บทที่ 183 ไม่ปล่อยไป
“จ้าวอู่เจียง คำพูดของเจ้ามันเชื่อถือไม่ได้!” อันผิงระเบิดเสียงคำราม
จ้าวอู่เจียงผายมือออกกว้าง
“ไม่เกี่ยวอะไรกับข้านะ ข้ายังไม่ได้ทำอะไรเลย…”
“ย้าก!” อันผิงตะโกนลั่นด้วยความโกรธแค้น เขารู้ว่าจ้าวอู่เจียงต้องการแก้แค้นให้แก่ความตายของฉีหลิน แม้ว่าคนฆ่าฉีหลินจะเป็นนายท่านของพวกเขาก็ตาม แต่อันผิงรู้ดีว่าตนเองก็เกี่ยวข้องกับการถล่มสำนักมังกรเกล็ดศิลาเช่นกัน เช่นเดียวกับฉีเล่อและอู๋ฉินหยาง…
เจี๋ยเอ้อร์ซานช่วยคลายจุดลมปราณให้แก่พวกของอันผิง หลังจากนั้นประตูศิลาก็ปิดลง ภายในห้องใต้ดินหลงเหลือแต่เพียงอันผิง ฉีเล่อและอู๋ฉินหยางเท่านั้น
ในความมืด อู๋ฉินหยางเปิดฉากโจมตีก่อนเป็นคนแรก ในขณะนี้ จิตสังหารและพลังลมปราณกำลังปะทะกันอย่างรุนแรง
…
รถม้าวิ่งไปบนท้องถนนจนฝุ่นตลบ เจี๋ยเอ้อร์ซานเป็นคนสะบัดสายบังเหียน รถม้ากำลังมุ่งหน้าสู่วังหลวง
จ้าวอู่เจียงนั่งอยู่ในห้องโดยสารด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ ไม่ว่าวันนี้เกิดอะไรขึ้น อันผิงกับพรรคพวกก็ต้องตายอยู่ดี คนเลวอย่างไรก็เป็นคนเลว ไม่มีประโยชน์ที่จะไปสงสารเห็นใจ
ถ้าไว้ชีวิตคนพวกนั้น ก็เท่ากับว่าเขาไม่เห็นใจดวงวิญญาณของผู้บริสุทธิ์ที่ต้องตายด้วยน้ำมือของพวกอันผิงเลย
จ้าวอู่เจียงถอนหายใจ เขากำลังเป็นกังวลเกี่ยวกับเรื่องของกู่พิษแห่งโหลวหลานที่แฝงตัวอยู่ในวังหลวง แต่ฮ่องเต้หญิงได้รับการคุ้มครองโดยหน่วยองครักษ์มังกร และตำหนักฉีเฟิงของตู๋กูหมิงเยว่ก็ได้รับการคุ้มครองจากสมาชิกตระกูลตู๋กู จ้าวอู่เจียงไม่จำเป็นต้องเป็นกังวลใด ๆ
แต่บัดนี้ เขาได้รับทราบข่าวว่ามีบุคคลลึกลับซ่อนตัวอยู่ในวังหลวง โดยมีเป้าหมายที่จะทำร้ายตู๋กูหมิงเยว่ คนผู้นั้นถูกเรียกหาว่าหมายเลขสิบกับหมายเลขสามสิบ ความกังวลของจ้าวอู่เจียงก่อตัวขึ้นอีกครั้ง
จ้าวอู่เจียงไม่ทราบว่าหมายเลขสิบเป็นผู้ใด แต่มันเป็นคนที่เซียวเหยาอ๋องส่งมาเพื่อฆ่าตู๋กูหมิงเยว่ แสดงว่าต้องมีพลังแข็งแกร่งพอสมควร
จ้าวอู่เจียงพยายามใช้สมองคิดหนหาทางแก้ไข เขาเริ่มคำนวณและวิเคราะห์ความเป็นไปได้ถึงตัวตนของหมายเลขสิบและหมายเลขสามสิบอยู่ในใจ
…
ตำหนักฉีเฟิง ห้องบรรทมของฮองเฮา
จ้าวอู่เจียงได้พบกับฮ่องเต้ที่มาเยี่ยมตู๋กูหมิงเยว่พอดี
ชายหนุ่มบอกกับตู่กูหมิงเยว่ว่า อย่าให้ผู้ใดเข้าพบเป็นอันขาด และต้องห้ามไม่ให้มีการรวมตัวกันในตำหนักของนางด้วย
ตู๋กูหมิงเยว่พยักหน้ารับ ฮ่องเต้ก็บอกนางเช่นนี้เหมือนกัน
ความวิตกกังวลของจ้าวอู่เจียงกับฮ่องเต้ทำให้นางตื้นตันใจและรู้สึกมั่นคง ตู๋กูหมิงเยว่ไม่เคยมีความสุขเท่านี้มาก่อน
ฮ่องเต้และจ้าวอู่เจียงเดินกลับออกไปพร้อมกัน พวกเขาเดินคู่กันออกจากประตูตำหนักฉีเฟิง
“ท่านไม่เป็นกังวลเกี่ยวกับทารกแล้วหรือ?” จ้าวอู่เจียงพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
ฮ่องเต้หญิงขมวดคิ้ว ตอบด้วยน้ำเสียงมีอำนาจ
“บางทีทารกอาจจะเป็นเด็กหญิงอย่างที่เจ้าว่าก็ได้ และเรื่องนี้เกิดขึ้นก็เพราะข้า ข้าเป็นโอรสสวรรค์ เพราะฉะนั้น ข้าจึงต้องมีจิตใจกว้างขวาง”
รัศมีเหนือธรรมดาเช่นนี้คือสิ่งที่ทำให้หลี่หยวนเจิ่งนึกอิจฉา เขาเดินทางท่องโลกกว้างมาหลายปี ต้องทำภารกิจคุ้มกันสินค้าให้สำเร็จลุล่วงนับครั้งไม่ถ้วน ชีวิตจึงอยู่ในความตึงเครียดตลอดเวลา จิตใจแทบไม่ได้พักผ่อนเลย แม้แต่ตอนที่กลับมายังนครหลวงเพื่อทำหน้าที่บุตรชายให้สมบูรณ์ เขาก็ยังเป็นกังวลเกี่ยวกับมารดาและน้องสาวอยู่เสมอ…
จ้าวอู่เจียงทำให้เขารู้สึกได้ถึงความสงบที่แท้จริง ไม่ว่าคนผู้นี้จะพบเจอกับปัญหาใด ก็สามารถแก้ไขทุกสิ่งทุกอย่างได้เสมอ
…
“ศิษย์น้อง เราเชิญน้องจ้าวมากับเราด้วยดีหรือไม่?”
หลี่หยวนเจิ่งพูด เขาและเจียงเมิ่งลี่สืบได้ว่าวันนี้หลายสำนักใหญ่ต่างก็จะไปรวมตัวกันในเมืองหวังโจว สาเหตุเพราะ ‘คัมภีร์ปราณไร้วิญญาณ’ ที่ไต้ซือนักปัดกวาดทิ้งเอาไว้ พวกเขาทั้งหมดต่างก็พยายามจะแย่งชิงมัน
ในบรรดากลุ่มคนเหล่านั้น ตระกูลเจียงของเจียงเมิ่งลี่ก็เข้าไปมีส่วนร่วมด้วยเช่นกัน และพวกเขาก็ส่งจดหมายมาเรียกตัวนางกลับไป
เจียงเมิ่งลี่สั่นศีรษะ และพูดเสียงทุ้มต่ำ
“จะให้เขาไปทำไม? ให้ไปตายหรือ? สำนักใหญ่รวมตัวกันขนาดนั้น ต้องมียอดฝีมือมาชุมนุมกันอยู่มากมาย ศิษย์พี่คิดว่าเขาจะมีโอกาสหรือ? ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าเขาออกไปนอกนครหลวง แล้วจะเกิดอะไรขึ้นกับสำนักไร้ขอบเขต? หรือจะให้เขาพายอดฝีมือทั้งหมดไปด้วย?”
“โลกภายนอกมีแต่อันตราย ตัวเขาไร้ซึ่งประสบการณ์ ถ้าไม่มียอดฝีมือเหล่านั้นคอยคุ้มครองความปลอดภัย อาจจะเกิดเหตุร้ายขึ้นก็เป็นได้ ให้เขาอยู่ในนครหลวงนี่แหละดีแล้ว”
“แต่กระบี่มังกรฟ้าอยู่ในมือของเขา บางทีมันอาจจะมีประโยชน์…” หลี่หยวนเจิ่งพูดขึ้นอีกครั้ง
“ในเมื่อพวกเขาพบทางเข้าอีกจุดหนึ่งของสุสานแล้ว กระบี่มังกรทั้งสามเล่มก็ไม่มีประโยชน์อีกต่อไป” เจียงเมิ่งลี่สามารถนึกภาพออกบรรดาผู้อาวุโสในตระกูลของนางออกเลยว่าเมื่อพวกเขาได้รู้ว่ามีทางเข้าสุสานอีกจุดหนึ่งปรากฏขึ้น ตาเฒ่าเหล่านั้นก็คงพยายามทุกวิถีทางในการบุกทะลวงเข้าไปให้ได้
“ช่างมันเถอะ วันพรุ่งนี้ค่อยแจ้งก็แล้วกัน หลังจากนั้นเจ้ากับข้าจะต้องรีบไปที่เมืองหวังโจว” หลี่หยวนเจิ่งพยักหน้า ที่เขาต้องการจะพาจ้าวอู่เจียงไปด้วย ก็เพราะรู้สึกว่าคนผู้นี้สามารถควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างให้เป็นไปดั่งใจนึกได้ง่ายดายราวพลิกฝ่ามือ

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า