานไม่จำเป็นต้องขัดขืน แต่ใบหน้าที่ซ่อนอยู่ใต้หน้ากากของเขาเต็มไปด้วยความสงสัย

จ้าวอู่เจียงกับเจี๋ยเอ้อร์ซานปลอมตัวเป็นคุณชายผู้สูงศักดิ์กับบ่าวรับใช้เดินเข้าสู่สวนอู่ถง

สวนอู่ถงได้รับการแบ่งแยกเป็นพื้นที่ด้านหน้าและด้านหลัง

พื้นที่ทางด้านหน้าเหมาะสมสำหรับการดื่มน้ำชา จับกลุ่มพูดคุย ส่วนพื้นที่ทางด้านหลังเหมาะสมสำหรับการพูดคุยของกลุ่มชนชั้นสูงเท่านั้น

ระหว่างเดินชมสวน จ้าวอู่เจียงได้รับรอยยิ้มจากสตรีมากมาย ก่อนจะเดินมาถึงห้องรับรองทางด้านหน้า

ภายในห้องรับรองมีโต๊ะเล็ก ๆ ตั้งอยู่เต็มไปหมด ตามโต๊ะเหล่านั้นย่อมมีบัณฑิตนั่งดื่มสุรา ดื่มน้ำชา และเขียนบทกวี ส่งมอบให้สตรีผู้งดงามที่นั่งอยู่ด้านข้างได้คอยอ่านเป็นระยะ

จ้าวอู่เจียงใช้สายตาอันเฉียบคมของตนกวาดมองกลุ่มผู้คนอยู่ในห้องรับรอง ทางมุมห้องทิศตะวันออกเฉียงใต้ เขาพบชายชราผู้หนึ่งนั่งดื่มอยู่เพียงลำพัง ชายชราผู้นั้นแต่งกายดูภูมิฐาน แต่กลับมีท่าทีเหม่อลอย

ในจอกสุราของชายชรามีสมุนไพรเก๋ากี้ลอยอยู่จำนวนหนึ่ง

จ้าวอู่เจียงกับเจี๋ยเอ้อร์ซานรีบเดินตรงเข้าไปอย่างรวดเร็ว พวกเขาไปถึงที่โต๊ะเล็กของชายชรา จ้าวอู่เจียงสะบัดชายเสื้อคลุมของตนเองเล็กน้อย ก่อนจะนั่งลงบนเบาะรองนั่ง

“ในที่สุดก็มา!” เสียงของชายชราเย็นเยียบเป็นอย่างยิ่ง

“นับเป็นสถานที่นัดพบอันประเสริฐนัก” จ้าวอู่เจียงถูนิ้วมือด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ขณะที่เจี๋ยเอ้อร์ซานยืนอยู่ด้านหลังด้วยท่าทางไม่มีพิษมีภัย รอยยิ้มอันอบอุ่นยังคงปรากฏอยู่บนใบหน้าเสมอ

ชายชราในชุดเสื้อคลุมปักลายดอกจ้องมองมาที่ตน “ขันทีจ้าว?”

“บอกข้ามาว่ามีเรื่องอันใด?” จ้าวอู่เจียงตรงเข้าประเด็นอย่างไม่รอช้า

“เฉินเจิ้งฮัวตายแล้ว นับจากนี้ไป ขันทีจ้าวจะกลายเป็นหัวหน้าขันทีคนใหม่” ชายชรายิ้ม และประสานมือตอบกลับมา

“และข้าก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าขันทีจ้าวจะช่วยให้งานของพวกเราง่ายขึ้น”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า