บทที่ 186 ด้วยความห่วงใย
ตำหนักหย่างซิน ห้องบรรทมของฮ่องเต้
“ว่าอย่างไรนะ? เจ้าจะไปหวังโจวอย่างนั้นหรือ?” ฮ่องเต้หญิงกำลังอ่านคัมภีร์โบราณ แต่เมื่อจ้าวอู่เจียงกลับมาบอกว่าตนเองกำลังจะไปเมืองหวังโจว ความวิตกกังวลก็ปรากฏขึ้นในหัวใจของนางทันที
แม้จ้าวอู่เจียงจะอธิบายแล้วว่าเขาต้องการไปที่นั่นเพื่ออะไร แต่นั่นก็ทำให้ฮ่องเต้หญิงยิ่งกังวล เมื่อได้ยินว่าจ้าวอู่เจียงต้องการไปที่นั่นเพื่อแย่งชิงคัมภีร์ปราณไร้วิญญาณที่จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ตนเอง และที่สำคัญยังเป็นการทำลายแผนการของเซียวเหยาอ๋องอีกด้วย
“หวังโจวอยู่ไม่ไกลจากนครหลวง เดินทางเพียงหกร้อยลี้เท่านั้น ถ้าใช้ม้าเร็ววันเดียวก็ไปถึงพ่ะย่ะค่ะ” จ้าวอู่เจียงรู้ดีว่าฮ่องเต้หญิงกำลังรู้สึกเช่นไร จึงกล่าวเสริม
“กระหม่อมจะพาเจี๋ยเอ้อร์ซานกับเจี๋ยสือจิ่วไปด้วย ฝ่าบาทไม่ต้องเป็นห่วงนะพ่ะย่ะค่ะ”
“ข้าไม่ได้เป็นห่วงเจ้าสักหน่อย…” ดวงตาของฮ่องเต้หญิงกลอกลิ้งอย่างมีพิรุธ “ข้าแค่เป็นห่วง… กลัวว่าถ้าเจ้าเป็นอะไรไป พวกเราก็จะเสียการใหญ่… เซวียนหยวนอวี้เหิงก็จะทำตามแผนการได้สะดวกมากขึ้น…”
“พ่ะย่ะค่ะ” จ้าวอู่เจียงพยักหน้า พลางยิ้มเล็กน้อย ไม่ได้เปิดเผยว่าตนเองรู้ทันอีกฝ่ายหมดแล้ว
“งั้นเจ้าก็ต้องพาองครักษ์ไปเพิ่ม!” ฮ่องเต้หญิงสัมผัสได้ถึงสายตาอันร้อนแรงของจ้าวอู่เจียง นางจึงหลบตาโดยไม่รู้ตัว
จ้าวอู่เจียงพยักหน้า
“เข้าใจแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”
“ต่อให้เจ้าพ่ายแพ้ผู้อื่น ไม่สามารถแย่งชิงคัมภีร์ปราณไร้วิญญาณมาได้สำเร็จ ก็ขอให้จดจำเอาไว้ว่าความปลอดภัยของชีวิตเจ้าสำคัญเป็นลำดับแรก” ฮ่องเต้หญิงพูดกำชับ
จ้าวอู่เจียงยิ้ม และพยักหน้ารับ
“ไม่ต้องเป็นห่วงพ่ะย่ะค่ะ เพียงแต่ฝ่าบาทอย่าคิดถึงกระหม่อมเกินไปก็แล้วกัน”
“ฝันไปเถอะ!” ฮ่องเต้หญิงเลิกคิ้วสูง “ข้าไม่มีวันคิดถึงเจ้าเด็ดขาด!”
“เช่นนั้นกระหม่อมขอตัว” จ้าวอู่เจียงซ่อนมืออยู่ในแขนเสื้อ เดินออกไปจากห้องบรรทม
ฮ่องเต้หญิงยังคงนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวเดิม นางมองจ้าวอู่เจียงเดินจากไป ก่อนจะเคาะมือลงบนโต๊ะเป็นจังหวะ
“เจี๋ยหลิว! เจี๋ยฉี!”
องครักษ์มังกรสองคนปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้านางทันที พวกเขาสวมใส่ชุดเครื่องแบบประจำหน่วยสีน้ำเงิน และใส่หน้ากากอสูร
เพียงแต่ว่าบริเวณแขนเสื้อของเจี๋ยหลิวกับเจี๋ยฉีนั้นประดับดิ้นทองเป็นลวดลายคลื่นน้ำสวยงาม
ในหน่วยองครักษ์มังกร ผู้ที่จะมีคุณสมบัติสวมเสื้อคลุมประดับดิ้นทองคำลวดลายคลื่นน้ำเช่นนี้ได้มีอยู่เพียงสิบคนเท่านั้น และพวกเขาล้วนต้องเป็นผู้ที่มีขั้นพลังอยู่ในขอบเขตปรมาจารย์ขั้นสอง
ปัจจุบัน เหลือองครักษ์มังกรที่สวมใส่เสื้อคลุมดิ้นทองอยู่เพียงห้าคน คือองครักษ์หมายเลขหนึ่ง หมายเลขสาม หมายเลขหก หมายเลขเจ็ด และหมายเลขเก้า ส่วนอีกห้าคนเสียชีวิตระหว่างการเปลี่ยนผ่านราชบัลลังก์ครั้งล่าสุด
และตอนนี้ในวังหลวงก็เหลือองครักษ์มังกรเสื้อคลุมดิ้นทองอยู่เพียงสี่คนเท่านั้น ส่วนคนที่ห้าหลบหนีออกไปท่องยุทธจักร และไม่เคยกลับมาอีกเลย
เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยของจ้าวอู่เจียง เซวียนหยวนจิ้งจึงต้องการจะส่งครึ่งหนึ่งขององครักษ์มังกรขอบเขตปรมาจารย์ขั้นสองไปอารักขาเขา
“ข้าขอมอบภารกิจให้พวกเจ้าตามอารักขาจ้าวอู่เจียงไปที่เมืองหวังโจว จงปกป้องความปลอดภัยของเขาให้ได้!” ฮ่องเต้พูดด้วยสีหน้าขึงขัง
“ห้ามเกิดความผิดพลาดเด็ดขาด!”
จ้าวอู่เจียงกระแอมไอออกมาเบา ๆ
“ย่อมพกมาด้วย”
“อ้อ” กู้เหนียนหยวนรับคำ เส้นผมพลิ้วตามแรงลม กลิ่นหอมของเส้นผมตีตลบเข้าหน้าของชายหนุ่ม
สองแก้มที่อยู่ภายใต้หน้ากากค่อนข้างซีดขาว แต่รัศมีความอบอุ่นของจ้าวอู่เจียงก็ทำให้นางรู้สึกดีขึ้นอย่างไม่มีเหตุผล
“ท่านหนาวหรือไม่?” จ้าวอู่เจียงขมวดคิ้วเล็กน้อย พวกเขาขี่ม้ามาเกือบสามชั่วยามแล้ว บัดนี้ออกมาจากนครหลวงเป็นระยะทางกว่าสองร้อยลี้ เดินทางเข้าใกล้เมืองหวังโจวมากขึ้นทุกที
แต่ยิ่งเข้าใกล้จุดหมายมากเท่าไหร่ สายลมและฝุ่นทรายก็ยิ่งรุนแรงมากเท่านั้น
“หนาวบ้างเล็กน้อย…” กู้เหนียนหยวนกัดริมฝีปากเบา ๆ พลันนางรู้สึกได้ว่าฝีเท้ามาเชื่องช้าลง
“เช่นนั้นก็หันมากอดข้าให้แน่น ๆ” จ้าวอู่เจียงบอกให้กู้เหนียนหยวนหันกลับมา นั่งในลักษณะที่หันหน้าเข้าหาตน
กู้เหนียนหยวนหมุนตัวกลับอย่างเชื่อฟัง สวมกอดจ้าวอู่เจียงด้วยสองมือ แนบแก้มซบอกแกร่ง
หญิงสาวรู้สึกว่าจ้าวอู่เจียงไม่ต่างไปจากเตาผิงขนาดเล็ก ลมหายใจอุ่นร้อนของเขา ทำให้นางรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาจริง ๆ
จ้าวอู่เจียงกระตุกสายบังเหียน เจ้าม้าส่งเสียงร้อง และออกวิ่งต่อไป
“ท่านเจ้าสำนัก ท่านซ่อนอาวุธไว้ที่เอวหรือ?” กู้เหนียนหยวนรู้สึกพิศวง นางรู้สึกได้ว่าต่ำจากช่วงท้องส่วนล่างประมาณสองนิ้วมือ ตนเองได้กระทบถูกกับอาวุธลับของจ้าวอู่เจียง มันเป็นความรู้สึกที่แปลกประหลาด ชวนให้สองแก้มขาวร้อนผ่าวขึ้นมา

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า