บทที่ 184 เกิดเรื่องใหญ่ขึ้นแล้ว
ยามราตรี
มีการเรียกตัวองค์หญิงแห่งแคว้นไป๋เยว่เข้ารับใช้
องค์หญิงแห่งแคว้นไป๋เยว่ไม่ได้เข้ามารับใช้ฮ่องเต้นานแล้ว นางจึงรอคอยแทบไม่ไหวที่จะได้พบกับรสชาติของหยดน้ำค้างวิเศษ
ทันทีที่การรับใช้เริ่มต้นขึ้น นางก็ต้องรองรับการบุกโจมตีของจ้าวอู่เจียงอย่างเต็มกำลัง
ฮ่องเต้หญิงนั่งดูอยู่ในความมืด ในขณะที่กองทัพของทั้งสองฝ่ายปะทะกัน ก็ได้ยินเสียงร้องคำรามด้วยความดุเดือดไม่ขาด จ้าวอู่เจียงเอาแต่กระแทกประตูเมืองขององค์หญิงแห่งแคว้นไป๋เยว่ครั้งแล้วครั้งเล่า
องค์หญิงอวี้เซวียนไม่ได้ปิดประตูเมืองตั้งแต่แรกอยู่แล้ว มิหนำซ้ำประตูเมืองยังเปิดอ้ากว้าง ปล่อยให้กองทัพของจ้าวอู่เจียงเคลื่อนขบวนเข้าไปได้อย่างง่ายดาย
หนึ่งชั่วยามต่อมา องค์หญิงแห่งแคว้นไป๋เยว่ก็พ่ายแพ้ให้แก่กองทัพของแคว้นต้าเซี่ย นางถึงกับต้องร้องขอความเมตตาออกมาด้วยซ้ำ
จ้าวอู่เจียงกลับออกมาพร้อมกับชัยชนะ
แต่ผู้ที่มีความสุขที่สุดกลับเป็นองค์หญิงอวี้เซวียนผู้พ่ายแพ้
แม้ว่านางจะพ่ายแพ้ แต่นางก็ไม่ตัดพ้อเลยสักคำ และหลังจากนั้น การบุกโจมตีก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง
ผ่านไปอีกหนึ่งชั่วยาม องค์หญิงอวี้เซวียนก็ขอยอมแพ้ ประตูเมืองเต็มไปด้วยหยาดน้ำค้างสีขาวขุ่น
ฮ่องเต้หญิงหน้าแดงก่ำในความมืด การต่อสู้ระหว่างจ้าวอู่เจียงกับองค์หญิงแห่งแคว้นไป๋เยว่มีความดุเดือดมากกว่าสิ่งที่เคยเกิดขึ้นกับนางสนมคนอื่น ๆ นัก จ้าวอู่เจียงระเบิดพลังออกมาเหมือนต้องการจะฆ่าให้องค์หญิงอวี้เซวียนตายทั้งเป็น นางส่งเสียงร้องโหยหวนออกมาอย่างต่อเนื่อง กล่าวคือ ในฐานะตัวแทนของแคว้นต้าเซี่ย จ้าวอู่เจียงสามารถเผด็จศึกได้อย่างหมดจดจริง ๆ
บุรุษที่เกิดมาพร้อมกับความเหนือธรรมดาจะอยู่ในความสงบเนิ่นนานได้อย่างไร? ดังนั้น องค์หญิงอวี้เซวียนจึงถูกจับกดลงไปอีกครั้ง
…
ณ นครหลวง เขตตะวันตก ที่พักของเซียวเหยาอ๋อง
เซียวเหยาอ๋องรอคอยมาเกือบทั้งวัน แต่พวกอันผิงก็ยังไม่กลับมา ในใจจึงรู้แล้วว่าคงเกิดเรื่องอะไรบางอย่างขึ้นกับพวกอันผิงเป็นแน่แท้
นั่นทำให้เขาประหลาดใจเล็กน้อย ดูเหมือนว่าจะมีผู้อยู่ในขอบเขตปรมาจารย์ซ่อนตัวอยู่ในนครหลวงสินะ
แต่อย่างไรก็ตาม เซียวเหยาอ๋องไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้มากนัก ก็แค่การหายตัวไปของลูกสมุนไม่กี่คน ถึงอย่างไรก็ไม่ส่งผลอะไรต่อเขาอยู่แล้ว เพราะพวกมันไม่มีทางเปิดเผยตัวตนของเขาได้เด็ดขาด
ในคืนนี้ เซียวเหยาอ๋องได้รับข่าวคราวจากยุทธจักร
ปรากฏว่ามีหลายสำนักใหญ่ได้ไปรวมตัวกันอยู่ในเมืองหวังโจว แม้ว่าจะยังไม่มีการปะทะกันอย่างใหญ่หลวง แต่ก็เริ่มมีการปะทะกันเล็ก ๆ น้อย ๆ เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา อีกไม่นานก็คงจะเกิดการนองเลือดขึ้นแน่
ผู้เฝ้าประตูสุสานของไต้ซือนักปัดกวาดมีพลังแข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่ง เขายืนเฝ้าหน้าประตูอย่างไร้เทียมทาน ยอดฝีมือจากทุกสำนักต่างก็ต้องพ่ายแพ้ ไม่มีผู้ใดกล้าไปท้าทายกับผู้เฝ้าประตูอีกแล้ว
ดวงตาของเซียวเหยาอ๋องทอประกายวาวโรจน์ขึ้นมาเล็กน้อย ดูเหมือนโอกาสที่จะได้เข้าสู่สุสานของไต้ซือนักปัดกวาดจะเปิดกว้างขึ้นมาอีกนิดนึงแล้วสิ ไม่ช้าก็เร็ว เมื่อพวกสำนักใหญ่ร่วมมือกัน พวกเขาก็คงบุกฝ่าเข้าไปได้แน่ ๆ และเมื่อถึงตอนนั้น ปัญหาใหญ่ก็จะเกิดขึ้น
เซียวเหยาอ๋องตัดสินใจจะเมืองหวังโจวด้วยตนเอง
…
ในห้องตำรา จ้าวอู่เจียงกำลังอ่านจดหมายด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
เจียงเมิ่งลี่กับหลี่หยวนเจิ่งทิ้งจดหมายเอาไว้ให้เขา ในจดหมายอธิบายถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในเมืองหวังโจว บิดาของเจียงเมิ่งลี่ได้รับบาดเจ็บจากการถูกลอบทำร้ายโดยศัตรู ซึ่งในขณะนี้มีความขัดแย้งอยู่ทั่วทุกหนแห่ง ดังนั้น นางกับหลี่หยวนเจิ่งจึงต้องรีบกลับไปอย่างเร่งด่วน
จ้าวอู่เจียงอ่านจดหมายจบก็ต้องหรี่ตาลง จดหมายฉบับนี้ยังได้อธิบายถึงสถานการณ์ในเมืองหวังโจวว่า มีผู้คนค้นพบประตูทางเข้าสุสานอีกทางของไต้ซือนักปัดกวาด และทุกสำนักต่างก็แข่งขันกัน เพื่อที่จะบุกทะลวงเข้าไปไขว่คว้าคัมภีร์ปราณไร้วิญญาณ
จ้าวอู่เจียงรับรู้เรื่องนี้มาตั้งแต่เมื่อวานแล้ว และเขาเองก็มีเจตนาที่จะไปเมืองหวังโจวเช่นกัน
เขาต้องการจะไปแย่งชิงคัมภีร์ปราณไร้วิญญาณมา เพราะมันจะช่วยลดระยะเวลาในการฝึกวรยุทธ์ได้มากทีเดียว
จ้าวอู่เจียงฝึกวิชาทองคำไร้พ่ายอยู่ก่อนแล้ว ถ้าเขาฝึกวิชาปราณไร้วิญญาณเพิ่มเข้าไปอีก ระดับพลังและความแข็งแกร่งก็จะต้องเพิ่มขึ้นทวีคูณในระยะเวลาอันรวดเร็ว
แต่เมื่อมีหลายสำนักใหญ่มารวมตัวกันเช่นนี้ก็คงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะได้คัมภีร์ล้ำค่ามาครอบครอง จ้าวอู่เจียงไม่มั่นใจเลยว่าตนเองจะสามารถแย่งชิงคัมภีร์ปราณไร้วิญญาณมาได้สำเร็จ
อย่างไรก็ตาม จ้าวอู่เจียงรู้ดีว่าเซียวเหยาอ๋องจะต้องเดินทางไปที่เมืองหวังโจวเพื่อแย่งชิงคัมภีร์อย่างแน่นอน ชายหนุ่มไม่รู้หรอกว่าสุดท้ายแล้วคัมภีร์จะตกไปอยู่ในมือของผู้ใด แต่เขาจะไม่ให้มันตกไปอยู่ในมือของเซียวเหยาอ๋องเด็ดขาด
เซียวเหยาอ๋องเป็นศัตรูคนสำคัญของเขา ไม่ว่าจะเป็นเพราะต้องการแก้แค้นให้แก่ฉีหลิน หรือต้องการกำจัดภัยคุกคามต่อฮ่องเต้หญิง ตู๋กูหมิงเยว่และทารกในครรภ์ของนาง แต่โดยสรุปก็คือจ้าวอู่เจียงต้องการจะทำลายแผนการของเซียวเหยาอ๋องให้ได้ พร้อม ๆ กับการเพิ่มความแข็งแกร่งให้แก่ตนเอง
หลี่หยวนเจิ่งกับศิษย์น้องของเขาเดินทางออกไปรวดเร็วมากเกินไป มิฉะนั้นแล้ว จ้าวอู่เจียงก็คงจะขอติดตามไปด้วยอย่างแน่นอน… ดวงตาจ้าวอู่เจียงฉายแววครุ่นคิด
เขากำลังคิดถึงกู้เหนียนหยวนผู้มาจากเมืองหวังโจว เขาจะเดินทางไปที่เมืองนั้นพร้อมกับนาง หนึ่งเพื่อขัดขวางเซวียนหยวนอวี้เหิง และอีกหนึ่งเพื่อหาเบาะแสที่มาที่ไปถึงความรู้สึกพิเศษระหว่างตนกับกู้เหนียนหยวนด้วย

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า